ดูหนังออนไลน์
Politics

ไทม์ไลน์ ‘คณะราษฎร’ ชุมนุม 14 ตุลา ถึงประกาศสถานการณุ์ฉุกเฉิน สลายม็อบ

ไล่เรียง ไทม์ไลน์ “คณะราษฎร” ชุมนุม 14 ตุลา ถึงประกาศสถานการณุ์ฉุกเฉิน สลายม็อบ จับกุมแกนนำ ห้ามนัดหมาย “แยกราชประสงค์”

ไทม์ไลน์ ชุมนุม “คณะราษฎร” ช่วงเช้า 14 ตุลา

เวลา 08.00 น. คณะราษฎรนัดชุมนุมบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ เร็วขึ้นจากเดิมซึ่งนัดหมายในเวลา 14.00 น. โดย นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและแกนนำคณะราษฎร ขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกใจผู้ชุมนุมให้ร่วมเคลื่อนขบวนช่วงบ่ายวันเดียวกัน

ไทม์ไลน์ ชุมนุม 14 ตุลา

ไทม์ไลน์ ชุมนุม 14 ตุลา

อานนท์ นำภา ม็อบ 14 ต.ค. 63

ในช่วงเช้า โลกออนไลน์แชร์ภาพรถบรรทุกและรถเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้นำประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองมุ่งหน้าไปยังถนนราชดำเนิน ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มชายหัวเกรียนใส่เสื้อสีเหลืองจำนวนมากเดินทางมาบริเวณถนนราชดำเนินกลาง ใกล้กับสถานที่ชุมนุมของ คณะราษฎร

นอกจากนี้ ตามแนวถนนราชดำเนินกลางและราชดำเนินนอกได้มีประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองจับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ  โดย นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธอิสระ) อดีตแกนนำกลุ่มการเมือง กปปส. และ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ซึ่งมีแนวคิดตรงข้ามกับกลุ่มคณะราษฎร ได้ปรากฎตัวที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก

พุทธอิสระ ม็อบ 14 ต.ค. หมอเหรียญทอง

ขณะเดียวกันปรากฎว่า มีกลุ่มคนเสื้อเหลืองขี่รถจักรยานยนต์มาเป็นขบวน บีบแตร เบิ้ลเสียงเครื่องยนต์ แล้วมากลับรถบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุม คณะราษฎร ได้กรูกันออกมา การ์ดจึงต้องออกมาวางแนวกั้น เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายเกิดการเผชิญหน้า

ที่เวทีการชุมนุม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เดินเข้ามาที่รถปราศรัยเพื่อพยายามจะเจรจากับแกนนำ แต่แกนนำไม่เจรจาด้วย ถูกมวลชนตะโกนไล่ให้ออกไป และขณะเดินออกมาก็โดนขว้างแก้วน้ำใส่โดนบริเวณไหล่ด้วย

ไทม์ไลน์ ชุมนุม 14 ตุลา

ไทม์ไลน์ ชุมนุม “คณะราษฎร” ช่วงบ่าย 14 ตุลา

เวลาประมาณ 13.00 น. เกิดการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรและประชาชนที่สวมใส่เสื้อเหลืองหน้าร้านศรแดง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีการเขวี้ยงขวดน้ำและสิ่งของเข้าใส่กัน จนกลายเป็นเหตุวุ่นวายและมีผู้บาดเจ็บ  1 ราย เจ้าหน้าที่ต้องรีบเข้ามากั้นทั้ง 2 ฝ่ายให้สถานการณ์สงบลง

ม็อบ 14 ต.ค. คณะราษฎร

ต่อจากนั้นแกนนำคณะราษฎรประกาศทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้เป็นของประชาชน เชิญชวนผู้ชุมนุมเข้าไปช่วยกันรื้อต้นไม้ออกจากลานรอบอนุสาวรีย์ฯ ก่อนประกาศเคลื่อนขบวนไปยึดทำเนียบรัฐบาล ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตร

ตลอดแนวการเคลื่อนขบวนของ คณะราษฎร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มประชาชนใส่เสื้อเหลืองยืนเรียงรายอยู่ตลอดเส้นทางทั้งสองฝั่งถนนราชดำเนิน  โดยกลุ่มเสื้อเหลืองได้ตะโกนว่าหนักแผ่นดิน ส่วนกลุ่มคณะราษฎรได้ชู 3 นิ้วตอบโต้กันไปมา

เมื่อขบวนผู้ชุมนุมมาถึงสะพานผ่านฟ้า เจ้าหน้าที่เจรจาให้ผู้ชุมนุมเลี่ยงไปใช้ถนนนครสวรรค์แทนถนนราชดำเนินนอกสำเร็จ จากนั้นการเดินขบวนของได้มาหยุดลงบริเวณมหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร เป็นเวลากว่า 30 นาที โดยมีด่านสกัด ตชด. พร้อมกับรถบัสขนาดใหญ่ 4 คัน จอดขวางทางอยู่

เวลา 15.51 น. กลุ่มผู้ชุมนุมกดดันอย่างหนัก โดยได้ฮือเข้าไปโยกรถบัสของเจ้าหน้าที่เพื่อขอเปิดทางไปยังทำเนียบรัฐบาล  ต่อมาผู้ชุมนุมบางส่วนได้ฝ่ามาถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก

ม็อบ 14 ต.ค. คณะราษฎร

เวลาประมาณ 16.50 น. ได้มีขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี  และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ผ่านหน้ากลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าดูแลความปลอดภัยตลอดแนวถนน

ขบวนเสด็จ 14 ตุลา
ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์

ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563  ได้ผลักดันแนวกั้นและเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมเปิดทาง บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทะลักเข้าไปบริเวณทำเนียบรัฐบาล เป็นที่เรียบร้อย โดยเบื้องต้นแกนนำประกาศว่าจะปักหลักชุมนุมอย่างน้อย 3 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุม

ม็อบ 14 ต.ค. คณะราษฎร

ช่วงกลางคืนวันที่ 14 ตุลาคม โฆษกรัฐบาลเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน และผู้ที่กระทำอื่นใดในลักษณะที่เป็นการหมิ่นสถาบันฯ โดยจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดโดยไม่ละเว้น

ทั้งนี้ ถือว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ “เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ เป็นบ่อนทำลายการบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบสุขของประชาชน”

ไทม์ไลน์ ชุมนุม 14 ตุลา

ไทม์ไลน์ ชุมนุม “คณะราษฎร” 15 ตุลา

เช้ามืดวันที่ 5 ตุลาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนามใน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 04.00 น.

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ชุมนุม 14 ตุลา

หลังจากมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ แกนนำกลุ่ม คณะราษฎร ประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับทันที​ ทำให้ผู้ชุมนุมรีบเดินทางทยอยแยกย้ายออกจากพื้นที่ชุมนุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากมากในชุดปราบจราจลและควบคุมฝูงชนเข้าขอคืนพื้นที่ สลายการชุม และจับกุมแกนนำ

สลายการชุมนุม คณะราษฎร

สลายการชุมนุม คณะราษฎร

เวลา 07.00 น. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อ่านแถลงการณ์กลุ่ม คณะราษฏร ว่า การจับกลุ่มแกนนาและผู้ปราศรัยทั้งหมด 4 คน ได้แก่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) นายอานนท์ นาภา นายประสิทธิ์ อุธาโรจน์ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก เป็นการกระทำที่ไม่มีความชอบธรรมแต่อย่างใด พร้อมเรียกร้องให้แนวร่วมออกมาชุมนุมอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์

แถลงการณ์ คณะราษฎร สลายการชุมนุม

เวลา 07.35 น. ตำรวจแถลงข่าวห้ามผู้ชุมนุมชักชวนไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เพราะถือเป็นความผิด ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ

เวลา 08.10 น. ตำรวจเข้าจับกุม รุ้ง ปนัสยา และนายณัฐชนน ไพโรจน์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ตามหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดธัญบุรี

จับ รุ้ง ปนัสยา
ขอบคุณภาพจาก TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team