ดูหนังออนไลน์
Business

ราคาทองวันนี้ 14 ต.ค. ร่วงหนัก 350 บาท

สมาคมค้าทองคำ รายงาน ราคาทองวันนี้ 14 ต.ค. 2563  ดิ่งลงถึง 350 บาท จากราคาปิดเมื่อวานนี้ (13 ต.ค.)  โดยที่ราคาทองคำแท่งขายออก อยู่ที่ 28,000 บาท และราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 28,500 บาท 

ราคาทองวันนี้ 14 ต.ค. ทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ มีราคารับซื้อล่าสุด อยู่ที่บาทละ 27,900 บาท ขายออกที่ ราคาบาทละ 28,000 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่ ราคาบาทละ 27,394.12 บาท และขายออก ที่ราคา 28,500 บาท

ขณะที่ ราคาทองคำโลก หรือ Gold Spot ล่าสุดอยู่ที่ 1,893.50 ดอลลาร์ ต่อออนซ์

ราคาทองวันนี้ 14 ต.ค.

ราคาทองคำ Spot ปรับลงแรงหลุดระดับ 1,900 ดอลลาร์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ทองในประเทศเปิดตลาดร่วงพรวดตาม

ทองคำตลาดโลกปรับลงแรงเกือบ 2% หลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นราว 0.50% แตะที่ระดับ 93.53 หลังจากมีรายงานว่านางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว โดยระบุว่าวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19

รายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในคืนวันนี้ติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. ตัวเลขคาดการณ์จะเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนส.ค. ที่เพิ่มขึ้น 0.4% ในขณะที่ประเด็นการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม รวมถึงประเด็นการพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 หลังจากที่มีข่าวว่าจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ

ประกาศราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดปรับลงแรง 350 บาท ตามทองคำโลกที่ร่วงหลุดระดับ 1,900 ดอลลารเมื่อคืนที่ผ่านมา ในขณะที่เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงตั้งแต่เมื่อวานเป็นปัจจัยบวกต่อทองในประเทศ

ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำคาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น โดยจะมีแนวต้านแรกที่บริเวณ 1,900 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,925 ดอลลาร์ ในขณะที่แนวรับ 1,880 ดอลลาร์ จะเป็นแนวรับแรก และแนวรับถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 1,865 ดอลลาร์ ตามลำดับ

ราคาทองวันนี้ 14 ต.ค.

บทวิเคราะห์ของ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด  (YLG Bullion and Futures Co., Ltd.)  ระบุว่า ราคาทองคำวานนี้ปิดดิ่งลง 30.87 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันอย่างหนัก จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์

ทั้งนี้ ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 1) แรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย จากความวิตกเกี่ยวกับการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐที่มีแนวโน้มล่าช้า หลังจากแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ “ปฏิเสธ” ข้อเสนอล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ให้ “เพิ่มวงเงิน” ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสู่ระดับ 1.8 ล้านล้านดอลล์

โดยมองว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของ COVID-19 สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวอาจยังไม่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.นี้

นอกจากนี้ ดอลลาร์ ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนและยารักษา COVID-19 หลัง Johnson & Johnson “ระงับ” การทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 ชั่วคราว ส่วน Eli Lilly & Co ตัดสินใจ “ระงับ” การรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองแอนติบอดีสำหรับการรักษา COVID-19

2) การอ่อนค่าของเงินปอนด์ จากความวิตกเกี่ยวกับ no-deal Brexit ขณะที่อัตราการว่างงานของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นกว่าคาดสู่ระดับ 4.5% กดดันปอนด์เพิ่ม

และ 3) การอ่อนค่าของเงินยูโร หลังดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีร่วงลงเกินคาดสู่ระดับ 56.1 ในเดือนต.ค. ซึ่งการอ่อนค่าของเงินปอนด์และยูโรสร้างแรงหนุนเพิ่มเติมให้กับดอลลาร์ ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.5% จนกดดันให้ราคาทองคำดิ่งลงกว่า 30 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับสูงสุดในระหว่างวันสู่ระดับต่ำสุดบริเวณ 1,886 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)ของสหรัฐ

คำแนะนำ หาจังหวะเมื่อราคาดีดตัวขึ้น ให้เปิดสถานะขาย หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,900-1,911 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรบางส่วน หากราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,872-1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI