ดูหนังออนไลน์
Business

‘ศักดิ์สยาม’ ลุย kick off ยางพารา เพื่อความปลอดภัยทางถนนภาคอีสาน

กระทรวงคมนาคมจับมือกระทรวงเกษตรฯ ลุย kick off โครงการนำน้ำยางพารา มาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ในภาคอีสาน นำร่อง ทางหลวงหมายเลข 2033” ตอนคำพอก-หนองญาติ จ.นครพนม  ชูธงนำ “ยางก้อนถ้วย” ผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานเปิดโครงการนำการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Of) บริเวณทางหลวงหมายเลข 2033 ตอนคำพอก-หนองญาติ กิโลเมตรที่ 55+425 – 55+575 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม  พร้อมด้วยนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปลัดกระทรวงฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม อธิบดี กรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วมงาน

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 รับทราบ แนวทางการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยดังกล่าว โดยใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier: RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post RGP) ขณะที่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องอุปกรณ์ทางด้าน การจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงาน สังกัดกระทรวงคมนาคม เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ โดยมีผลศึกษาและทดสอบชัดเจนว่า การนำ “แผ่นยางธรรมชาติ ครอบกำแพงคอนกรีต” และ หลักนำทางยางธรรมชาติมาใช้ สามารถที่จะช่วยลดแรงปะทะที่เกิดจากการชน ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน รวมทั้งมีสัดส่วน การใช้น้ำยางพารา เป็นส่วนผสมจำนวนมาก  เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา สร้างรายได้ โดยตรง ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

 

” ราคายางก้อนถ้วยปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขึ้นสูงถึง 37.10 บาทต่อกิโลกรัม จากช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่เปิดตัวโครงการ ในการเซ็นต์ข้อตกลงร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรฯ ช่วงนั้นยางก้อนถ้วยมีราคาประมาณ 32 บาทต่อกิโลกรัม  การนำยางก้อนถ้วยมาใช้ในการผลิตแผ่น ยางพาราคลุมแท่งแบริเออร์ ทุก 1 เมตร ใช้ยาง 28 กิโลกรัม โดยมีราคาขายที่ 3,400 บาท ดังนั้นเป็นการเพิ่มมูลค่ายางพารา ได้ถึง 121 บาทต่อกิโลกรัม เป็นการยกระดับยางพาราก้อนถ้วย ไปทั้งระบบอีกด้วย”นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม ย้ำว่าโครงการครั้งนี้จะได้ไปศึกษากระบวนการผลิต อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน ด้วยการใช้ยางก้อนถ้วย เป็นผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่นิยมทำกันมากกว่า55% ของเกษตรกรชาวสวนยางใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เนื่องจากยางก้อนถ้วย ผลิตง่าย และไม่ต้องใช้เงินลงทุนและแรงงานจำนวนมาก เมื่อนำยางก้อนถ้วยมาใช้ในโครงการฯ จะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพารา มีรายได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต เป็นการสร้างเสถียรภาพด้านราคายางพาราใน ประเทศให้มากขึ้น

การเปิดโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด โดยวันที่ 25 กันยายน 2563 จังหวัดนครพนม จากนั้นวันที่ 26 กันยายน 2563 ที่จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดเลย ตามลำดับ ทั้ง 3 จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีการปลูกยางพารามากเป็นอันดับต้นๆของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นางสาวมนัญญา กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะทำหน้าที่กำกับคุณภาพการผลิตอุปกรณ์ทางด้าน การจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา พร้อมทั้งคัดเลือกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจ ชุมชน ที่กระทรวงรับรองให้เข้าร่วมโครงการ อีกทั้งยังสนับสนุนจัดเตรียมเครื่องมือและวัตถุดิบให้เป็นไปตามรูปแบบ มาตรฐาน และราคาตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนด

ด้านนายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า การนำยางพารามาใช้เป็นอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยทางถนน รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน ยางพาราให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการดูดซับปริมาณยางพาราออกจากระบบ สร้างเสถียรภาพราคายางพารา อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  ได้มีการศึกษาและวิจัยพบว่า มี 2 ผลิตภัณฑ์ ที่มีความ เหมาะสมและมีปริมาณยางพาราเป็นส่วนผสมจำนวนมาก สามารถลดความรุนแรงของการชนปะทะได้ โดยก่อนนำมาใช้งานจริง ได้ทำการทดสอบทั้งในประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้แล้ว โดยใช้รถยนต์และ รถจักรยานยนต์วิ่งเข้าชนเพื่อวัดแรงปะทะที่เกิดขึ้น ผลการทดสอบพบว่า ผู้ขับขี่ได้รับค่าแรงกระแทกน้อยกว่าค่ามาตรฐาน สามารถลดอัตราความรุนแรงที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้เป็นอย่างมาก

นายปฐม กล่าวว่ากรมทางหลวง (ทล.) และ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้กำหนดแผนการดำเนินโครงการ ดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2553-2565 โดย มีปริมาณการใช้ยางพารา จำนวน 1,007,951 ตัน และจะนำ 2 ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าว มาใช้ติดตั้งบนถนนของ ทล. และ ทช. ระยะทางรวม 12,282 กิโลเมตร คิดเป็นผลประโยชน์ที่เกษตรกรชาวสวน ยางจะได้รับ จำนวน 30,108 ล้านบาท และจะมีการสำรวจตรวจสอบเพื่อเปลี่ยนแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ ทดแทนที่เสื่อมสภาพหรือมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้ยางพาราในทุกๆ ปี ปีละไม่น้อย กว่า 336,000 ตัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight