ดูหนังออนไลน์
Business

เปิด 6 อันดับ ธุรกิจ ‘ย่ำแย่’ จากโควิด เร่งฉีด ‘วัคซีนการตลาด’ เพิ่มภูมิคุ้มกันด่วน!

6 อันดับ ธุรกิจย่ำแย่จากโควิด ซีเอ็มเอ็มยู เผยธุรกิจไทยสูงถึง 74% ยอดขายตก ท่องเที่ยวโรงแรม บันเทิง กระทบหนักสุด พร้อมแนะ วัคซีนการตลาด สร้างภูมิคุ้มกัน

ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ผู้ช่วยคณบดี ด้านสื่อสารองค์กร และหัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า จากวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ผลสำรวจกลุ่มผู้ประกอบการตัวอย่าง 450 ราย พบว่า 6 อันดับ ธุรกิจย่ำแย่จากโควิด หรือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสูงสุด 6 อันดับแรก คือ

6 อันดับ ธุรกิจย่ำแย่จากโควิด

  • ธุรกิจท่องเที่ยว ที่มีรายได้ลดลง 73%
  • ธุรกิจบันเทิง ที่มีรายได้ลดลง 59%
  • ธุรกิจรับจ้าง บริการ ที่มีรายได้ลดลง 44%
  • 4. ธุรกิจการผลิต ที่มีรายได้ลดลง 42%
  • 5. ธุรกิจอาหาร ที่มีรายได้ลดลง 41%
  • ธุรกิจค้าขาย ปลีกส่ง และธุรกิจอื่น ๆ ที่มีรายได้ลดลง 38%

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ประกอบการจำนวน 78% หรือจำนวน 350 ราย ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 และผลกระทบดังกล่าว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อภาคธุรกิจ แบ่งเป็น 70% ของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 18% ดำเนินการปกติ 6% ลดขนาดธุรกิจ 4% เปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น และอีก 2% เลิกกิจการ

6 อันดับ ธุรกิจย่ำแย่จากโควิด

พร้อมกันนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ประเทศจีน ที่มีการเติบโตสวนกระแสดังนี้ ได้แก่ ธุรกิจการศึกษาออนไลน์, ระบบทำงานออนไลน์, ธุรกิจส่งสินค้าอุปโภคบริโภค, ธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรม 5G, การแพทย์/ทำงานทางไกล, การรักษาความปลอดภัย และซุปเปอร์แอปฯ อย่าง วีแชท (WeChat)

อย่างไรก็ตาม จากวิกฤติดังกล่าว ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภค เปลี่ยนไปอย่างมาก เกิดพฤติกรรมของผู้บริโภค “4 NO” อันนำไปสู่การตลาดที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป (Never Normal Marketing) ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส (No Touching)
  • ออกจากบ้านลดลง และซื้อสินค้าออนไลน์ (No Moving)
  • ทำกิจกรรมร่วมกันน้อยลง (No Sharing)
  • ลดค่านิยมการใช้สินค้าฟุ่มเฟือย (No Brand)

ด้าน นางสาวลักษมณ เตชะสิริวิชัย หัวหน้าทีมการนำเสนองานวิจัย Never Normal Marketing และนักศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า ทีมวิจัย ได้คิดค้นวัคซีน “กลยุทธ์การสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ” หรือ “VACCINES Strategy” กลยุทธ์การตลาดสำหรับผู้ประกอบการไทย ในการบริหารธุรกิจในภาวะวิกฤติ หรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้

  • NE(V)ER NORMAL รอดในโลกใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิม ทุกธุรกิจต้องพร้อมในการปรับ-เปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เมื่อวิกฤตที่คาดไม่ถึง ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในทางตรงและทางอ้อม
  • DAT(A) DRIVEN ใช้ดาต้า หาทางรอด ธุรกิจต้องเก็บข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสร้างคลังข้อมูล สำหรับการบริหารจัดการ และต่อยอดธุรกิจ รวมถึงหาทางออกที่ดีที่สุดในการรับมือภาวะวิกฤติ
  • (C)OLLABORATION รวมกัน เราอยู่ การทำพาร์ทเนอร์ชิพ มาร์เก็ตติ้ง สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี จะช่วยเสริมความรู้เกี่ยวกับภาคธุรกิจอื่น ๆ และคอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน
  • (C)ONTENT สื่อสารให้คลิก พลิกด้วยคอนเทนต์ เนื้อหาที่น่าสนใจเพื่อใช้สื่อสารกับผู้บริโภค ถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการตลาด ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ เพราะเนื้อหาเหล่านั้นจะช่วยสร้างการรับรู้และความเข้าใจของผู้บริโภคไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกับดึงดูดความสนใจผู้บริโภค
  • NEW BUS(I)NESS รู้ รับ ปรับท่าใหม่ ทุกธุรกิจต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดยการปฏิรูปธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการปรับเปลี่ยนฟีเจอร์ และผลิตภัณฑ์ รวมทั้งปรับปรุงกลยุทธ์ขององค์กร ผ่านการวิเคราะห์องค์กร และสถานการณ์ต่าง ๆ

  •  RESILIE(N)CE ยืดหยุ่น พร้อมปรับ ธุรกิจในยุคนี้ต้องมีโครงสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น เช่นโครงสร้างองค์กรแบบแบนราบที่ลดลำดับชั้นในการบริหาร และเพิ่มอิสระในการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงเสมอ อีกทั้งมีแผนในการดำเนินงานระยะยาว มีความคล่องตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สูงขึ้น
  • T(E)CH ADOPTION ขับเคลื่อน ด้วยเทคโนโลยี การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินงาน จะสามารถช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วและเกิดความยั่งยืนในอนาคตต่อไป
  • GROWTH MIND(S)ET เติบโต แบบคิดต่าง ธุรกิจควรมองว่าวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นเหมือนโอกาสให้ธุรกิจได้พัฒนา ผ่านการปฏิรูปการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการปรับโมเดลธุรกิจ

จากวัคซีน “กลยุทธ์การสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ” หรือ “VACCINES Strategy” พบว่า ปัจจุบันมีธุรกิจไทย ได้นำวัคซีนไปใช้แล้ว และสามารถในการปรับตัว ที่เท่าทันสถานการณ์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างเช่น หัวกลม (HUA-GLOM) ธุรกิจบันเทิง ที่เน้นการทำงานร่วมกับศิลปิน จนเกิดเป็นกระแสปากต่อปาก ควบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพาร์ทเนอร์ในหลากมิติ, อีเว้นท์ ป็อป (Event POP) สตาร์ทอัพจัดงานอีเว้นท์ มุ่งทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งเพื่อดึงดูดลูกค้า ด้วยการเพิ่มความเร็วและความถี่ ในการโพสต์เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำไปปรับแผนธุรกิจในอนาคต เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT