ดูหนังออนไลน์
General

โผล่อีกราย! ‘ครูอิง’ สุดโหด ใช้ถุงดำคลุมเด็ก ทั้งทุบตี-จับขังในถังขยะ

สารสาสน์ ราชพฤกษ์ ยังฉาวไม่หยุด คลิปล่าสุดเผย “ครูอิง” สุดโหด ใช้ถุงดำคลุมเด็ก หลังทุบตีเด็ก เพราะร้องไห้ไม่หยุด แถมยังจับขังในถังขยะอีก 

วันนี้ (2 ต.ค.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์” เปิดโปงพฤติกรรมทำร้ายเด็กเตรียมอนุบาลวัยเพียงแค่ 2 ขวบ ของครูโรงเรียน สารสาสน์ ราชพฤกษ์ รายล่าสุด ที่ชื่อว่า “ครูอิง” ทั้งทำร้ายร่างกาย เอาถุงดำมาคลุมทั้งตัวเด็ก และจับเด็กไปขังไว้ในถังขยะ โดยระบุว่า

พ่อแม่ใจจะขาด หลังดูวงจรปิด ลูกถูก #เช่ออิง บังคับให้นั่งแล้วเอาถุงดำคลุมทั้งตัว ให้หยุดร้องไห้ บางคลิปเอามืออุดปากอุดจมูกเด็กให้เงียบ หลังจากทุบตีเด็ก #เนอร์สเซอรี #เด็ก 2 ขวบ

เอาถุงดำใส่ขยะมาครอบเด็กทั้งตัวหลังจากใช้กำลังทุบตีเด็กเพราะเด็กร้องไห้ไม่หยุด ถ้าเด็กขาดอากาศหายใจตายจะทำยังไง คลิปวันต่อมาปรากฎ #เช่ออิง แค่เอาถุงดำมาวางตรงหน้า เด็กก็กลัวแล้ว… #เนอร์สเซอรี่ #สารสาสน์ราชพฤกษ์ บางคลิปเอาหน้าแข้งเหยียบให้เด็กหยุดร้อง

#เช่ออิง ไปเช็คประสาทบ้างระ พ่อแม่อึ้ง ลูกวัย 2 ขวบ ถูกจับขังในถังขยะให้หยุดร้องไห้ #เนอร์สเซอรี่

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นเรื่องอื้อฉาวล่าสุด ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ซึ่งนับแต่ที่มีการเปิดเผยพฤติกรรมของ “ครูจุ๋ม” ครูพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ทำร้ายเด็กมาเป็นรายแรก ก็เกิดการตรวจสอบ และพบกรณีทำร้ายเด็กมาอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหาร สารสาสน์ ยอมรับผิด

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารสารสาสน์ ก็ได้ยอมรับผิด ขอโทษทุกฝ่าย กำหนดแนวทางเยียวยา ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน พร้อมตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์คนใหม่

นายพิสุทธิ์ ยงค์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสารสาสน์ กล่าวภายหลังประชุมหารือกับ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ว่า ในนามตัวแทน ผู้บริหารสารสาสน์ ยอมรับผิด และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยถือเป็นข้อผิดพลาดที่ตัวบุคคล และยอมรับว่าครู ผู้บริหารที่อยู่ในโรงเรียน ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อปฏิกริยาของผู้ปกครอง การตัดสินใจจึงล่าช้า ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องของทางโรงเรียน และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ นักเรียนและผู้ปกครอง ด้วยความยุติธรรม

ทั้งนี้ ทางผู้บริหารได้แต่งตั้ง น.ส.วารุณี เผือกเทศ ขึ้นเป็น อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์คนใหม่ ที่ทำหน้าที่บริหารและจะสามารถแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง และให้คำตอบได้ภายใน 1 วัน รวมทั้งจะมีคณะผู้บริหารชุดใหม่ เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ทางโรงเรียน จะตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนที่ห้องธุรการ มีเจ้าหน้าที่ คอยรับเรื่องร้องเรียน และทุกอย่างจะนำไปสู่การปฏิบัติแก้ไขโดยเร็วที่สุด รวมถึงการคัดกรองประสิทธิภาพ และสุขภาพจิตใจของครู โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต จะเข้าไปประเมินอย่างสม่ำเสมอ

“วันนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะฝากถึงผู้ปกครอง นอกจากคำขอโทษ เราไม่แก้ตัวในสิ่งที่เกิดขึ้น ความไม่เข้าใจ กระแสรุนแรงที่เกิดขึ้น เราขออภัยท่านผู้ปกครอง ขออภัยพี่น้องประชาชน ขออภัยคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ที่ให้ความไว้วางใจสารสาสน์ แล้วเราทำให้ท่านผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นายพิสุทธิ์ กล่าว

นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานคณะกรรมการ โรงเรียนในเครือสารสาสน์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสารสาสน์ มีเจตนารมย์ในการสร้างโรงเรียน ด้วยความรัก และรักในวิชาชีพครู มีเจตนาบริสุทธ์ของครู

“ผู้บริหารมีความรู้สึกห่วง และในฐานะเป็นพ่อที่มีลูกสาว จึงมีความรู้สึกเหมือนกับที่ผู้ปกครองรู้สึก ในส่วนนี้พวกเรารู้สึกเจ็บที่หัวใจ เรามีความรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นในโรงเรียนสารสาสน์ได้อย่างไร แล้วเราก็ต้องแก้ไข แต่เราจะไม่แก้ตัว เราจะไม่โทษใคร”นายพิสุทธิ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน จะมีการพิจารณาระบบการบริหารของโรงเรียน และระบบการอภิบาลของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ทั้งหมด 42 แห่ง ให้ดีขึ้น พร้อมจะแก้ไขทุกเรื่องที่ผู้ปกครองร้องเรียนอย่างใส่ใจ และจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ และพร้อมจะแก้ไขตามบันทึกข้อตกลงวันนี้ต่อไป เพื่อให้ปัญหาทุกอย่างได้รับการคลี่คลาย และได้รับความยุติธรรม

ด้าน ดร.สุทธิพงศ์ ยงค์กมล คณะกรรมการ โรงเรียนสารสาสน์ ปฏิบัติหน้าที่สารสาสน์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางโรงเรียนสารสาสน์ใส่ใจเรื่องมาตรการเยียวยา และคำนึงถึงเด็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และเด็กที่อยู่รอบด้าน รวมถึงผู้ปกครองเด็กในโรงเรียนสารสาสน์ด้วย

ผู้บริหารสารสาสน์ ยอมรับผิด

ขณะนี้สารสาสน์ อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างบุคลากรของโรงเรียน ตั้งแต่การแต่งตั้ง ผอ.โรงเรียนคนใหม่ คณะผู้บริหาร และที่ปรึกษาคนใหม่ จะให้มีคณะทำงานฝ่ายอนุบาล ที่มีความเชี่ยวชาญด้านปฐมวัยมาออกแบบหลักสูตร และวิธีการจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาล และครู บุคลากรที่จะดูแลนักเรียนระดับชั้นอนุบาล

“เราจะนำวิกฤติที่เกิดขึ้นมาทบทวนอย่างจริงจัง เพื่อให้สารสาสน์จะก้าวหน้าต่อไปให้ได้ จะถือโอกาสนี้ปฏิรูปตรวจสอบให้มีความเข้มข้นมากขึ้น”ดร.สุทธิพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อมีการปรับโครงสร้างใหม่ ทางโรงเรียนจะมีระบบสื่อสารกับผู้ปกครองให้รวดเร็ว และแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากขึ้น ดังนั้น คณะผู้บริหารจึงขอเวลาทำงานพลิกโฉมโรงเรียนที่เกิดเหตุใหม่ เพื่อขอพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในการสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ ด้วยความมุ่งมั่น และจะรักษาคุณภาพไว้ตลอดไป ซึ่งผู้ปกครองสามารถเข้าไปตรวจสอบเป็นรายห้องได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team