ดูหนังออนไลน์
General

(อัพเดต) ฝนตก-ปิดรถไฟฟ้ารอบ ‘ราชประสงค์’ เช็คเส้นทางให้ชัวร์ก่อนเดินทางเย็นนี้

 16 ตุลาคม 2563 วันศุกร์แสนสาหัสสำหรับการเดินทาง หลังบ่ายวันนี้มีฝนตกทั่วกรุง ทำให้มีน้ำท่วมขังหลายจุด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ปิดเส้นทางการจราจรรอบแยก ราชประสงค์ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เพื่อสกัดการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรในเวลา 17.00 น. วันนี้

ดังนั้น The Bangkok Insight จึงขอรวบรวมเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ปิดถนน หรือระบบขนส่งมวลชนปิดให้บริการ เพื่อให้ทุกคนวางแผนก่อนออกเดินทางเย็นวันนี้

ราชประสงค์ รถไฟฟ้า เดินทาง

ปิดรอบ “ราชประสงค์” สกัดม็อบ

ในเวลา 17.00 น. วันนี้ กลุ่มคณะราษฎรได้นัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้มีความพยายามสกัดกั้นการชุมนุมด้วยการปิดกั้นการเดินทางระบบแยก ราชประสงค์

โดยล่าสุดกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ออกประกาศฉบับที่ 2/2563 เรื่องห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม อาคาร หรือสถานที่ โดยให้เหตุผลเรื่องการรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน และไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควร

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงจึงออกคำสั่งดังต่อไปนี้

ห้ามใช้ถนน 3 เส้นทางรอบแยกราชประสงค์ ได้แก่

  • ถนนเพลินจิต จากแยกราชประสงค์ถึงแยกชิดลม
  • ถนนราชดำริ จากแยกประตูน้ำถึงแยกราชดำริ
  • ถนนพระรามที่ 2 จากแยกราชประสงค์ถึงแยกเฉลิมเผ่า

ห้ามใช้ระบบขนส่งมวลชน อาคาร และสถานที่ดังต่อไปนี้ในระหว่าง 15.00 น. ถึง 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือใช้ในภารกิจของทางราชการ ได้แก่

  • รถไฟฟ้า BTS สถานีราชดำริและสถานีชิดลม
  • ทางเชื่อมสกายวอล์ค ระหว่างรถไฟฟ้า BTS สถานีสยามถึงสถานีเพลินจิต
  • ท่าเรือประตูน้ำและท่าเรือชิดลมทั้ง 2 ฝั่ง

นายสุรพงษ์  เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS กล่าวว่า บริษัทขอแจ้งว่า ในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไปจนปิดให้บริการ จะปิด รถไฟฟ้า เป็นการชั่วคราวใน 2 สถานี ได้แก่ สถานีชิดลม และสถานีราชดำริ แต่ในสถานีอื่น ๆ  ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

รถไฟฟ้า ราชประสงค์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลุ่มคณะราษฎรประกาศย้ายสถานที่ชุมนุมจากแยก ราชประสงค์ ไปยัง แยกปทุมวัน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงต้องจับตาว่า จะมีการปิด รถไฟฟ้า BTS สยาม ซึ่งเป็นสถานีเปลี่ยนถ่ายที่สำคัญระหว่างรถไฟฟ้า BTS สายสีลมและสายสุขุมวิทหรือไม่

นอกจากนี้เมื่อเวลา 14.35 น. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งผู้สื่อข่าวว่า ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันนี้ เป็นต้นไป รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) และรถตู้โดยสารสาธารณะทุกสาย จะงดให้บริการรับส่ง-ประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบแยกราชประสงค์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินรถผ่านพื้นที่ชุมนุม จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

***เพิ่มเติม 17.42 น. ปิดถนน- รถไฟฟ้า

คำสั่งฉบับล่าสุด กอร.ฉ. 3/2563 ได้ห้ามใช้ถนนเพิ่มเติม 2 เส้นทาง ได้แก่

  • ถนนพญาไท จากแยกราชเทวีถึงแยกสามย่าน
  • ถนนพระรามที่ 1 จากแยกเฉลิมเผ่าถึงแยกเจริญผล

นอกจากนี้ ห้ามใช้ระบบขนส่งมวลชน อาคาร และสถานที่ดังต่อไปนี้เพิ่มเติมอีก 3 จุดในระหว่าง 15.00 น. ถึง 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือใช้ในภารกิจของทางราชการ ได้แก่

  • รถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม ราชเทวี และสนามกีฬาแห่งชาติ
  • ทางเชื่อมสกายวอล์ค ระหว่างสถานีสยามและสนามกีฬาฯ
  • รถไฟฟ้า MRT สามย่าน

รถไฟฟ้า BTS ม็อบ ม๊อบ 16 ต.ค.

กรุงเทพฯ “ฝนตก-รถติด”

ขณะเดียวกันพบว่า เย็นวันนี้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัดหลายพื้นที่ เช่น ถนนเพชรเกษม หน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค รวมถึงมีการแชร์ภาพการจราจรติดขัดบริเวณถนนแจ้งวัฒนะอีกด้วย

สำหรับการออกคำสั่ง กอร.ฉ. ให้ปิดเส้นทางจราจร สถานี รถไฟฟ้า และท่าเรือคลองแสนแสบดังกล่าว อยู่ภายใต้ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2563 ความว่า

โดยที่ปรากฏว่า มีบุคคลหลายกลุ่ม ได้เชิญชวน ปลุกระดม และดำเนินการให้มีการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะขึ้นในกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการและช่องทางต่างๆ ก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นนวาย และความไม่สงบเรียบร้อยของประชาชน มีการกระทำที่กระทบต่อขบวนเสด็จพระราชดำเนิน

มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล อันมิใช่การชุมนุมโดยสงบที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาไทย อีกทั้งยังกระทบโดยตรงต่อสัมฤทธิผลของมาตรการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในภาวะเปราะบาง

กรณีจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีมาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าวให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อยและประโยชน์ส่วนรวม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 นายกรัฐมนตรีจึงให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 04.00 น. เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2563

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team