ดูหนังออนไลน์
Entertainment

หมอเจี๊ยบ ควงแฟนสาว เดียร์ เปิดชีวิตรัก 5 ปี แพลนแต่งงานสร้างเรือนหอกว่า 10 ล้าน!

เปิดชีวิตรัก 5 ปี! “หมอเจี๊ยบ ลลนา” ควงคู่แฟนสาว “เดียร์” อวดความหวานกลางรายการครั้งแรกในชีวิต ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ ซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร พร้อมเผยจุดเริ่มต้นความรักเพราะคุณหมออกหัก ไหนจะเรื่องที่เดียร์เองต้องไปจัดงานเซอร์ไพรส์ให้แฟนเก่าคุณหมอ แถมตอนนี้ยังสร้างบ้านด้วยกันไปอีก สรุปแล้วนี่บ้านหรือเรือนหอ แล้วอย่างนี้จะแต่งงานกันไหม ?

จะ 5 ปีแล้ว ความรักแม่ค้ากับลูกค้า เล่าให้ฟังหน่อย ?

หมอเจี๊ยบ : เรื่องเกิดมาจะ 5 ปีแล้ว ตอนนั้นอกหัก ปกติไม่เคยต้องเจ็บช้ำเรื่องความรัก พอเจอเข้าไปทีก็ไปไม่ถูก เราก็กะว่าจะไปง้อแฟนเก่าด้วยการซื้อลูกโป่ง เขาเปิดร้านขายลูกโป่ง เจี๊ยบว่ามันเป็นพรหมลิขิต เพราะปกติเขาบอกว่าเขาไม่เข้าร้านเช้า เจี๊ยบก็ไม่ได้กะจะไปร้านเอง พอดีทำงานเสร็จช่วงเช้าพอดีเลยแวะร้านลูกโป่งสักหน่อยเข้าไปสั่งเลย ก็เจอเขาที่นั่น เจอครั้งแรกยังร้องไห้ตาบวมใส่แว่นดำอยู่เลย พอเดินเข้าไปในร้านเจอเขาโผล่หน้าออกมาจากม่าน เราสตั๊นไป 2 วิเลย

สตั๊นยังไง รู้สึกยังไง เห็นแล้วเป็นยังไง ?

หมอเจี๊ยบ : สมัยก่อนเจี๊ยบดูหนังโรแมนติก หนังรักเรื่องไหนก็ไม่เคยอิน ตั้งแต่เจอเขามาดูหนังรักเรื่องไหนก็เข้าใจหมดเลย ยิ่งหนังรักที่เป็นพรหมลิขิตมันเข้าใจจริง ๆ

ในใจคืออะไรตอนเห็นหน้าเดียร์ ?

หมอเจี๊ยบ : อยากได้คนนี้เป็นแฟนจัง ทั้ง ๆ ที่เรายังเฮิร์ตอยู่ แต่ว่ามันเป็นอัตโนมัติแบบดีดนิ้วขึ้นมาเลย

เดียร์ล่ะ ครั้งแรกที่เจอกันในใจคิดแบบนี้ไหม ?

เดียร์ : เหมือนเคยเห็นผ่านอินสตาแกรมว่าเป็นนักแสดง

หมอเจี๊ยบ : แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้คือก่อนที่จะเข้าไปที่ร้าน เจี๊ยบโทร. สั่งลูกโป่งก่อน แล้วเสียงเจี๊ยบเวลาคุยในโทรศัพท์จะเหมือนเด็กมากคือพูดไม่รู้เรื่อง แล้วเดียร์เขานึกในใจว่าเหมือนเด็ก ม.3 เขาจะกำจัดเด็กคนนี้ไปให้เร็วที่สุด เดี๋ยวจะมาวุ่นวายให้เตรียมนั่นเตรียมนี่

เดียร์ : ได้ยินเสียงแล้วคิดว่าเหมือนเด็กเกรียน ม.3 คือเสียงง้องแง้ง

หมอเจี๊ยบ : คือมันเหมือนเป็นพรหมลิขิตเหมือนกัน คือก่อนหน้าที่เจี๊ยบจะไปเจอเขา ก่อนหน้านั้นเป็นวันเกิดเจี๊ยบ แล้วมีคนจ้างเขาให้ไปจัดงานเซอร์ไพร์สเจี๊ยบโดยที่เขาไม่ได้เจอ เขาไปจัดงานให้เฉย ๆ แล้วมีวันเกิดปีนึงเขาบอกว่าเขาจัดงานวันเกิดให้เจี๊ยบ 3 ปีแล้วนะ พอเจี๊ยบไปถึงร้านวันนั้นเจี๊ยบสั่งให้เขียนว่า I’m Sorry เขาก็เลยแซวว่าไปทำอะไรผิดมา เลยยิ่งสปาร์ก

เดียร์ : เราก็แซวว่าไปทำอะไรผิดมา เพราะเขาซื้อลูกโป่งหน้ายิ้มเป็นร้อย ๆ ใบเลย แล้วจะเอาตอนนี้ เดี๋ยวนี้

หลังจากวันนั้นเกิดอะไรขึ้น ?

หมอเจี๊ยบ : สำหรับความรู้สึกเจี๊ยบตอนนั้นมันรู้สึกว่า ปกติเราไม่ได้เป็นคนจีบใครก่อน แต่วันนั้นเรารู้สึกเลยว่าคนคนนี้เราไม่อยากให้เขาหายไป จะทำยังไงดี จีบคนก็ไม่เคย ก็เลยบอกว่าจะบอกผลลัพธ์ว่าง้อสำเร็จหรือเปล่า ถ้าส่งไปในไลน์ร้านคนอื่นจะเห็นหรือเปล่า เขาก็เลยให้ไลน์ส่วนตัวมา

ตอนนั้นรู้สึกไหมว่าการที่เขาขอไลน์ส่วนตัวมันมากกว่าการเป็นลูกค้า ?

เดียร์ : ตอนนั้นคิดว่าจะรีวิวของ

ทำไมลืมคนเก่าเร็ว ?

หมอเจี๊ยบ : ก็ยังไม่ลืมนะ ความรู้สึกตอนนั้นยังไม่ได้คิดกระโดดขั้นว่าจะจีบ แต่พอสติมันมาครั้งแรกคืออยากได้คนนี้เป็นแฟน แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าไม่อยากให้คนนี้หายไป แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางไหน แต่เราก็เดินหน้าง้ออีกคนหนึ่งอยู่ พอเราได้ไลน์มาปุ๊บเราก็เนียนถามว่ามีแฟนยัง

ระหว่างที่เราเนียนถาม I’m sorry ของเราวันนั้นมันได้ผลไหม ?

หมอเจี๊ยบ : กระจาย ไม่เหลือ ไม่ได้ผลใด ๆ ทั้งสิ้น

ในใจลึก ๆ คือรู้อยู่แล้วว่าการทะเลาะครั้งนี้ มันมีเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับไปได้น้อยมาก ?

หมอเจี๊ยบ : น้อยมาก แต่เราก็พยายามอยู่ พอเรามีปัญหากับใครอยู่ ชีวิตมันก็ต้องดำเนินต่อไป มันก็มีคนถูกใจ ถูกตาเราได้ ถ้าเราง้อเขาสำเร็จเราก็จะกลับไปเหมือนเดิม แต่พอดีมันไม่สำเร็จ แล้วมันก็เป็นจังหวะพอดีที่ถามเขา ส่งไปว่ามีแฟนยัง สรุปคำตอบคือมีแล้ว ก็เลยแกล้งบอกว่าก็ดูแลแฟนดี ๆ จะได้ไม่ต้องเป็นแบบเรา

พอถามไปว่ามีแฟนแล้วยังงี้ก็จบน่ะสิ ?

