ดูหนังออนไลน์
Business

เฟ้นหา ‘3 หุ้นแกร่ง’ SET50 โตเด่นสวนตลาด

  3 หุ้นแกร่ง SET50 โตเด่นสวนตลาด นับตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นชนะตลาดได้แบบแข็งแกร่ง

ตลาดหุ้นไทยผ่านพ้นเข้าสู่เดือนที่ 9 แล้ว ซึ่งก็ยังเป็นช่วงที่หุ้นก็ยังผันผวนอยู่เช่นเคย และยังอยู่ในช่วงขาลง สะท้อนได้จากดัชนีที่วิ่งเฉลี่ยอยู่แถวระดับ 1,300 จุดเท่านั้น ลดลงอย่างมากจากสิ้นปีก่อนที่อยู่ที่ 1,579.84 จุด

ความผันผวนที่ว่านี้ได้ส่งผลลบต่อหุ้นแทบทุกกลุ่ม ไม่เว้นแม้แต่หุ้นที่เป็นผู้นำอย่าง SET50 ที่ต่างมีผลตอบแทนติดลบเป็นส่วนมาก แต่อย่างไรก็ดีไม่ใช่ว่าหุ้นทุกตัวจะปรับลดลงกันหมด แต่ก็ยังมีบางตัวที่พื้นฐานแกร่ง สามารถเติบโตในช่วงวิกฤติได้

โดยจากสำรวจความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่ม SET50 จาก SETSMART นับตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 พบว่ามีด้วยกัน 3 หลักทรัพย์ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นชนะตลาดได้แบบแข็งแกร่ง ได้แก่ CBG, GLOBAL, CPF คำถามคือมีปัจจัยอะไรบ้างที่สนับสนุนหุ้นเหล่านี้ และโอกาสในอนาคตเป็นอย่างไร เราหาคำตอบมาให้แล้ว

1. หุ้น CBG บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

มากันที่ตัวแรกอย่าง คาราบาวกรุ๊ป ถึงแม้รายได้จากในประเทศจะลดลง แต่ถูกชดเชยจากยอดขายในต่างประเทศที่เติบโต ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองหาบริษัทจะยังคงมีผลประกอบการปี 2563 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ CBG ประกาศผลการเงินไตรมาส 2 ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 881 ล้านบาท เพิ่มึ้ข 60% จากปีก่อน แถมยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงที่ 40.75% สาเหตุหลักก็มาจากการเติบโตในกลุ่ม CLMV และการขยายช่องทางขายออนไลน์ในประเทศอังกฤษนั่นเอง

 

2. GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

อีกเหตุผลหลักที่ทำให้ GLOBAL ถูกจับตามอง ก็คือศักยภาพของการขยายสาขาใหม่ในประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 100 สาขาในสิ้นปี 2566 เพิ่มจาก 72 สาขาในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเติบโตสูงในต่างประเทศ ทั้งลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา ซึ่งทั้งหมดจะเป็นปัจจัยที่หนุนการเติบโตของ GLOBAL ในระยะยาวเป็นธุรกิจห้างค้าปลีก-ค้าส่งที่โตได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยรายได้งวด 6 เดือนแรกของปีทาง GLOBAL มีกำไรสุทธิ 1,122.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% แม้จะมียอดขายลดลงก็ตาม นั่นเพราะว่ากลยุทธ์ที่หันมาเน้นขายสินค้า House brand เพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในช่วงขาขึ้นจนทำสถิติสูงสุดที่ 23.8% และบริษัทตั้งเป้าที่ 25% ในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า

3. CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

จุดที่ทำให้ CPF ยังสามารถยืนระยะการเติบโตมั่นคง คือการเข้าซื้อกิจการหมูในประเทศจีนในช่วงที่ผ่านมา  ทำให้บริษัทได้กำไรจากการปรับราคาขึ้นก้าวกระโดดของราคาหมู ซึ่ง CPF เข้าลงทุนในธุรกิจหมูในจีน จำนวน 43 แห่ง มูลค่าดีลอยู่ที่ 4,109 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ตลาดหมูในจีนถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก เติบโตปีละ 8.3%  เพราะฉะนั้น จากดีลดังกล่าวน่าจะทำให้กำลังการผลิตของ CPF เพิ่มเป็น 11 – 12 ล้านตัวภายในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าปัจจุบันที่อยู่ที่ 4 ล้านตัว ผลักดันให้กำไรปกติของบริษัทจะโตมากกว่าปีละ 10% เป็นอย่างน้อย 

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำหรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
InveStory