ดูหนังออนไลน์
General

โปรดเกล้าฯ ถอดยศตํารวจ-เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 10 ราย

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตํารวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่า 

มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศ อดีตข้าราชการตํารวจ ออกจากยศตํารวจ ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตํารวจ พ.ศ. 2547 ข้อ 1 (2) (4) และ (6)

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 ข้อ 7 (2) (4) และ (8) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 จํานวน 10 ราย ดังนี้

1. ร้อยตํารวจโท วันชนะ ผลพลังกุล ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2549 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ

เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีกระทําผิดอาญา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

2. พันตํารวจโท สมเกียรติ ทองสอาด ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ

เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่น ได้รับผลประโยชน์อันมิควรได้ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

3. ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักย์ศิริ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด

เนื่องจากกระทําความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ

4. ร้อยตํารวจโท สุชาติ สุดบุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ

เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทําการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติกรรม หรือพฤติการณ์ เป็นข้าราชการจําหน่าย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง เพื่อจําหน่าย และมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา

5. พันตํารวจเอก สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2558 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ

เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทําการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยกระทําผิดอาญา ฐานร่วมกันลักทรัพย์ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์ มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ ช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

6. พันตํารวจโท ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ

เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในพฤติการณ์ที่ทําให้ผู้อื่นเชื่อว่า มีตําแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่ง หรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สําหรับตนเอง หรือผู้อื่น และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

7. พันตํารวจเอก ไพโรจน์ โรจนขจร ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ

เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในพฤติการณ์ที่ทําให้ผู้อื่นเชื่อว่า มีตําแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สําหรับตนเอง หรือผู้อื่น และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

8. พันตํารวจโท จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ

เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นมีอาวุธ และเครื่องกระสุนปืน ที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

9. พันตํารวจโท ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ

เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ กระทําการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กระทําหรือละเว้นการกระทําใด ๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

10. พันตํารวจเอก เอกนรินทร์ ภุมม์สิมมานนท์ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด

เนื่องจากกระทําผิดอาญาฐานลักทรัพย์ และทําร้ายร่างกาย และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญราชการชายแดน

ทั้งนี้ อดีตข้าราชการตํารวจทั้ง 10 รายดังกล่าว เป็นผู้ถูกถอนชื่อ ออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team