ดูหนังออนไลน์
World News

บุคคลทรงอิทธิพล นิตยสารไทม์ ปี 2563 ‘ฟอซี-ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ ติดโผ

บุคคลทรงอิทธิพล นิตยสารไทม์ ปี 2563 นพ.แอนโทนี ฟอชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดเชื้อ และโรคภูมิแพ้ของสหรัฐ หนึ่งในคณะทำงานพิเศษรับมือวิกฤติไวรัสโควิด-19 ประจำทำเนียบขาว ติดโผหนึ่งใน 100 บุคคลทรงอิทธิพลของโลกปีนี้  ร่วมกับ “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง” จากการจัดอันดับของนิตยสารไทม์

บุคคลทรงอิทธิพล นิตยสารไทม์ ปี 2563 – นิตยสารไทม์ ของสหรัฐ เปิดเผยการจัดอันดับ 100 บุคคลทรงอิทธิพล แห่งปี 2563 เมื่อวานนี้ (23 ก.ย.) โดยมี “นพ.แอนโทนี ฟอซี” บุคคลที่มีคนกล่าวถึงเกือบทุกวัน ในช่วงเวลาที่เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด รวมอยู่ด้วย และเป็น หนึ่งในบุคคลที่ไทม์คัดเลือกให้อยู่บนปกของนิตยสารฉบับล่าสุด ที่มีปกทั้งหมด 8 แบบ

บุคคลทรงอิทธิพล นิตยสารไทม์ ปี 2563

บุคคลทรงอิทธิพล นิตยสารไทม์ ปี 2563

การจัดอันดับครั้งนี้ แบ่งผู้ทรงอิทธิพล ออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน คือ PIONEERS, ARTISTS, LEADERS, TITANS และ ICONS

จิมมี คิมเมล พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง เป็นผู้ที่ไทม์ เลือกให้มาเขียนถึง นพ.แอนโทนี ฟอชี โดยเขาแสดงความชื่นชมต่อผู้เชี่ยวชาญทางโรคติดเชื้อรายนี้ และบอกว่า นพ.แอนโทนี ฟอชี เป็นคนตรงไปตรงมา ยอมพูดความจริงที่อาจไม่น่าฟังนัก ไม่ยอมถูกนักการเมืองกดดันเพื่อรักษาชีวิตของผู้ติดเชื้้อ

ที่ผ่านมา นพ.แอนโทนี ฟอชี มักขัดแย้งกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในเรื่องการรับมือ และการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ เกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งล่าสุด เขากล่าวว่า สหรัฐจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนมีโรคระบาดในปีหน้า หรืออาจจะถึงปลายปีหน้า และโรคระบาดอาจกลับมารุนแรงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งสวนทางกับท่าทีของทรัมป์ ที่ระบุว่า สหรัฐจะกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

ผู้นำสหรัฐเอง ก็ติดอยู่ในรายชื่อผู้ทรงอิทธิพลของไทม์ด้วยเช่นกัน โดย ไบรอัน เบนเน็ตต์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบขาวของนิตยสารไทม์ เขียนว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้ความสำคัญกับความรุนแรงของไวรัสโควิด-19 แต่เนิ่นๆ ไม่ยอมใส่หน้ากากเป็นเวลาหลายเดือน และกดดันให้นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล เปลี่ยนคำแนะนำต่อสาธารณชน ในขณะที่ไวรัสคร่าชีวิตชาวอเมริกันไปกว่าสองแสนคนแล้ว

โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี และผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต และ คามาลา แฮร์ริส ผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคเดียวกัน ก็ติดอยู่ในการจัดอันดับของนิตยสารไทม์ด้วยเช่นกัน

ทางฝั่งยุโรป อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีก็ติดอันดับ โดย เออร์ซูลา วอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ชื่นชม แมร์เคิลว่า เป็นผู้นำที่คิดมากกว่าพูด มองการณ์ไกล และมีความสามารถในการเจรจาให้ทุกฝ่าย ร่วมมือต่อสู้กับวิกฤติต่างๆ ตั้งแต่วิกฤติการเงิน วิกฤติสหภาพยุโรปมาจนถึงวิกฤติไวรัสระบาด

ส่วน ประธานาธิบดี จาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ก็ติดอันดับด้วยเช่นกัน โดยภายใต้การนำของผู้นำสายอนุรักษ์นิยมผู้นี้ มีชาวบราซิลเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 แล้วกว่า 137,000 คน เศรษฐกิจบราซิลถดถอยมากที่สุดในรอบสี่สิบปี และเกิดไฟป่าในป่าแอมะซอนกว่า 29,000 ครั้งในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว

บุคคลทรงอิทธิพล นิตยสารไทม์ ปี 2563
ภาพ : อินสตาแกรม time

ทางฝั่งนักกิจกรรม สามผู้ก่อตั้งขบวนการ Black Lives Matter อย่าง เอลิเชีย การ์ซา แพทริซ คุลเลอส์ และ โอพอล โทเมติ ติดอยู่ในการจัดอันดับของไทม์ในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่กระแสการเรียกร้องสิทธิของคนผิวดำปะทุขึ้นมาอีกครั้ง จากกรณีของจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันผิวดำที่เสียชีวิต ระหว่างถูกตำรวจจับกุมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ผู้นำ นักกิจกรรม และนักธุรกิจฝั่งเอเชีย ติดอันดับในรายชื่อผู้ทรงอิทธิพลของไทม์ รวมถึง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในฐานะผู้นำจีนที่จัดการปัญหาทุจริตในประเทศอย่างเด็ดขาด และนำจีนสร้างอิทธิพล ด้านการต่างประเทศ และทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก ในขณะเดียวกันรัฐบาลของเขาก็ขังชาวอุยกูร์ในค่ายกักกัน ปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านจีนในฮ่องกง และใช้เทคโนโลยีสอดส่องพฤติกรรมคนในประเทศมากขึ้น

ประธานาธิบดีไช่ อิง เหวินของไต้หวัน ที่ติดอันดับในฐานะผู้นำ ที่ไม่ยอมอยู่ภายใต้อิทธิพล ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

บุคคลทรงอิทธิพล นิตยสารไทม์ ปี 2563
ภาพ : อินสตาแกรม time

นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย เป็นอีก 1 ผู้นำโลก ที่ติดอยู่ในอันดับ 100 บุคคลทรงอิทธิพล ซึ่งคาร์ล วิค บรรณาธิการใหญ่ นิตยสารไทม์ ระบุว่า รัฐบาลของโมดีไม่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางศาสนา และชาติพันธุ์ในอินเดีย ทั้งยังมุ่งเป้าไปที่ชาวมุสลิม การเผชิญหน้ากับไวรัสระบาดครั้งใหญ่ ยิ่งทำให้อินเดียเผชิญความแตกแยกมากยิ่งขึ้น

ส่วนฝั่งนักกิจกรรมเอเชียที่ติดอันดับ ประกอบด้วย นาธาน โหลว นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยและการปกครองตนเองของฮ่องกง ที่ต้องลี้ภัยออกจากฮ่องกงหลังรัฐบาลจีน ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง

ชิโอริ อิโตะ นักข่าวหญิงญี่ปุ่น ที่ชนะคดีต่อผู้ที่ล่วงละเมิดทางเพศเธอ และกลายเป็นผู้จุดประเด็นการเรียกร้องต่อการกดขี่ทางเพศต่อผู้หญิงในญี่ปุ่น และ ฉี เจียเว่ย นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของบุคคล ที่มีความหลากหลายทางเพศในไต้หวัน

นักธุรกิจเชื้อสายเอเชีย ที่ติดอันดับ เช่น อีริค หยวน นักธุรกิจชาวจีนอเมริกันผู้ก่อตั้ง “ซูม” โปรแกรมประชุมทางวิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงที่ผู้คนจำเป็นต้องทำงานจากบ้าน และ แดเนียล จาง นักธุรกิจชาวจีนผู้เข้าบริหารกลุ่มอาลีบาบาต่อจากแจ็ค หม่า แม้เขาจะไม่ค่อยชอบมีพื้นที่ทางสื่อ แต่ผลงานการบริหารของเขาก็สร้างปรากฎการณ์ต่างๆ เช่น สร้างเทศกาลซื้อของออนไลน์จนยอดขายทะลุ 38,400 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ขับเคลื่อนการซื้อขายท่ามกลางวิกฤติไวรัส สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก และใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐช่วยวินิจฉัยอาการจากไวรัสโควิด-19 ในโรงพยาบาล

แน่นอนว่า บุคคลผู้ทรงอิทธิพล ต้องมีผู้คนในแวดวงฮอลลีวูด รวมอยู่ด้วย เช่น ไมเคิล บี จอร์แดน นักแสดง ผู้ผลิตภาพยนตร์ และผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่ โดย เดนเซล วอชิงตัน นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์ เขียนชื่นชมจอร์แดนว่า เขาเป็นคนมีพรสวรรค์อันโดดเด่นและยินดีที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งบนเส้นทางอาชีพของเขา ทั้งนี้ วอชิงตันมีแผนจะกำกับภาพยนตร์ที่จอร์แดนร่วมแสดงด้วย

บอง จุน โฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ที่่นำภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีใต้ Parasite คว้ารางวัลออสการ์ก็จัดอยู่ในอันดับนี้ด้วยเช่นกัน โดยทิลดาร์ สวินตัน นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ชื่นชมว่าภาพยนตร์ของเขาถูกกำกับอย่างเฉียบแหลม เต็มไปด้วยข้อคิดในขณะที่แฝงไปด้วยความโรแมนติค โดยภาพยนตร์ของเขาเปรียบเสมือนผลงานที่ “รอให้โลกตามให้ทัน”

นอกจากนี้ ผู้ติดรายชื่อของไทม์ยังมี โจโจ ซิวา ยูทูบเบอร์ และนักร้องนักแสดงวัย 17 ปี โดยคิม คาร์ดาเชียน เจ้าแม่รายการเรียลลิตี้ ชื่นชมซิวาว่าเป็น “แสงสว่างในโลกที่ดูน่ากลัว” และกล่าวว่า ลูกสาวของเธอและเด็ก ๆ อีกหลายล้านคนทั่วโลกชื่นชอบความสดใสและความมองโลกในแง่บวกของซิวา

อีกด้านหนึ่ง เมแกน ธี แสตลเลียน แรพเพอร์สายเซ็กซี่ก็ติดอันดับด้วยเช่นกัน โดยทาราจิ พี เฮนซัน กล่าวว่า แสตลเลียนเผชิญกับเหล่าคนที่ไม่ชอบเธอและถึงกับยิงเธอ แต่เธอก็ยังคงความเป็นคนที่สดใสร่าเริงเอาไว้ได้

ภาพ : อินสตาแกรม time

คู่สามีภรรยา เดวน เวด อดีตนักบาสเก็ตบอล และแกเบรียล ยูเนียน นักแสดงและนักเคลื่อนไหว ก็ติดในโผของนิตยสารไทม์ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่สนับสนุนการตัดสินใจของซายา บุตรสาวข้ามเพศของเวดกับภรรยาคนก่อน โดยจอห์น ลีเจนด์ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง กล่าวว่า ทั้งคู่เป็นตัวอย่างอันทรงพลังในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงแสวงหาตัวตนของตนเอง

ที่มา : VOA, CBS, Time

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI