ดูหนังออนไลน์
Business

โควิด-19 สะเทือน ‘ท่องเที่ยว’ ทั่วโลก อีก 4 ปีกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ



โควิด-19 สะเทือนท่องเที่ยวทั่วโลก ครี่งปีแรก 2563 นักท่องเที่ยวทั่วโลกหายไปกว่า 439 ล้านคน คาดกว่าจะฟื้นเท่าช่วงก่อนเกิดโควิด คาดใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 ปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า การระบาดของ โควิด-19 สะเทือนท่องเที่ยวทั่วโลก  โดยสร้างความสูญเสียให้แก่กิจกรรมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เห็นได้จากในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกหายไปแล้วกว่า 439 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

โควิด-19 สะเทือนท่องเที่ยวทั่วโลก

ทั้งนี้ เมื่อคิดเป็นมูลค่า พบว่า การท่องเที่ยวทั่วโลก สูญเสียรายได้ไปแล้ว น่าจะไม่ต่ำกว่า 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ!!

จากข้อมูลล่าสุดของ องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO พบว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั่วโลก มีจำนวนเพียง 233 ล้านคน หรือหดตัวลงกว่า 65% และในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกเหลือเพียง 18 ล้านคน หดตัวกว่า 95% เนื่องจากการปิดน่านฟ้าและพรมแดนระหว่างประเทศในหลายประเทศ

สำหรับทิศทางการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก ในช่วงที่เหลือของปี 2563 ต่อเนื่องจนถึง ครึ่งแรกของปี 2564 ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศยังไม่ดีขึ้น

ล่าสุด หลายประเทศเริ่มผ่อนคลาย มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ ของชาวต่างชาติ และมีหลายประเทศ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน ในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ขณะที่ช้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน 2563 ประเทศที่มีการผ่อนปรน มาตรการการควบคุม การเดินทางระหว่างประเทศ มีประมาณ 115 ประเทศ และเขตปกครองพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นประเทศในภูมิภาคยุโรป

อย่างไรก็ดี การผ่อนคลายการเดินทางระหว่างประเทศ ยังเป็นการเปิดแบบมีเงื่อนไข เช่น การกำหนดประเทศต้นทาง และการกักตัวในสถานที่พักเป็นเวลา 7-14 วัน

โควิด-19 สะเทือนท่องเที่ยวทั่วโลก

นอกจากนี้ บางประเทศที่มีการทำสัญญาการท่องเที่ยว กับเฉพาะบางประเทศ ที่มีการจัดการบริหารโรคได้ดี สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว แต่ก็ยังต้องปฏิบัติตามตามเงื่อนไขอื่น ๆ ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ยังมีจำนวนน้อย

ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางท่องเที่ยวสเปนในเดือนกรกฏาคม 2563 มีจำนวน 2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2563 ที่มีจำนวน 1.3 แสนคน แต่เนื่องจากสเปน มีการพบการติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อความต่อเนื่อง ในการฟื้นตัว

ขณะเดียวกัน มาตรการผ่อนปรนต่าง ๆ ยังมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ การระบาดของโรคในประเทศต่าง ๆ โดยที่ผ่านมา สหราชอาณาจักร มีการยกเลิกมาตรการ ไม่ต้องกักตัว สำหรับชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาจากสเปน ฝรั่งเศส และเบลเยี่ยม เป็นต้น

ส่วนประเทศที่เคยมีการทำ Travel Bubble ไปก่อนหน้า เช่น ในกลุ่มประเทศ Baltic ระหว่างประเทศลัตเวีย-ลิทัวเนีย-เอสโตเนีย โดยลัตเวีย ก็ได้ปรับกฎเกณฑ์ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาจากเอสโตเนีย ต้องมีการกักตัว 14 วัน เนื่องจากพบว่า เอสโตเนีย มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ยังมีความไม่แน่นอนสูง

จากสถานการณ์ดังกล่าว คาดว่าการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั่วโลกในปี 2563 น่าจะหดตัวประมาณ 77.7% จากปีก่อน หรือมีจำนวนเพียงประมาณ 324 ล้านคน จาก 1.45 พันล้านคนในปี 2562 ขณะที่รายได้การท่องเที่ยวโลก คาดว่า จะอยู่ที่ประมาณ 320,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก 1.48 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2562

ในส่วนของการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นการเดินทางระหว่างประเทศ ในภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการผ่อนคลาย มาตรการการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศมากที่สุด

ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ที่มีขนาดใหญ่อันดับสองรอง จากภูมิภาคยุโรป และในช่วงปลายปีของทุกปี ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จะเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ของนักท่องเที่ยวจากหลาย ๆ ประเทศ แม้หลายประเทศในภูมิภาค เช่น ไทย จีน นิวซีแลนด์ จะสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดี แต่ประเทศเหล่านี้ ยังคงมีความระมัดระวัง ในการเปิดรับชาวต่างชาติ ทำให้กิจกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ น่าจะยังจำกัดอยู่มาก

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ทิศทางการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั่วโลก การฟื้นตัวในระดับ ที่เข้าสู่ภาวะก่อนการระบาดของโควิด-19 น่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2567

สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนกลับมายังทิศทางการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก โดยทางการไทยยังระมัดระวังในการผ่อนคลายมาตรการ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ

หากมองไปข้างหน้า กลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวก่อน จะเป็นเดินทางเพื่อการพักผ่อน ในกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับกลาง-บน เนื่องจากการเดินทางในช่วงนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูง สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป และกลุ่มไมซ์ อาจจะยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT