ดูหนังออนไลน์
Business

‘ธอส.’ เล็งปล่อยสินเชื่อ 2.15 แสนล้านปีหน้า ยกระดับสู่ ‘ธนาคารดิจิทัล’

ธอส. เล็งปล่อยสินเชื่อ 2.15 แสนล้าน ปี 2564 และเพิ่มเป็น 2.22 หมื่นล้านปี 2565 พร้อมเดินหน้าพัฒนาธนาคารดิจิทัล 3 โครงการหลัก สานพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน”

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2564 ธอส. เล็งปล่อยสินเชื่อ 215,641 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 222,110 ล้านบาท ในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นปีละ 3% ตามลำดับ ขณะที่มีสินเชื่อคงค้างในปี 2564 อยู่ที่ 1.374 ล้านล้านบาท และเพิ่มเป็น 1.444 ล้านล้านบาท ในปี 2565

ธอส. เล็งปล่อยสินเชื่อ

พร้อมกันนี้ จะเดินหน้ายกระดับการให้บริการลูกค้าขึ้นสู่ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม เพื่อรองรับการเป็น ธนาคารดิจิทัล (Digital Bank) และมุ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า สามารถเข้าถึงบริการ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของธนาคาร ได้อย่างสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของธนาคาร เพื่อดึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลง โดยตั้งเป้าหมายให้มี การทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Transaction) ไม่ต่ำกว่า 80% ของจำนวนธุรกรรม ทั้งหมดในปี 2565

สำหรับโครงการสำคัญ ที่สนับสนุนการเป็น ธนาคารดิจิทัล ประกอบด้วย

  • โครงการ New Normal Services

พัฒนาบริการใหม่ของธนาคารบน แอปพลิเคชั่นมือถือ : GHB ALL เพื่อรองรับ ไลฟ์สไตล์ ลูกค้าแบบ New Normal ตามที่ธนาคารได้เปิดให้บริการในระยะที่ 1 จำนวน 6 บริการ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 ประกอบด้วย

1. การซื้อสลากออมทรัพย์ ธอส. ให้บริการได้ทั้งการซื้อสลากครั้งแรก หลังเปิดบัญชีสลากที่สาขา หรือลูกค้าเดิมที่ต้องการซื้อเพิ่มเติม รวมถึงสลากออมทรัพย์ชุดใหม่ล่าสุด ชุดเกร็ดดาว หน่วยละ 5,000 บาท แต่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลมากยิ่งขึ้น โดยรางวัลที่ 1 มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ซื้อครั้งแรกภายในเดือนตุลาคม 2563

2. ขอ Statement บัญชีเงินฝาก สำหรับลูกค้าที่ต้องการนำข้อมูลบัญชี ประเภทออมทรัพย์ ไปใช้เป็นหลักฐาน ประกอบการพิจารณาในการอนุมัติธุรกรรมต่าง ๆ ตามที่ต้องการ

3. จองคิวใช้บริการล่วงหน้า เพื่อไปรอรับบริการที่สาขา ในวันเวลาที่นัดหมายได้ทันที

4. ใบเสร็จชำระเงินกู้ รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนรูปแบบเดิม ที่เป็นกระดาษ และจัดส่งทางไปรษณีย์

5. ชำระเงินดาวน์ทรัพย์ NPA โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา

6. แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งเอกสาร การติดต่อกับธนาคาร

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดให้บริการในระยะที่ 2 วันที่ 16 ธันวาคม 2563 เช่น เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ขอหนังสือรับรองภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ขอหนังสือรับรองภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ แจ้งความประสงค์กู้เพิ่ม

  • โครงการ Tollway Loan Plus

เป็นการยกระดับความร่วมมือกับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท หรือหน่วยงานที่มีสวัสดิการเงินกู้กับธนาคาร จะเป็นผู้ส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งรายได้ หลักฐานส่วนตัว และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการยื่นกู้ ให้แก่พนักงานที่ประสงค์ยื่นกู้ เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยกับธนาคาร โดยที่พนักงานไม่ต้องลางาน เพื่อเดินทางไปติดต่อยื่นเรื่องกู้ที่สาขาธนาคาร

หลังจากนั้น ธนาคารจะเป็นผู้ติดต่อ และสัมภาษณ์ข้อมูลรายละเอียด เพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ทางโทรศัพท์ต่อไป และเดินทางเข้ามาธนาคารเพียงครั้งเดียว เพื่อทำสัญญา ภายหลังได้รับแจ้งอนุมัติสินเชื่อแล้วเท่านั้น

  • โครงการ Virtual Branch

หน่วยบริการสินเชื่อไร้ที่ทำการ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา แต่ยังคงได้รับบริการเสมือนอยู่ที่สาขา โดยธนาคารได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล ให้แก่ผู้บริหาร และพนักงาน ให้สามารถทำงานภายใต้การเปลี่ยนแปลงไปสู่ ธนาคารดิจิทัล  รวมถึงจัดทำโครงการ Digitizer พัฒนาระบบการอนุมัติ และจัดการเอกสารในลักษณะ Workflow ผ่านระบบดิจิทัล ลดขั้นตอนการทำงาน ลดการใช้กระดาษ เป็นต้น

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ ธอส. ปี 2564-2565 ยังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” รักษาความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย ด้วยการมีสินเชื่อคงค้างจำนวน 1 ใน 3 ของยอดสินเชื่อคงค้าง ทั้งระบบสถาบันการเงิน

ล่าสุด ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 156,650 ล้านบาท และมั่นใจว่า ปี 2563 จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 210,000 ล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุน อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ประชาชนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ณ เดือนสิงหาคม 2563 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2562 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,273,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.30% สินทรัพย์รวม 1,351,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.55% เงินฝากรวม1,110,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.74% และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 51,559 ล้านบาท คิดเป็น 4.05% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 2,044 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team