หมอเจี๊ยบ : จบ เราก็ไม่ได้คิดเรื่องที่เขาจะมาเป็นแฟนอะไรเลย เราคบกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ มันไม่ได้ผิดหวัง ก็แค่ยูเทิร์นแบบเอี๊ยดเลย แต่เขาก็น่ารักมาก เขากลายเป็นที่ปรึกษาเรา เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาเคยมีปัญหาคล้าย ๆ เรา แฟนเขาเคยทำอะไรผิดแล้วแฟนเขาพยายามง้อยังไง เราก็เลยขอคำแนะนำว่าเราจะเดินหน้ายังไงเพื่อการง้อ เขาก็บอกว่าให้ทำทุกอย่างให้เหมือนพระเอกเกาหลี ให้ง้อทุกอย่าง ทำดีทุกอย่าง เจี๊ยบก็ทำทุกอย่างจริง ๆ แอบเข้าไปในห้อง เอาของที่เขาชอบไปไว้ แล้วทุกครั้งที่เราทำอะไรดี ๆ เราก็ถ่ายรูปส่งมารายงานผลเขาว่าวันนี้เราง้อแบบนี้ ๆ เจี๊ยบว่าเขาคงหลงรักเจี๊ยบ เพราะทำตัวเหมือนพระเอกเกาหลีแหละ

แล้วหลงรักจริงไหมช่วงนั้น ?

เดียร์ : จริง ๆ เดียร์ว่าเดียร์ชอบนะ แต่อาจจะไม่รู้ตัว ด้วยความที่ไม่เคยชอบผู้หญิงมาก่อน

เรารู้สึกยังไง ?

เดียร์ : ก็เป็นห่วง ตอนนั้นเขาดูสะบักสะบอม อยู่ไม่ได้ กินไม่ได้ ดูหนักมาก

หมอเจี๊ยบ : เขาน่ารักมาก ช่วงนั้นเจี๊ยบอยู่เวร เป็นช่วงเรียนต่อ ก็ส่งข้าวมาให้ มีโน้ตมาให้ เหมือนคอยเป็นกำลังใจให้เราเสมอ เขาก็จะพาเราไปเล่นเกม ชวนทำกับข้าว ให้เราดึงสติมาจากตรงนั้น

คนแรกไหมที่คบเป็นแฟนผู้หญิง ใช้เวลาปรับความรู้สึกยากไหม ?

เดียร์ : คนแรกแล้วก็คนเดียวด้วย ไม่ได้รู้สึกยากอะไรเลย รู้สึกว่าง่ายมาก

แล้วตอนนั้นฝั่งคุณเดียร์มีแฟนอยู่แล้ว ไปจีบกันยังไงถึงมาลงตัวกัน ?

เดียร์ : วันหนึ่งเดียร์เลิกกับแฟนเป็นปีถึงจะมาคบกับพี่เจี๊ยบ

หมอเจี๊ยบ : ช่วงที่ปรึกษากัน เจี๊ยบเลิกคิดแล้ว เพราะเขามีเจ้าของ กลายเป็นว่าเรารักเขาแบบบริสุทธิ์ใจ ที่ผ่านมาเวลาเราชอบใครก็จีบ แบบปิ๊งกัน เดินหน้าจีบ 2 อาทิตย์เป็นแฟน แต่สำหรับคนนี้เรารู้สึกว่าเรารักเขาด้วยบริสุทธิ์ใจ เราไม่ได้ต้องการครอบครองหรือหวังเขา เรารู้สึกขอบคุณเขา เขาอยู่ตรงนั้นเพื่อเรา แล้วเขาทำให้เราหลุดมาจากตรงนั้นได้ เพราะเจี๊ยบทำทุกทางแล้วที่จะง้อ มีคำพูดหนึ่งที่เขาส่งไลน์มาหาเจี๊ยบว่า เก็บสิ่งที่เราทำให้กับคนที่เขาเห็นค่าดีกว่า เพราะเรามีค่าพอที่จะไปทำให้คนอื่น วันนั้นเป็นวันที่ดึงสติเจี๊ยบกลับมาเลย เราพอแล้ว เราหยุดแล้ว

คุยกันตั้งแต่ร้านลูกโป่ง คุยกันมีไลน์กัน อยู่ประมาณกี่ปี ?

