ดูหนังออนไลน์
General

ปภ.รายงานน้ำท่วมฉับพลัน -วาตภัยในพื้นที่ 11 จังหวัด



 ปภ.รายงานเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ 11 จังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) กอปรกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2563- 11 ตุลาคม 2563 (เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย รวม 11 จังหวัด 31 อำเภอ 63 ตำบล 162 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,075 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แยกเป็น พื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก 10 จังหวัด รวม 27 อำเภอ 56 ตำบล 147 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,058 ครัวเรือน ได้แก่

นครราชสีมา น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปากช่อง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอปักธงชัย อำเภอโนนสูง อำเภอชุมพวง อำเภอห้วยแถลง อำเภอทะเมนชัย อำเภอพิมาย อำเภอจักราช และอำเภอวังน้ำเขียว รวม 22 ตำบล 62 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 444 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ 1,950 ไร่ ปัจจุบันยังมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอปากช่อง อำเภอปักธงชัย และอำเภอเมืองนครราชสีมา ฝนหยุดตก ระดับน้ำลดลง

ภาพ:ปภ.กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

สระแก้ว น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็น รวม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านประชาชนได้รับผลกระทบ 76 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

ฉะเชิงเทรา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอสนามชัยเขต รวม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30 ครัวเรือน ปัจจุบันฝนตกเล็กน้อย ระดับน้ำทรงตัว

จันทบุรี เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลาก ในพื้นที่อำเภอสอยดาว และอำเภอโป่งน้ำร้อน รวม 3 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16 ครัวเรือน ปัจจุบันฝนหยุดตก ระดับน้ำทรงตัว

กาญจนบุรี เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย รวม 1 ตำบล 4 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ปัจจุบันระดับน้ำสูงขึ้น

ราชบุรี น้ำไหลหลากในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสวนผึ้ง อำเภอจอมบึง อำเภอปากท่อ และอำเภอบ้านคา รวม 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 410 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

เพชรบุรี น้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง รวม 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 30 หลัง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

ประจวบคีรีขันธ์ น้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอหัวหิน รวม 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย

ชลบุรี และระยอง สถานการณ์คลี่คลายแล้ว

ภาพ:ปภ.กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 2 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท และกาญจนบุรี รวม 4 อำเภอ 7 ตำบล 15 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 17 หลัง

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนเรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์ รถบรรทุกติดตั้งเครน รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปยังจุดอพยพ อีกทั้งแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อการดำรงชีพ และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

นายชัยณรงค์ วาสนะสมสิทธิ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะโฆษกกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก. ได้ติดตามสถานการณ์และประสานการปฏิบัติกับผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง สนับสนุนเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยในการปฏิบัติงานให้กับจังหวัดต่างๆ ตามที่ได้รับร้องขออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา เข้าให้การช่วยเหลือ สนับสนุนเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 20 ลำ รถบรรทุกติดตั้งเครน 1 คัน รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 2 คัน และได้อพยพประชาชนประมาณ 160 คน (จุดอพยพ รพ.ปากช่องนานา รร.สัญลักษณ์วิทยา รร.รุ่งอรุณวิทยา มูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน วัดท่ามะนาว) และมอบข้าวกล่องให้ผู้ประสบภัย

จันทบุรี ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 17 จันทบุรี ได้สนับสนุนรถกู้ภัย/ไฟส่องสว่าง จำนวน 1 คัน รถขนย้ายผู้ประสบภัย 6 ล้อยกสูง จำนวน 2 คัน เรือขนย้ายสิ่งของ จำนวน  20 ลำ พร้อมเสื้อชูชีพ จำนวน 50 ตัว ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว

กาญจนบุรี ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 สุพรรณบุรี สนับสนุนเรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์เรือแบบหางยาว 4 ลำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย

ภาพ:ปภ.กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

โฆษก ปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยทุกจังหวัด ระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง  เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง อพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว

ปภ.ยังคงจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ริมแม่น้ำ พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย

สำหรับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย และวาตภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight