ดูหนังออนไลน์
Politics

ม็อบเล่านาทีระทึก! โดนน้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุม เลือดออกช่องท้อง พิษเคมี

ม็อบเล่านาทีระทึก! โดนน้ำแรงดันสูง สลายการชุมนุม 16 ต.ค. จนต้องเข้าโรงพยาบาล พบเลือดออกในช่องท้อง พิษสารเคมีทำอาเจียนหนัก ช้ำ! โรงพยาบาลดังไม่รับรักษา อ้างคนไข้เต็ม

สลายการชุมนุม 16 ตุลา ชูสามนิ้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (18 ต.ค. 63) ผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บจากการ สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ได้โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ตนเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎร 2563 บริเวณแยกปทุมวัน และโดนน้ำแรงดันสูงฉีด สลายการชุมนุม ส่งผลให้เกิดอาการเวียนหัวและอาเจียน

ต่อมามีผู้นำส่งโรงพยาบาลดังแห่งหนึ่งในบริเวณดังกล่าว แต่โรงพยาบาลดังกล่าวไม่รับรักษา โดยอ้างว่า คนไข้เต็ม ต่อมาจึงได้เข้ารักษาโรงพยาบาลอีกแห่งพบว่า มีอาการเลือดออกในช่องท้อง มีรอยช้ำบริเวณกระเพาะอาหารจากแรงดันของน้ำและคลื่นไส้อาเจียนจากการที่ร่างกายได้รับสารพิษ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ชุมนุมคนดังกล่าวมีอาการดีขึ้นและได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่สัญญาว่า จะไม่เข้าร่วมการชุมนุมอีก

สลายการชุมนุม 16 ตุลา
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กผู้ร่วมชุมนุมคนดังกล่าว

เล่านาทีระทึก! สลายการชุมนุม 16 ต.ค.

lll ที่เจ็บปวดไม่ใช่ร่างกาย แต่เจ็บใจที่ต้องเห็นการกระทำอันหยาบช้าของขี้ข้าเผด็จการ lll

กลับมาแล้วหลังจากหายไปตั้งแต่เย็นวันศุกร์ มีเรื่องราวมากมายที่ไม่มีใครได้ฟัง พร้อมเล่าแล้วค่ะ

เราหาทางไปม็อบที่แยกปทุมวันจนได้ ผ่านการเดินลัดเลาะไปตามทางที่พออ้อมไปได้ เจอคนไม่รู้จักระหว่างทาง เป็นคนจากต่างจังหวัด สอบถามได้ความว่าเป็นคุณลุงคุณป้าเสื้อแดงมาจากสุราษฎร์และเชียงราย เขาขอเดินตามเรามาเพราะไม่รู้ทางเหมือนกัน

เราก็พากันเดินมาถึงจนได้ เกือบๆ 7 โล พอมาถึงตอนแรกเราอยู่ตรงร้านโนบิชา (ตรงข้ามMBK) แวะนั่งพักนึงก่อนออกไปดูสถานการณ์ ตอนนั้นมีรถน้ำมาแล้วแต่ยังไม่ฉีด ก็เตรียมตัวกัน เราก็บอกทุกคนที่มาด้วยกันว่า เดี๋ยวเราดูตรงนี้ก่อน เพราะตรงที่เราอยู่มีเด็ก นร. ค่อนข้างเยอะที่หลายส่วนทยอยออกมาเพราะว่าผู้ใหญ่ให้เอาเด็กออกมาก่อน เราก็คอยยืนดูอยู่ตรงนั้น แล้วก็เดินลงถนนมาเพราะมีคนบอกว่าเดี๋ยวไปจุฬากัน เราก็เตรียมที่จะลงไปเดินเพื่อไป จุฬา

จังหวะตอนนั้นเองที่คนเริ่มชุลมุน เพราะมีการเดินกลับไปกลับมา เพราะ ตร. จะ สลายการชุมนุม จริงๆ เริ่มมีคนโยนร่มลงมาจากด้านบนสกายวอล์ค เราเห็นยังมีเด็ก นร. อีกหลายคนที่อยู่ใกล้ๆ เวทีและไม่มีร่มเพราะทุกคนต้องส่งร่มไปข้างหน้า เราเลยวิ่งไปหน้าน้อง ผญ คนนึงที่ใส่แต่เสื้อกันฝนบางๆ เอามือกุมหน้าอยู่ เราคว้าร่มที่มีคนโยนลงมาอันนึงและบอกน้องให้หยิบร่มจากในกระเป๋าเราออกมากาง น้องหยิบร่มออกมาได้ เราก็กำลังจะหันมาเอาร่มกางกันตัวเอง ยังหันไม่ทั้งตัวก็ล้มไปเลย เพราะแรงกระแทกของน้ำที่แรงมาก มากชนิดที่ไม่รู้จะเอาอะไรมายกตัวอย่างให้เข้าใจดี เพราะชีวิตก็ไม่เคยเจอน้ำแรงขนาดนี้ และประกอบกับตอนคุยกับน้องเราดึงแมสลงด้วยเพราะหายใจไม่ออก ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนน้ำเข้าจมูกนิดนึงแต่ยังไม่มีอะไร เพราะล้มลงแล้วต้องหลบให้มากที่สุด

ชุมนุม 16 ตุลา

พอเราล้มลงก็ทำได้แค่ดึงมือน้อง นร. บอกให้หมอบลงอย่าวิ่ง และพยายามกางร่มเท่าที่จะกางได้ หลังจากนั้นก็อยู่ใต้ร่มไม่เห็นอะไรอีกจนมีคนตะโกนว่าไปจุฬาประตูใหญ่ และน้ำหยุดฉีดแล้ว เราหุบร่มแล้วดึงน้องวิ่ง วิ่งแบบวิ่งไม่คิดชีวิตเลย วิ่งไปร้องไห้ไปทั้งเรา ทั้งเด็ก นร. จนมาถึงจุฬา เราส่งน้องเข้าไปและตัวเองนั่งแป้บนึงเพราะรู้สึกเวียนหัวเหมือนจะอาเจียน เลยขอนั่งแล้วเอาน้ำล้างหน้าก่อน แต่กลายเป็นว่าพอเราก้มหน้าล้างหน้า เราอาเจียนออกมาเลย แล้วเงยหน้าไม่ได้อีก ได้ยินมีคนถามว่าไหวมั้ย เราก็โบกมือ แล้วก็เห็นเป็นพี่วินมอไซต์คนนึงบอกว่าเดี๋ยวพาออกไปก่อน ไปรพเลยๆ แล้วก็มีคนดึงเราขึ้นนั่งบนมอไซต์ ซึ่งตอนแรกจะพาเราเข้ารพ. จุฬาฯ

แต่.. ใช่ค่ะ รพ. นั้นเขาไม่รับค่ะ เป็นที่ทราบกันดีแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัว ปิด รพ. ไม่รับพวกเธอ เพื่อรักษาคนเป็นเอ๋อคนเดียว

(*** ขออีดิทเพื่อแอดอัพความเข้าใจตรงนี้นะคะ คือตอนเราเขาไม่ให้ผ่านด้วยซ้ำ และพี่วินคนนี้ก่อนหน้าที่จะมารับเรา ก็คือเขาไปส่งคนอื่นมาก่อนแล้ว เขาเล่าให้เราฟังค่ะว่าคนนั้นเค้าพาเข้าไปถึงแล้ว จนทบอกว่าคนไข้เต็มให้ไปที่อื่นค่า)

พี่วินขี่มาถึงเพลินจิต ร้านก็ปิดหมด เขาพาเราขึ้นมาบีทีเอสเพื่อขอใช้ห้องน้ำ ตรงนี้ต้องขอบคุณพนง.และแม่บ้านสถานีนี้มาก พาเราเข้าห้องน้ำ ล้างตัวและหาเสื้อให้เปลี่ยน เรายังอาเจียนไม่หยุดและไม่มีแรงเลย อยู่ที่นั่นเกือบสอง ชม. ได้ ถึงโอเคขึ้น พี่วินคนเดิมพาเรามาส่งที่พัก เราขึ้นมาได้พักเดียวก็เวียนหัวอาเจียนขึ้นมาอีกจนต้องโทรให้นิติเรียกรถพาไป รพ. เลยจบที่ต้องแอดมิด รพ. เนื่องจากมีอาการเลือดออกในช่องท้อง มีรอยช้ำบริเวณกระเพาะอาหารจากแรงดันของน้ำและคลื่นไส้อาเจียนจากการที่ร่างกายได้รับสารพิษ

ใช่ค่ะ สารพิษ

สลายการชุมนุม 16 ตุลา ชูสามนิ้ว
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กผู้ร่วมชุมนุมคนดังกล่าว

เรานอนพักฟื้นที่ รพ. ตั้งแต่คืนวันนั้น สภาพร่างกายไม่ดีเท่าไหร่ในคืนแรก แต่ที่แย่กว่าคือสภาพจิตใจตัวเอง เรานอนร้องไห้ตลอดเวลา แบบไม่สามารถห้ามตัวเองได้ มันไม่ใช่ร้องไห้เพราะเจ็บตัว แต่ร้องไห้เพราะเจ็บใจ คุณฉีดน้ำมาจนเราล้มแล้ว เราหมอบแล้วคุณยังฉีดอีก ข้างหลังเราคือเด็ก นร. อะ ม. ต้นด้วยซ้ำ คุณทำได้ยังไง ความเป็นคนมันไม่เหลืออยู่ในจิตใจพวกคุณแล้ว พวกเราไม่มีอะไรสู้เลย แค่เสื้อกันฝนกับร่มหนึ่งคัน แค่โล่คุณอันเดียวเดินมาชนเราก็กระเด็นแล้วจริงๆ คิดว่าพวกเราจะไปนองเลือดกับใครได้เหรอ

หลังจากวันนั้นมีหลายคนที่ขอโทษเราที่ไม่ได้อยู่ด้วย เราอยากบอกว่า ทุกคนอย่าโทษตัวเอง การไปม็อบของเรา เราเองย่อมรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร เราเองก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน ไม่มีใครผิด ทุกคนอย่ากังวลแล้วไปสู้ตามทางของตัวเองต่อเลย ถ้าการเจ็บของเราครั้งนี้จะทำให้คนรอบตัวเราโกรธและพร้อมแตะมือไปสู้แทนเราต่อ เราจะถือว่ามันคุ้มและเราขอบคุณมากนะ

ส่วนใครที่โกรธที่เราเจ็บ เราก็เข้าใจมากๆ ในความเป็นห่วง แต่เราอยากถามหน่อยเดียว โกรธเราที่เราไป ม็อบ โกรธเราที่เราบาดเจ็บ หรือโกรธคนที่มันทำร้ายเรา คุณโกรธใครมากกว่ากัน?

เราขอไม่สัญญาว่า เราจะไม่ไปอีก เพราะเรายืนยันมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปแล้วว่าเราไม่มีอะไรต้องกลัว เราจะทำเท่าที่เราไหว ทุกทางเท่าที่ทำได้ แต่ต้องเพิ่มความรอบคอบและระมัดระวังมากกว่านี้ เพื่อให้มีชีวิตอยู่ก่อน เราจะอยู่รอดูวันที่คนเป็นคนเท่ากัน และวันที่คนพวกนั้นเป็น ‘ประชาชน’ เท่าเรา .

ปล. เราได้ออกจากรพ. แล้วนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง

อย่ากังวลใดๆแล้วไปต่อเลย !”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team