หมอเจี๊ยบ : ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ง้อ พอง้อไม่สำเร็จ เจี๊ยบก็แยกย้ายไปสอบ ไปทำงาน ไปทำมาหากิน มีคนเข้ามาก็ไปคุยกับคนอื่น ไปเปิดใจกับคนอื่นหลาย ๆ คน ตอนนั้นตั้งปณิธานกับตัวเองเลยว่าเราจะครองตัวเป็นโสด จะไม่ยอมเป็นแฟนใครหรือจะไม่ขอใครเป็นแฟน จนกว่าจะมั่นใจว่าคนนั้นคือคนที่ใช่จริง ๆ เราก็เคยทำคนเสียใจมาเยอะ แล้ววันหนึ่งที่เรามาเสียใจเอง เรารู้สึกว่ามันเป็นความเจ็บปวดที่น่ากลัวและทรมานมาก เราจะรู้สึกเลยว่าเราไม่อยากเจ็บปวดแบบนั้น และที่สำคัญเราไม่อยากทำให้คนอื่นเจ็บปวดเช่นกัน

แล้ววันดีคืนดีมาขอเป็นแฟน มันเกิดขึ้นได้ยังไง ?

หมอเจี๊ยบ : ก็เหมือนเป็นพรหมลิขิตอีกแล้ว วันหนึ่งเราสอบผ่านแล้วเขาเคยสัญญากับเราไว้ตั้งนานแล้วว่าถ้าสอบผ่านเดี๋ยวให้รางวัล เราก็ส่งไปบอกว่าสอบผ่านแล้วไหนสัญญาว่าจะให้รางวัล เขาก็นัดกินข้าว แล้วช่วงนั้นเขาก็เลิกกับแฟนเขาไประยะหนึ่งแล้ว อยู่ดี ๆ ก็เปิดความในใจกัน

เดียร์ : ตอนนั้นที่คุยกันก็ดีนะ ต่างคนต่างรู้สึกดี

หมอเจี๊ยบ : คือเจี๊ยบไม่เคยรู้เลยว่าเขารู้สึกดีกับเรามาก่อนในทางนั้น ไม่ได้คาดคิดแบบนั้นเลย แล้วเขาก็มาบอกว่าเขาชอบเรานะ เขาเสียใจนะที่เราหายไปช่วงหนึ่ง เราก็งง ๆ เลย อึ้ง เขาชอบเราเหรอ ทั้ง ๆ ที่เราเคยชอบเขาและไม่คิดว่าจะเป็นไปได้แล้ว เราก็ดีใจส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือเรามั่นใจตัวเองแล้วเหรอ มันยังเป็นช่วงที่เราไม่มั่นใจตัวเองว่าเราจะดูแลคนนี้ได้เหรอ ถ้าเป็นสมัยก่อนตอนเด็ก ๆ ก็ไปเลย เป็นแฟนเลย ไม่ได้คิดหวังดีอะไรกับเขา คิดแต่ตัวเองเป็นหลัก แต่ทุกวันนี้เราต้องมั่นใจ เราต้องดูแลคนคนนี้ให้ดีที่สุด เพราะเราไม่ได้รักเขาแบบฉาบฉวย เรารู้สึกรักเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะเขาเคยช่วยเหลือเรามาก่อน เราก็จะไม่กล้าว่าเป็นแฟนกันเลย เราจะต้องมั่นใจตัวเอง แต่มันเป็นช่วงไม่มั่นใจ

วิธีขอเป็นแฟนเลี่ยนมาก ใช้วิธีไหน ?

หมอเจี๊ยบ : ไปเรียนมาจากคนอื่น ก็เขียนขอเป็นแฟนบนกระดาษซับมัน แล้วส่งให้เขา แล้วเขาก็หยิบมาใช้แล้วเห็น

ฝั่งคุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง ?

หมอเจี๊ยบ : คุณพ่อ คุณแม่ น้องเดียร์น่ารักมาก การที่คบกับเขาสิ่งหนึ่งที่โชคดีมากก็คือครอบครัวเขาน่ารักมาก คือให้การต้อนรับเราอย่างน่ารัก อย่างคุณยายเขาก็ใส่ชุดเหมือนรับปริญญาหลานมารอรับเรา

เดียร์ : แม่ก็จะคอยเตรียมอาหารให้พี่เจี๊ยบกิน ถามว่าพี่เจี๊ยบไปทำงานกี่โมง คอยเตรียมโน่นเตรียมนี่ไว้ให้

บ้านหลังที่สร้างอยู่เรือนหอหรือเปล่า ?

หมอเจี๊ยบ : คำว่าเรือนหอเป็นคำที่สื่อตั้งให้ เพราะตอนที่เราสร้างกันเราไม่คิดว่ามันจะเป็นเรือนหอ เราแค่คิดว่าหลังนี้จะเป็นหลังที่เราจะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต เป็นบ้านที่เราจะสร้างด้วยกันอยู่ด้วยกันจนแก่ สร้างทุกอย่าง ฟังก์ชันมันตอบโจทย์เราสองคน หลาย ๆ คนบอกว่าสร้างบ้านชอบทะเลาะกัน ของเราโชคดีที่เราแบ่งกัน แบ่งห้องแต่งตามสไตล์ใครสไตล์มัน แต่สุดท้ายเราก็มาจูนกันได้ตรงกลาง

หลังนี้ถ้าเรียกให้เข้าใจกันคือเรือนหอใช่ไหม ?

หมอเจี๊ยบ : ยอมก็ได้ เรือนหอก็ได้จ้า

หวังไว้ในอนาคตไหมว่าจะมีงานแต่ง ?

หมอเจี๊ยบ : หวังอยู่แล้ว สมัยก่อนเจี๊ยบไม่เคยเชื่อเรื่องการแต่งงานเลย คิดว่าจะแต่งทำไมก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว แต่พอเราเจอคนที่เรารักจริง ๆ มันคือการแสดงสถานะจริง ๆ ต่อคนอื่น เพราะคนที่จะเข้ามาหาเขาหรือเข้ามาหาเราก็จะมีความเกรงใจมากขึ้น มากกว่าการเป็นแฟนกัน

ถามเดียร์อยากแต่งงานไหม มีภาพในหัวเป็นยังไง ?

เดียร์ : อยากค่ะ จริง ๆ เดียร์มีภาพในหัวแล้วคงเป็นงานเล็ก ๆ ที่มีแค่ครอบครัวกับเพื่อนสนิท อาจจะจัดที่บ้านด้วยซ้ำ

หมอเจี๊ยบ : แต่เรื่องที่มันสำคัญกว่าการแต่งงานก็คือเรื่องกฎหมายของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ ถ้าคนที่ไม่ได้มาเป็นอย่างพวกเราคงไม่รู้หรอกว่ามันสำคัญขนาดไหน เรื่องการตัดสินใจร่วมกัน การรักษา การวางแผนอนาคต การเงินต่าง ๆ มันต้องยึดจุดกฎหมายเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเจี๊ยบว่าอยากให้มีกฎหมายนี้ออกมาเร็ว ๆ

ติดตามรับชมรายการคุยแซ่บShow ชมย้อนหลังได้ที่ YouTube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team