ดูหนังออนไลน์
Economics

เงียบเหงา! คาดตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้หดตัว 15.8%

ขนมไหว้พระจันทร์ เงียบเหงา! “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” คาดตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท หดตัว 15.8% สะท้อนภาวะเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ซึ่งถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล โดยเฉพาะ ขนมไหว้พระจันทร์ ซึ่งปกติตลาดมีการเติบโตทุกปี แต่สำหรับปีนี้ การระบาดของโควิด-19 กระทบต่อกำลังซื้อของคนในประเทศที่ชะลอตัวลงรุนแรง และกระทบต่อลูกค้า ขนมไหว้พระจันทร์ ในทุกกลุ่ม

โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อเป็นของฝากญาติมิตรและองค์กร ส่งผลให้ตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ แม้ว่าจะยังคงผลิตเช่นปีก่อนๆ เพื่อรักษาฐานกลุ่มลูกค้าของตนเอง ภายใต้ช่องทางจัดจำหน่ายที่มี แต่ก็มีการปรับลดกิจกรรมการตลาดลงหรือไม่คึกคักเหมือนปีก่อนๆ

ขนมไหว้พระจันทร์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สำรวจพฤติกรรมการซื้อ ขนมไหว้พระจันทร์ ในปี 2563 ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย โดยพบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

  • แม้กลุ่มลูกค้า ส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจเข้าร่วม แต่ก็มีสัดส่วนลดลงจากปีก่อน อีกทั้งปรับลดจำนวนชิ้น รวมถึงราคาต่อชิ้นที่ซื้อลง กระทบตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปี 2563 หดตัว 15.8%

จากผลสำรวจพบว่า สัดส่วนคนสนใจซื้อขนมไหว้พระจันทร์ ในปี 2563 คิดเป็น 50.7% ของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจ ลดลงเมื่อเทียบปี 2562 ที่สัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 61.4% โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ซื้อไปรับประทาน มีสัดส่วนมากที่สุด 39.2% รองลงมา คือ กลุ่มที่ซื้อไปไหว้ 33.5% ซื้อไปฝากเพื่อน/ญาติ 23.3% และ ซื้อแจกลูกค้าองค์กร สัดส่วน 4.0% และ เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนสูง 7-8 หมื่นบาท สนใจซื้อในสัดส่วนที่สูงถึงเกือบ 60%

ทั้งนี้ พบว่า พฤติกรรมของกลุ่มที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ ส่วนใหญ่ยังคงไม่แตกต่าง/เหมือนเดิม เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 71.2% ขณะที่อีก 28.8% จะปรับพฤติกรรมการซื้อ ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และ กำลังซื้อเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ เลือกที่จะปรับลดจำนวนการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ ในสัดส่วนที่สูงถึง 77.6% และเปลี่ยนไปซื้อขนมไหว้พระจันทร์ ที่มีราคาถูกลงสัดส่วน 19.0%

จากสภาพแวดล้อมการตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย รวมกับการสำรวจ พฤติกรรมการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงประเมินว่า มูลค่าตลาดขนมไหว้พระจันทร์ ในปี 2563 จะอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท หดตัว 15.8% (YoY) โดยน้ำหนักของการหดตัวมากสุด จะอยู่ที่จำนวนผู้ซื้อและจำนวนชิ้นที่ซื้อที่ลดลง

  • ผลกระทบต่อผู้ผลิตขนมไหว้พระจันทร์… แตกต่างกันขึ้นกับลักษณะของกลุ่มลูกค้าและจุดเด่นของสินค้าที่มีเอกลักษณ์พิเศษ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ผู้ประกอบการขนมไหว้พระจันทร์ จะได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จับตลาด โดยจากผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการกลุ่มที่จับตลาดกลุ่มที่ซื้อไปแจกเพื่อนและลูกค้าธุรกิจ เป็นกลุ่มที่ผู้ซื้อจะปรับลดจำนวนชิ้นที่ซื้อมากสุด เนื่องจากสามารถปรับลดตามสถานการณ์ได้ ขณะที่กลุ่มที่ซื้อไปกินและไหว้ การปรับลดการซื้อมีสัดส่วนที่น้อยกว่า เนื่องจากกลุ่มนี้ตามปกติมีจำนวนการซื้อที่ไม่สูงอยู่แล้ว

จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการที่ให้น้ำหนักกับลูกค้ากลุ่มซื้อเป็นของฝาก ที่เน้นคุณค่าต่อผู้รับอาทิ กลุ่มโรงแรม และคาเฟ่/เบเกอรี่ที่เป็นโฮมเมด อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงและต้องมีแผนรับมือ (ข้อสังเกตสำหรับผู้ผลิตขนมไหว้พระจันทร์กลุ่มนี้ หากเป็นผู้ประกอบการที่มีสินค้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เช่นไส้หรือบรรจุภัณฑ์พิเศษ รวมถึงเน้นจับตลาดกลุ่มผู้ซื้อรายได้สูงในประเทศ

ขนมไหว้พระจันทร์

ผลกระทบดังกล่าวอาจลดลงเมื่อเทียบกับผู้ผลิตในกลุ่มเดียวกัน) สำหรับผู้ประกอบการขนมไหว้พระจันทร์รายดั้งเดิม หรือผู้นำตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าประจำ และผู้ซื้อมีความภักดีต่อตราสินค้าสูง ทั้งกลุ่มที่ซื้อไปกินหรือไหว้ กลุ่มนี้จะรักษาฐานตลาดได้ระดับหนึ่ง พิจารณาได้จากกลุ่มที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ซื้อต่อเนื่องจากปีก่อนสัดส่วนสูงถึง 94.2%

  • การปรับตัวของผู้ประกอบการท่ามกลางสภาพแวดล้อมการตลาดที่เปลี่ยนแปลง

คาดว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจขนมไหว้พระจันทร์ ส่วนใหญ่เลือกที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมการตลาดเหมือนเช่นปีก่อน เพื่อรักษาฐานลูกค้า และสร้างความจดจำในสินค้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า การทำตลาดของผู้ประกอบการไหว้พระจันทร์ในช่วงนี้อาจไม่ง่าย เพราะนอกจากต้องรับมือทั้งกำลังซื้อที่ลดลง ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูง จากผู้ประกอบการที่ครองตลาดอยู่เดิม ที่พยายามรักษาฐานตลาดของตนเอง รวมถึงผู้ประกอบการที่ยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่มากแต่พยายามเพิ่มบทบาทในตลาดมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากความภักดีต่อสินค้าที่ปรับลดลง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งสรุปได้ ดังนี้

กล่าวโดยสรุป ในปี 2563 การทำธุรกิจในเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ไม่ง่าย เพราะปัจจัยด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว กระทบต่อพฤติกรรมการซื้อทั้งในภาพรวมและลูกค้าทุกกลุ่ม แม้ว่าจะในระดับมากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งเฉพาะหน้านี้ การสร้างความแตกต่างของไส้ขนม จุดเด่นด้านวัตถุดิบ กลยุทธ์ด้านราคา และการทำตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์แบบผสมผสาน คงช่วยประคองยอดขายได้ในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะไม่สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างเต็มที่ก็ตาม ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คงจะเป็นโจทย์ระยะถัดไป ต่อผู้ประกอบการทุกกลุ่มในการวางแผนธุรกิจและกลยุทธ์ในปีต่อๆไป โดยเฉพาะถ้าเศรษฐกิจทยอยกลับมาฟื้นตัวได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team