ดูหนังออนไลน์
Business

‘สถานีไฟฟ้าแรงสูง’ แห่งใหม่ ‘ขุมพลัง’ รถไฟชานเมืองสายสีแดง



การแก้ไขปัญหารถติดของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ถือเป็นความท้าทายของทุกหน่วยภาครัฐ  ซึ่งหนึ่งในแนวทางการบรรเทาปัญหาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง

โดยเฉพาะ “โครงการระบบรถไฟชานเมือง” ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการเดินทางของประชาชน ระหว่างย่านใจกลางเมือง และชานเมือง ให้มีความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย และตรงต่อเวลา ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางของประชาชน รวมทั้งขยายความเจริญ ไปยังย่านชานเมือง ช่วยลดความแออัดทางการจราจรของกรุงเทพมหานครได้เป็นอย่างดี

“สถานีกลางบางซื่อ” เป็นโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟหลักของประเทศไทย เพื่อทดแทนสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นสถานีรถไฟต้นทางของรถไฟวิ่งทางไกล รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูง และยังเป็นสถานีศูนย์กลางของรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)

เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะกลายเป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย และยังเป็นสถานีรถไฟใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

รถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เส้นทางบางซื่อ-รังสิต ถือเป็นโครงการสำคัญเร่งด่วน ในแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (M-MAP) ซึ่งคณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการนี้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 และมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการให้โครงการ สำเร็จตามแผนที่กำหนดไว้

ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ประกอบด้วย 3 เส้นทาง คือ สายสีแดงเข้ม (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-มหาชัย) สายสีแดงอ่อน (ศาลายา-หัวหมาก) และแอร์พอต เรล ลิงค์ (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ) ซึ่งมีระบบการขับเคลื่อนรถไฟ ด้วยระบบไฟฟ้ากำลัง จึงจำเป็นต้องจัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงประสานความร่วมมือกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อร่วมกันจัดหาพลังงานไฟฟ้า ส่งจ่ายให้โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อได้อย่างมั่นคงเพียงพอ

สถานีไฟฟ้าแรงสูงแห่งใหม่ใจกลางมหานคร

กฟผ. ดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร (สฟ.จตุจักร) ซึ่งเป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Substation: GIS) ระดับแรงดัน 230 กิโลโวลต์ (KV) ภายใต้การดำเนินงานของโครงการขยายระบบไฟฟ้า ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะที่ 3 ก่อสร้างภายในที่ดินเช่าแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายของ รฟท. พื้นที่รวม 8.62 ไร่ โดยรับไฟฟ้าจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 KV ลาดพร้าว – พระนครเหนือ 1 วงจร และ 230 KV ลาดพร้าว – แจ้งวัฒนะ 1 วงจร

ทั้ง 2 วงจร จะตัด และเชื่อมต่อกัน ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักรแห่งใหม่นี้ จากนั้นจะส่งไฟฟ้าไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงของ กฟน. ให้ปรับลดระดับแรงดันไฟฟ้าลง เพื่อส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ รฟท.  รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ของโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ  รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงเชื่อถือได้ให้แก่ระบบกำลังไฟฟ้า ในเขตจตุจักร พื้นที่ใกล้เคียง และรองรับชุมชนที่จะขยายเพิ่มขึ้น ตามแนวรถไฟฟ้าอีกด้วย

โครงการก่อสร้างนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จ และจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบให้แก่ กฟน. ได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากนั้น สฟ.จตุจักร จะกลายเป็นสถานีส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าแหล่งใหญ่ ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการเดินทางของรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ทั้งสามสาย และหล่อเลี้ยงไฟฟ้าให้แก่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยในภาพรวมต่อไปในอนาคต

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว ปลอดภัย และสะดวกสบายของประชาชน เป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องร่วมมือกันพัฒนาและอำนวยความสะดวกให้การเดินทางในทุก เส้นทางมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการขนส่งมวลชนทางรางที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ และความก้าวหน้าของประเทศ รวมทั้งบรรเทาปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี

รถไฟชานเมืองสายสีแดง จะกลายเป็นเส้นทางการเดินทางหลักย่านใจกลางเมืองสู่ชานเมืองสายสำคัญ ซึ่ง รฟท. ร่วมกับ กฟน. และ กฟผ. มุ่งมั่นจัดหาขุมพลังงานที่มีความมั่นคงปลอดภัย เชื่อถือได้ และทันสมัยส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ให้มีความมั่นคง เพียงพอตลอดเวลา เพื่อขับเคลื่อนความสุขของคนไทย ทำให้ทุกวันแห่งการเดินทางมีแต่รอยยิ้มที่เกิดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป

‘สฟ.จตุจักร’ พิเศษอย่างไร

  • เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่ใช้เทคโนโลยี Digital substation (IEC61850) แห่งแรก
  • ควบคุมการทำงานด้วยระบบดิจิทัล และระบบสื่อสารไฟเบอร์ออปติก ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบแม้แต่คนเดียว แต่หากมีเหตุขัดข้อง จะมีเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าไปแก้ไขได้ทันที
  • ออกแบบ และติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงแบบพิเศษ ที่มีเพียงต้นเดียวในประเทศไทย เพื่อรองรับการใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมความสูงของเสาไม่ให้ส่งผลกระทบ ต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าเดิม
  • ออกแบบ และติดตั้งแนวแผ่นแบริเออร์ (barrier) ตลอดแนวโค้งของสะพานต่างระดับ เพื่อลดและป้องกันมลภาวะทางเสียง อุบัติเหตุ และการก่อวินาศภัย ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team