ดูหนังออนไลน์
Politics

แห่แชร์! นร.หญิงโรงเรียนดังปราศรัยเดือดกลางโรงอาหาร ปลุกร่วมม็อบ 14 ต.ค.



เพจ “สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก” ไลฟ์สดนักเรียนหญิงโรงเรียนดัง จ.ร้อยเอ็ด ปราศรัยเดือดกลางโรงอาหาร ปลุกร่วมม็อบ 14 ต.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก ได้ไลฟ์สดนักเรียนหญิงโรงเรียนชื่อดัง ในจังหวัดร้อยเอ็ด ขึ้นกล่าวปราศรัยกลางโรงอาหาร โดยนักเรียนหญิงคนดังกล่าว ระบุว่า ที่ขึ้นมาพูดวันนี้ขอใช้เวลาไม่นาน อยากให้ทุกคนได้ฟังกันถึงเรื่องที่เราอึดอัดมาตลอดโดยมีประมาณ 2 – 3 เรื่องที่จะพูด เรื่องแรก คือ “อำนาจนิยมในโรงเรียน”

อำนาจ คืออะไร อำนาจ คือ สิ่งที่ผู้มียศสูงกว่าใช้กดหัวเราลงมา ในที่นี้อำนาจนิยมในโรงเรียน คือ การครู หรือว่าคนที่เรียกตัวเองว่าแม่พิมพ์แห่งชาติ ใช้อำนาจตัวเองในการเป็นครูกดเราให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่เค้าสร้างขึ้นมา และเมื่อเราพยายามที่จะออกจากกรงนั้นที่ได้ขังเราเอาไว้ เค้าจะสวนกลับมาว่า “นี่มาเถียงฉันหรือ” เรื่องเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น

การอบรมสั่งสอนเป็นสิ่งที่ครูพึงกระทำ และควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะพอดี การอบรมสั่งสอนที่ถูกที่ควรทำ แต่การอบรมสั่งสอนเพื่อทำให้ตนเองพอใจ ไม่สมควรจะมายุ่งกับพวกเรา ทรงผม ถุงเท้า แม้แต่สีเสื้อในที่ดิฉันใส่อยู่ในตอนนี้ ถ้าเอาให้ใกล้ตัวกว่านั้น คือ สีเสื้อกันหนาวที่ใส่มาตอนเช้าผิดอะไร ดิฉันใส่มาเนื่องจากมันหนาว เนื่องจากแดดร้อน คุณบอกให้ฉันถอด เพราะคุณอยากได้ระเบียบวินัย

“ระเบียบวินัยไม่ได้สร้างมาจากเสื้อกันหนาว มันสร้างมาจากตัวคน แล้วการที่เราถูกอบรมสั่งสอนนอกห้องเรียนแบบนี้ คุณได้ย้อนกลับมาดูหรือยังว่า คนที่สอนเรานอกห้องเรียน ทำหน้าที่เป็นครูสั่งสอนให้เราเรียนบทเรียนนั้นได้ดีแล้วหรือยัง”

นักเรียนหญิง กล่าวเพิ่มอีกว่า ในการสอบครู เค้าไม่มีการสอบจรรยาบรรณครูกันใช่ไหม หรือว่า จรรยาบรรณของครูมันเป็นสิ่งที่ท่องจำกันมาเพื่อใช้ในการสอบ เหมือนที่เอาบทเรียนให้นักเรียนท่องจำแล้วใช้ในการสอบเท่านั้น เรื่องนี้จึงอยากให้ทุกคนตระหนัก ว่า อำนาจที่เราถูกกดมาตลอดเวลา เรื่องเราที่เถียงไม่ได้ เวลาที่คนรุ่นใหม่จะออกมาพูดกับถูกต่อว่า ดิฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็อาจถูกอำนาจนิยมในโรงเรียนกดขี่อยู่เหมือนกัน หลังจากที่ดิฉันลงจากโต๊ะนี้ไปแล้ว

เรื่องที่สอง “เรื่องการเรียนการสอนในไทย” การศึกษาในประเทศไทย คือ ความเหลื่อมล้ำอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พวกเราอยู่กับความเคยชินมาตลอด ทุกคนมีใครเรียนพิเศษ เข้าค่ายติวบ้าง เชื่อว่ามีหลายคน ณ ที่นี้ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อลงคอร์สเรียนพิเศษ

ทั้งที่จริงแล้วเราควรจะเรียนพิเศษเพื่อหาความรู้เพิ่ม ไม่ใช่เรียนพิเศษเพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อในสิ่งที่เรียกว่า ระบบการศึกษาไทย นี้ทำให้เรารู้ว่า การศึกษาในไทยห่วยแตกจนไม่สามารถทำให้เราบรรลุเป้าหมายของตนได้ ถ้าใครไม่มีทุนทรัพย์ ต้องหาเงินแทบเป็นแทบตายเพื่อที่จะได้เข้ามหาลัย บางคนไม่มีเวลาแม้แต่จะอ่านหนังสือ ไม่มีเวลาลงคอร์สเรียน คนชายขอบถูกเตะออกไปจากระบบการศึกษาไทย ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นเรื่องพื้นฐาน สิทธิที่เราควรได้รับทุกคน หลังจากที่เราเรียนจบไปก็หวังจะมีงานทำดีๆทำ เพื่อจะได้มีเงินมาเลี้ยงชีพ เลี้ยงพ่อแม่ แต่กลับพบว่าเรียนจบมาแล้วต้องเจอปัญหาว่างงาน แบบนี้จะเรียนไปทำไม

ส่วน เรื่องว่างงาน เป็นปัญหาที่เกิดมานาน ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ปัญหานี้ไม่เคยได้รับการแก้ไขเสียที เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่วนกลางจะต้องแก้ไข แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาอนาคตที่เราว่างงานได้ แล้วเราจะมีรัฐบาลชุดนี้ไว้ทำไม

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องความพยายามของเรา มีคนเดินมาบอกเหมือนกันว่าที่คุณคิดถึงปัญหาการว่างงานในอนาคตของตัวเอง เพราะคุณพยายามไม่พอหรือไม่ ดิฉันตอบไปว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่า พวกเราไม่พยายาม เราพยายามกันจะตายอยู่แล้ว แต่เพราะว่าเขาไม่เห็นหัวเราเลย

เราไม่ควรจะเรียนสูงๆ แล้วจบไปเป็นคนว่างงาน เราควรมีอนาคตที่ดี ดังนั้น ดิฉันขอสรุปการปราศรัยในครั้งนี้ว่า อยากให้ทุกคนได้ตื่นรู้ว่าเรากำลังประสบปัญหาทางการเมืองโดยตรง ฟุตปาธทำให้เราล้มเป็นแผล สายไฟยังคงระโยงระยางลงมาจากข้างบน พร้อมจะลากคอเราตายได้ทุกเมื่อ เราไม่ควรต้องเจออะไรแบบนี้

ดังนั้น 14 ตุลาคมนี้ ที่ถนนราชดำเนิน จะต้องเปลี่ยนเป็นถนนราษฎรดำเนิน แล้วเราจะไปสร้างอนาคตใหม่เพื่อให้พวกเราได้มีอนาคตที่สดใสอย่างที่เราควรจะมี หากคุณบริหารไม่ได้ ไม่สามารถทำให้พวกเราพบความสุขได้อย่างแท้จริง คุณก็ลาออกไปเถอะค่ะ ดิฉันยืนพูดตรงนี้เพียงคนเดียวคือการกบฏ หากทุกท่านรวมใจกันเป็นพลังเปล่งเสียงไปพร้อมกัน นี่คือการปฏิรูป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team