ดูหนังออนไลน์
Politics

เปิดผลสำรวจคนไทย 81.5% ไม่เคยอ่านรธน. แต่อยากแก้ไข!

“สำนักวิจัยซูเปอร์โพล” เผยผลสำรวจระบุ “คนไทย” 81.5% ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ แต่ 85.3% ระบุจะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะฟังคนอื่นเขาว่ามา

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “มหามิตรต่างชาติ กับ การแทรกแซงชาติไทย” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,069 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 21 – 26 กันยายน 2563 สรุปผลได้ดังนี้

เมื่อถามถึงประสบการณ์การอ่านรัฐธรรมนูญของประชาชนปี พ.ศ.2540 พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 81.5% ระบุไม่เคยอ่านเลย ในขณะที่ 2.5% เคยอ่านบางมาตรา และ 16.0% เคยอ่านทั้งฉบับ

นอกจากนี้ เมื่อถามถึง ประสบการณ์การอ่านรัฐธรรมนูญของประชาชนปี พ.ศ. 2560 พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 71.7% ระบุไม่เคยอ่านเลย ในขณะที่ 2.1% เคยอ่านบางมาตรา และ 26.2% เคยอ่านทั้งฉบับ

ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือ 85.3% ระบุจะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะฟังคนอื่นเขาว่ามาเป็นส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านด้วยตนเอง ในขณะที่ 14.7% ระบุอ่านด้วยตนเองอย่างละเอียด ครบถ้วน ทุกมาตรา

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 95.6% ระบุ ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ แก้ได้บางมาตรา แต่ห้ามแตะต้อง ล่วงละเมิด หมวด 1 และ 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ในขณะที่เพียง 4.4% ระบุว่าแก้ไขได้

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือ 75.1% ระบุว่า มีต่างชาติแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศไทย เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การชุมนุมม็อบต่าง ๆ ในขณะที่ 24.9% ระบุไม่มี

เมื่อถามถึง ประเทศที่เป็นมหามิตรต่างชาติ กับ ประเทศไทย ระหว่างจีน กับ สหรัฐอเมริกา ที่เข้าถึง เข้าใจ วัฒนธรรมไทย จิตใจของคนไทยแท้จริง พบว่า เกินครึ่งหรือ 54.2% ระบุทั้งสองประเทศเป็นมหามิตรต่างชาติของไทย ในขณะที่ 22.5% ระบุประเทศจีน 15.6% ระบุ สหรัฐอเมริกา และ 7.7% ระบุไม่ใช่ทั้งสอง

เมื่อถามถึงประเทศที่เป็นมหามิตรต่างชาติ กับ ประเทศไทย ระหว่าง จีน กับ สหรัฐอเมริกา ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลคนไทย และ ประเทศไทย อย่างจริงใจมาโดยตลอด พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 58.5% ระบุ ทั้งสองประเทศเป็นมหามิตรต่างชาติของไทย ในขณะที่ 23.2% ระบุประเทศจีน 18.3% ระบุสหรัฐอเมริกา

เมื่อถามถึงประเทศที่เป็นมหามิตรต่างชาติ กับ ประเทศไทย ระหว่าง จีน กับ สหรัฐอเมริกา ที่ควรเข้ามาทำโครงการสนับสนุนส่งเสริมความจงรักภักดีของคนไทยทั้งประเทศต่อ สถาบันหลักของชาติ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 52.8% ระบุ ทั้งสองประเทศควรเข้ามา ในขณะที่ 17.7% ระบุว่าสหรัฐอเมริกาควรเข้ามาทำโครงการสนับสนุนส่งเสริมความจงรักภักดีของคนไทยทั้งประเทศต่อ สถาบันหลักของชาติ และ 16.3% ระบุเป็นประเทศจีน และ 13.2% ระบุไม่ใช่ทั้งสองประเทศนี้

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญกันทั้งรัฐธรรมนูญปี 40 กับ รัฐธรรมนูญปี 60 แต่การที่คิดจะแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามการชี้นำของผู้อื่นที่เขาว่ามาไม่ได้อ่านด้วยตนเอง

นอกจากนี้ คนไทยส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า ห้ามแตะต้อง ล่วงละเมิดแก้รัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 และ 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โดยยังเห็นว่ามีขบวนการต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญและการชุมนุมของกลุ่มม็อบต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม คนไทยยังมองว่า ทั้งประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหามิตร ที่ควรเข้ามาช่วยกันทำโครงการสนับสนุนส่งเสริมความจงรักภักดีของคนไทยต่อสถาบันหลักของชาติมากกว่าจะทำลายเสาหลักของชาติไทยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนและประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีความสุข เมื่อทุกคนสำนึกรู้คุณแผ่นดินและสถาบันหลักของชาติ โดยการเมืองเป็นเรื่องของการเมืองอย่างแท้จริง ใคร #ไม่รักแต่อย่าทำลาย เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องมีเสาหลักของชาติ มีเกราะไว้ป้องกันชาติและประชาชน ที่อยู่เหนือการเมือง ผู้ใดจะก้าวล่วงละเมิดไม่ได้

แต่ก็มีความเป็นไปได้อีกภาพหนึ่งคือ บ้านเมืองวุ่นวาย เสาหลักของชาติถูกสั่นคลอน ไร้ระเบียบ ไม่มีใครคุมใครได้ เพราะปล่อยให้มีการคุกคามสถาบันหลักของชาติต่อเนื่อง จนเกิดการเลียนแบบอย่างกว้างขวาง จนบ้านเมืองมีแต่ซากปรักหักพังและการสูญเสีย จากนั้น ประเทศมหาอำนาจจะอ้างความชอบธรรมเข้ามาจัดระเบียบประเทศไทยใหม่ แต่พวกเขามักจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ชาติไทยออกไปด้วยกลายเป็นว่าพวกเรากำลังจะทำลายบ้านเมืองของเรา เมื่อบ้านเมืองของเราพังพินาศก็ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาเอาทรัพยากรของชาติเราไป ถึงเวลานั้น ใครหรือกลุ่มใดจะมีพลังมากพอที่จะปกป้องชาติเอาไว้ได้เล่า

“วันนี้ ณ เวลานี้ ทุกคนน่าจะรักษาสถานภาพเดิมให้คงอยู่ต่อไป (The Status Quo) เพราะทุกวันนี้ประเทศไทยและคนในชาติ ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นที่หนึ่งของโลกในหลายเรื่อง เช่น การแก้ปัญหาวิกฤตโควิด และวิกฤตชาติเวลานี้ก็กำลังคลี่คลายในทางที่ดี ส่วนปัญหาปากท้องของประชาชนก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยและประเทศไทยก็ยังดีกว่าหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกเมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันนี้ และพวกเราคนไทยบางคนจะพยายามเคลื่อนไหวสั่นคลอนชาติของตนเองต่อไป เพื่อผลประโยชน์ของใคร” นายนพดล กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team