ดูหนังออนไลน์
General

โผล่อีกราย! แม่ตามจี้คดี ‘ครูสารสาสน์ราชพฤกษ์’ จิกผมตบลูกสาว ป.6 ไร้ความคืบหน้า

แม่ตามจี้คดี ครูสารสาสน์ราชพฤกษ์ ตบหน้าลูกสาวชั้น ป.6 จิกผมลากไปตบซ้ำนอกห้อง วิ่งไปหาครูช่วย ยังถูกไล่ตาม 9 เดือนคดีไม่มีความคืบหน้า

วันนี้ (1 ต.ค.) น.ส.รจนา แก้วคำ อายุ 48 ปี เดินทางมายัง สภ.ชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามคดีลูกสาว อายุ 12 ปี ถูก ครูสารสาสน์ราชพฤกษ์ ตามจิกผมตบหน้า ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ครูสารสาสน์ราชพฤกษ์

วันเกิดเหตุอยู่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยครูของลูกสาว ที่ชื่อว่า ครูแจ็คกี้ ตรงเข้าไปตบที่ใบหน้าของลูกสาว พร้อมกับด่าทอด้วยคำหยาบคายต่างๆ นานา จากนั้นก็ถูกจิกผม ลากออกไปตบที่นอกห้อง ทำให้ลูกสาวต้องวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากครูอีกคน แต่ก็ยังโดนครูคนนี้ วิ่งไล่ตาม มาตบอีกหลายที

น.ส.รจนา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ จึงได้พาลูกสาวไปตรวจร่างกาย และเดินทางเข้าแจ้งความในวันถัดมา โดยที่ผู้อำนวยการโรงเรียนในขณะนั้น ได้เดินทางมาไกล่เกลี่ยกับตนที่โรงพัก รับปากว่า ทางโรงเรียนจะเร่งดำเนินการให้

หลังจากเข้าแจ้วความไว้แล้ว ก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากทางโรงเรียนเลย มีแต่ฝ่ายตนที่ต้องโทรไปถามผู้อำนวยการว่า ทางโรงเรียนจะดำเนินการช่วยเหลืออะไรบ้าง ทางผู้อำนวยการ ก็อ้างว่า ได้ไล่ครูคนดังกล่าวออกจากโรงเรียนไปแล้ว ให้รอติดต่อกับครูคนดังกล่าวให้ได้ก่อน จะแจ้งความคืบหน้ากลับไป

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งจากทางผู้อำนวยการ หรือทางโรงเรียน จนกระทั่งลูกสาวเรียนจบชั้น ป.6 ตนจึงตัดสินใจให้ย้ายไปเรียนที่อื่นแทน ไม่ให้ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่นี่ เพราะตนเห็นว่าเสียค่าเทอมก็แพงอยู่แล้ว ลูกสาวยังมาโดนครูกระทำแบบนี้อีก เป็นเรื่องที่รับไม่ได้

น.ส.รจนา บอกด้วยว่า หลังจากทราบข่าวว่าโรงเรียนแห่งนี้ มีคลิปเหตุการณ์ ที่ครูใช้ความรุนแรง และทำร้ายเด็กปรากฏออกมาจนเป็นข่าวใหญ่ จึงตัดสินใจเดินทางมาโรงพัก เพื่อติดตามคดีที่บุตรสาวตนถูกทำร้ายแล้วเรื่องเงียบหายไปนานหลายเดือน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ระหว่างที่ น.ส.รจนา เข้าติดต่อกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ช่วยค้นหาบันทึกประจำวัน ที่ได้แจ้งความไว้แล้วทำหายนั้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมาที่โรงพัก เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีที่ผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดี กับครูของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ที่ใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกายพอดี

ขณะที่เฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ของทนายรณณรงค์โพสต์ข้อความว่า ในวันนี้ ทนายรณณรงค์พาผู้ปกครองชั้นอนุบาล ของโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ เข้าแจ้งความข้อหาอนาจารเพิ่มเติม จากกรณีการให้เด็กผู้หญิงแก้ผ้าเปลี่ยนชุดกลางห้องเรียน เนื่องจากปัสสาวะราด ซึ่งหลายห้องมีครูผู้ชายอยู่ด้วย

เพราะปกติการเปลี่ยนเสื้อผ้านักเรียน ซึ่งเปิดเผยสรีระร่างกายของเด็ก ควรทำในที่ลับสายตาเช่น ห้องน้ำ ถือเป็นการละเมิดต่อสิทธิ์เสรีในร่างกายของเด็ก เช่นเดียวกั

นอกจากนี้ จะได้สอบถามกรณีการดำเนินคดีกับทางโรงเรียน ประเด็น การว่าจ้างต่างด้าว เป็นครูไม่มีใบอนุญาตให้ทำงานว่า สรุปแล้วมีต่างด้าวเป็นครูไม่มีใบอนุญาตกี่คนและจะดำเนินคดีเมื่อไร

‘ผู้บริหารสารสาสน์’ ขอโทษผู้ปกครอง ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน

ก่อนหน้านี้ นายพิสุทธิ์ ยงค์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสารสาสน์ กล่าวภายหลังประชุมหารือกับ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ว่า ในนามตัวแทน ผู้บริหารสารสาสน์ ยอมรับผิด และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้

ผู้บริหารสารสาสน์ ยอมรับผิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ตัวบุคคล และยอมรับว่าครู ผู้บริหารที่อยู่ในโรงเรียน ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อปฏิกริยาของผู้ปกครอง การตัดสินใจจึงล่าข้า ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องของทางโรงเรียน และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ นักเรียนและผู้ปกครอง ด้วยความยุติธรรม

ทั้งนี้ ทางผู้บริหารได้แต่งตั้ง น.ส.วารุณี เผือกเทศ ขึ้นเป็น อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์คนใหม่ ที่ทำหน้าที่บริหารและจะสามารถแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง และให้คำตอบได้ภายใน 1 วัน รวมทั้งจะมีคณะผู้บริหารชุดใหม่ เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ทางโรงเรียน จะตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนที่ห้องธุรการ มีเจ้าหน้าที่ คอยรับเรื่องร้องเรียน และทุกอย่างจะนำไปสู่การปฏิบัติแก้ไขโดยเร็วที่สุด รวมถึงการคัดกรองประสิทธิภาพ และสุขภาพจิตใจของครู โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต จะเข้าไปประเมินอย่างสม่ำเสมอ

“วันนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะฝากถึงผู้ปกครอง นอกจากคำขอโทษ เราไม่แก้ตัวในสิ่งที่เกิดขึ้น ความไม่เข้าใจ กระแสรุนแรงที่เกิดขึ้น เราขออภัยท่านผู้ปกครอง ขออภัยพี่น้องประชาชน ขออภัยคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ที่ให้ความไว้วางใจสารสาสน์ แล้วเราทำให้ท่านผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นายพิสุทธิ์ กล่าว

นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานคณะกรรมการ โรงเรียนในเครือสารสาสน์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสารสาสน์ มีเจตนารมย์ในการสร้างโรงเรียน ด้วยความรัก และรักในวิชาชีพครู มีเจตนาบริสุทธ์ของครู

“ผู้บริหารมีความรู้สึกห่วง และในฐานะเป็นพ่อที่มีลูกสาว จึงมีความรู้สึกเหมือนกับที่ผู้ปกครองรู้สึก ในส่วนนี้พวกเรารู้สึกเจ็บที่หัวใจ เรามีความรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นในโรงเรียนสารสาสน์ได้อย่างไร แล้วเราก็ต้องแก้ไข แต่เราจะไม่แก้ตัว เราจะไม่โทษใคร”นายพิสุทธิ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน จะมีการพิจารณาระบบการบริหารของโรงเรียน และระบบการอภิบาลของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ทั้งหมด 42 แห่ง ให้ดีขึ้น พร้อมจะแก้ไขทุกเรื่องที่ผู้ปกครองร้องเรียนอย่างใส่ใจ และจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ และพร้อมจะแก้ไขตามบันทึกข้อตกลงวันนี้ต่อไป เพื่อให้ปัญหาทุกอย่างได้รับการคลี่คลาย และได้รับความยุติธรรม

ด้าน ดร.สุทธิพงศ์ ยงค์กมล คณะกรรมการ โรงเรียนสารสาสน์ ปฏิบัติหน้าที่สารสาสน์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางโรงเรียนสารสาสน์ใส่ใจเรื่องมาตรการเยียวยา และคำนึงถึงเด็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และเด็กที่อยู่รอบด้าน รวมถึงผู้ปกครองเด็กในโรงเรียนสารสาสน์ด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team