ดูหนังออนไลน์
COLUMNISTS

‘โค้ชชิ่ง’ กับความผูกพันในองค์กร

จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner สลิงชอท กรุ๊ป


ถ้าพนักงานมีความรู้สึกผูกพันต่อองค์กร พวกเขาจะทุ่มเท และพยายามสร้างผลงานให้กับองค์กรอย่างจริงจัง แต่ในทางกลับกัน หากพนักงานขาดความผูกพันต่อองค์กร แรงจูงใจในการทำงาน จะต่ำลง

มีหลายวิธีที่จะทำให้พนักงานเกิดความผูกพันในองค์กร เช่น การจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม การให้รางวัลแก่คนที่ควรจะได้รับ หรือการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
ในองค์กรให้ทันสมัย และตรงตามความต้องการของพนักงาน

แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของปัจจัยภายนอก ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในระยะสั้น ๆ เท่านั้น แต่หากองค์กรต้องการสร้างความผูกพันในระยะยาว ก็ต้องหาวิธีทีจะส่งผลต่อความรู้สึกทางใจ มากกว่าทางกายภาพ

หนึ่งในวิธีที่ว่านั้นก็คือ “โค้ชชิ่ง” เราสามารถใช้เป็นเครื่องมือนี้ สร้างความผูกพันทางใจให้กับพนักงานในระยะยาวได้

หัวหน้าจะเป็นผู้เริ่มสร้างความผูกพันนี้กับลูกน้องของตัวเอง ต้องทำให้ลูกน้อง มีความรู้สึกผูกพันต่อตัวหัวหน้า เพราะถ้าลูกน้องผูกพันกับหัวหน้า ลูกน้องจะยินดีทุ่มเทเพื่อให้ผลงานออกมามีคุณภาพ และมีความสุขกับงานที่ทำ จนไม่อยากไปไหน เพราะอยู่ที่นี่มีความสุขดีอยู่แล้ว

ดังนั้นถ้าลูกน้องผูกพันกับหัวหน้า ก็แปลว่า ลูกน้องผูกพันกับองค์กร ทีนี้ ถ้าถามว่าโค้ชชิ่งช่วยให้พนักงานรู้สึกผูกพันต่อหัวหน้าได้ยังไง คำตอบคือ

  • รูปแบบการโค้ช

จะมีลักษณะเป็นการสื่อสารสองทาง โดยหัวหน้าจะทำหน้าที่ฟัง และถาม เพื่อชวนให้ลูกน้องคิด ไม่ได้เป็นฝ่ายพูด หรือสั่งการแบบม้วนเดียวจบ ส่วนลูกน้องก็จะมีโอกาสได้พูดจากมุมมองของตัวเอง และคิดหาทางออกด้วยตัวเอง

ดังนั้นการสื่อสารแบบนี้ จะทำให้ลูกน้องมีส่วนร่วมในการสนทนา ไม่เหมือนกับการโดนเรียกไปรับคำสั่ง การโค้ชจึงส่งผลต่อความรู้สึกผูกพันของพนักงาน

  • กระบวนการโค้ช

จะทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า แม้ในช่วงแรกของการโค้ชอาจพบกับความยากลำบาก ที่ต้องคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จากการตั้งคำถามชวนคิดของหัวหน้า

แต่เมื่อได้รับการโค้ชไปเรื่อย ๆ ลูกน้องจะเริ่มคุ้นเคยกับการฝึกคิด และจะผลิตความคิดได้มากและเร็วขึ้น จนถึงระดับที่ตนเองรู้สึกพอใจกับความคิดของตัวเอง และจะตระหนักว่าตัวเองมีคุณค่า  โดยเฉพาะเมื่อได้โค้ชอยู่กับหัวหน้า ที่คอยสนับสนุนให้ตัวเอง แสดงความสามารถออกมา

ดังนั้น ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วตัวเองรู้สึกมีคุณค่า ตัวเองก็ไปอยากจากไปที่ไหนอีก

  • ในขณะที่หัวหน้าโค้ชลูกน้อง ถือว่าเป็นช่วงที่หัวหน้า และลูกน้องได้มีโอกาสมาใช้เวลาด้วยกันเป็นการส่วนตัว

บรรยากาศในการโค้ชจะแตกต่างจากการประชุม มอบหมายงาน หรือสั่งงาน หัวหน้าจะฟัง และถามมากกว่าพูด หัวหน้าจะไม่เอาความคิดของตัวเองไปครอบงำความคิดของลูกน้อง

ดังนั้น ในขณะโค้ช จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างกัน

ความสัมพันธ์แบบนี้แหละครับ ถ้าทำอย่างต่อเนื่องกับลูกน้องทุกคน ลูกน้องก็จะรู้สึกมีความสุขและผูกพันกับหัวหน้า และอยากทำงานอยู่ที่นี่อย่างทุ่มเท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow