ดูหนังออนไลน์
Politics

‘บิ๊กป้อม’ ถึงกับลั่นผมไม่เกี่ยว! หลัง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งทนายฟ้องนายกฯ

“บิ๊กป้อม” ถึงกับลั่นผมไม่เกี่ยว! ไม่เจอ “บิ๊กโจ๊ก” มาเป็นปีแล้ว หลังส่งทนายยื่นฟ้อง “นายกรัฐมนตรี” ปัดเรียกคุย ถือเป็นเรื่องส่วนตัว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสิทธิ งามลำยวง ทนายความส่วนตัว นำเอกสารคำร้องยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อศาล โดยอ้างเหตุว่า ออกคำสั่งย้ายโอนไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี ตอบแล้ว ขอไม่ตอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้เจอกันเลย และคงไม่ต้องฝากอะไรมันเป็นเรื่องของเขา

เมื่อถามจะถูกมองว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เคยเป็นคนสนิทแต่กลับมาฟ้องนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า โอ๊ย ผมจะไปเกี่ยวได้อย่างไร ไม่ได้เจอกันตั้งนานเป็นปีแล้ว ผมจะไปรู้ได้อย่างไร และจะไม่เรียกคุย ถือเป็นเรื่องส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22 ก.ย.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสิทธิ งามลำยวง ทนายความ เดินทางไปยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี กรณีออกคำสั่งย้ายโอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนความผิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และไม่มีการสอบสวนทั้งจากหน่วยงานที่ตรวจสอบทั้ง ป.ป.ท ปปช. และ สตง.ตามกระบวนการที่ควรจะเป็นแต่อย่างใด อีกทั้งเจ้าตัวก็ไม่ได้สมัครใจที่จะโอนย้ายไปในตำแหน่งดังกล่าว

นายสิทธิ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ ในฐานะตำรวจที่ต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชน ด้วยการเข้าไปแก้ปัญหาคดีฉ้อโกงประชาชน หนี้นอกระบบแก๊งโรแมนซ์สแกม แก๊งอาชญากรข้ามชาติ รวมถึงคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน โดยการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเอาจริงเอาจัง จนผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่หลังถูกโอนย้าย ก็ไม่มีการเอาใจใส่สานต่อ ทำให่้ปัญหากลับมาทำร้ายประชาชนหนักกว่าเดิม

ที่ผ่านมาพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่เคยถูกระบุว่า มีความผิดอะไร ไม่มีการตั้งกรรมการสอบ แม้แต่ตัวของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เอง ยังออกมาระบุว่า มีความผิดอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็มีสิทธิกลับต้นสังกัดได้ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการออกคำสั่งแก้ไข คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” นายสิทธิ กล่าว

พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมามีข้าราชการกว่า 90 คน ที่ถูกย้ายโอนมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปัจจุบัน เกินกว่า 80 คน ทยอยกลับต้นสังกัดแล้ว หลังสอบสวนไม่มีความผิด และอีกไม่กี่คนกำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่เพียงแต่ไม่มีผลสอบสวนความผิด ยังไม่มีการแก้ไขคำสั่งที่ผิดพลาด ทำให้เสียโอกาสที่จะไปปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน อย่างต่อเนื่องที่ควรจะเป็น เพราะเป็นหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ

“นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องออกมายื่นฟ้องขอให้ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความเป็นธรรมและสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องต่อไป” นายสิทธิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ก็ว่ากันไป เป็นเรื่องของกฎหมาย

เมื่อถามว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วหรือไม่ว่ามีความผิด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบแล้ว​ถึงทำแบบนี้ ย้ำว่า ให้ฝ่ายกฎหมายดูและเป็นผู้อธิบายในเรื่องนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team