ดูหนังออนไลน์
Politics

‘กรมศิลป์’ แจ้งความม็อบฝัง ‘หมุดคณะราษฎร’ ผิดกฎหมายคุกสูงสุด 3 ปี

“กรมศิลป์” แจ้งความม็อบฝัง “หมุดคณะราษฎร” ในสนามหลวง ผิดกฎหมายโบราณสถาน คุกสูงสุด 3 ปี ด้าน “เพนกวิน” กะแล้วหมุดต้องถูกถอน เปลี่ยนเป็นแจกไฟล์แทน

จากกรณีที่ผู้ชุมนุม #19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร ซึ่งมีแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเป็นแกนนำ ได้จัดกิจกรรมปักหมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2 บนพื้นสนามหลวง เพื่อแสดงสัญลักษณ์ฟื้นฟูคณะราษฎร 2563 นั้น

นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ในฐานะตัวแทนจาก กรมศิลปากร เปิดเผยว่า วันนี้ (21 ก.ย. 63) ตนรับมอบอำนาจจากกรมศิลปากร ให้แจ้งความเอาผิดกับกลุ่มผู้บุกรุกและทำลายโบราณสถานในท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

หมุดคณะราษฎร

โดยตนนำเอกสารการขึ้นทะเบียนสนามหลวงเป็นโบราณสถาน และภาพการชุมนุมจากสื่อต่างๆ มาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดปักหมุดคณะราษฎร ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม

สำหรับการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 10 ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ขุดค้น โบราณสถาน โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มีความผิดตามมาตรา 85 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตำรวจรับเรื่องไว้เป็นคดีแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะดำเนินคดีกับผู้ใดบ้าง ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ในวันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยังได้เดินทางมายื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมศิลปากรให้ดำเนินการเอาผิด 18 แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการเมือง ที่ได้บังอาจฝ่าฝืนกฎหมาย โดยการบุกรุกเข้าใช้โบราณสถานสนามหลวงโดยไม่ได้ขออนุญาต มีการตัดทำลายรั้วและพื้นสนามหลวงเพื่อปักหมุด คณะราษฎร หมุดที่ 2 ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหาย

โดย 18 แกนนำ ได้ฝ่าฝืนกฎหมายหลายบท หลายกรรม ถือว่ามีความผิดร่วมกันฐานเป็นตัวการและสนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จึงมิอาจปล่อยให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนและประชาชนต่อไปได้

สมาคมฯ จึงจำต้องนำความมาร้องเรียนต่ออธิบดีกรมศิลปากรและผู้อำนวยการเขตพระนคร ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้เสียหายตามกฎหมาย เพื่อเร่งแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อเอาผิดผู้ที่บังอาจกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายทั้ง 18 รายดังกล่าวโดยเร็ว

ศรีสุวรรณ จรรยา

“เพนกวิน” กะแล้ว! หมุดคณะราษฎร ต้องถูกรื้อ

สำหรับกรณีที่มีหมุด คณะราษฎร หมุดที่ 2 ถูกถอดออกไปแล้วในวันนี้นั้น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมกล่าวว่า ไม่แปลกใจ แต่เชื่อว่าสำหรับหมุดคณะราษฏร 2563 มันได้ถูกปักลงกลางใจกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคน และต่อจากนี้จะทำการจะมีการแจกไฟล์แบบ หมุดคณะราษฏร 2563 เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุม นำไปหล่อ และไปปักตามที่ต่างๆ ที่อยากปักซึ่ง ส่วนตัวต่อจากนี้ อาจจะมีการนำหมุดไปปักตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพ

สำหรับหนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไป เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไปไม่ถึงมือคนที่ตนเองตั้งใจไว้ แต่ทางแกนนำได้ อ่านคำเรียกร้องต่อหน้าสื่อมวลชนเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ถึงเจตนารมย์และข้อเรียกร้องแล้ว

ทั้งนี้ หนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไปไม่ได้มีการกำหนด ระยะเวลาของคำตอบที่ได้ แต่เชื่อว่า จากข้อเรียกร้องทั้งหมดในส่วนประเด็นการถอดถอนนายกรัฐมนตรีน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะขณะนี้นายกรัฐมนตรีขาดเสถียรภาพทางการเมือง ตนเองมองว่าถูกทอดทิ้งทางการเมืองพอสมควร ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีจะลาออกก็ควรนำคนที่รับใช้ทั้งหมดออกไปด้วย

สำหรับการชุมนุมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กันยายน 2563 ทราบว่าเป็นของกลุ่มประชาชนปลดแอกซึ่งส่วนตัวไม่ทราบเวลา แต่ทราบว่า สาเหตุที่ต้องมีการชุมนุมในวันดังกล่าวเพราะทางรัฐสภามีการพิจารณาญัตติการ แก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งต้องมีการแสดงพลังให้เห็นว่ามวลชนมีความตั้งใจที่ต้องการให้เกิดการแก้ไขและป้องกันการเพิกเฉย หรือทำให้ ญัตติตกลงไป

หมุดคณะราษฎร คณะราษฎร ชุมนุม 19 กันยา

ส่วนในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ตนเองอยากขอเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ชุมนุมหยุดงานเพื่อแสดงพลังให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของทางรัฐบาล ซึ่งการหยุดงาน จะหยุดงานเพื่ออยู่บ้านเฉยๆ หรือจะออกไปเที่ยวก็ได้ ส่วนทางแกนนำจะมีการจัดกิจกรรมให้มวลชนเข้ามาร่วมหรือไม่ ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยหารือร่วมกันระหว่างแกนนำซึ่งจะมีความชัดเจนต่อไป

สำหรับประเด็นการที่มีหน่วยงานของรัฐเดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มแกนนำเรื่องของการบุกรุกราชสถานนั้น นายพริษฐ์มองว่า สนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชนคนไทยสามารถใช้ได้อย่างเสรีตั้งแต่อดีต ทั้งการเล่นหรือการพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการชุมนุมที่แสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมืองในอดีตที่ผ่านมาก็หลายครั้ง

แต่มาในรัฐบาลนี้ กลับพยายามยึดสนามหลวงให้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวและปิดกั้นการเข้าถึงของประชาชน อีกทั้งปูนที่ทางกลุ่มแกนนำมีการเจาะเพื่อฝังหมุด คณะราษฎร ก็ไม่ได้มองว่าเป็นโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ เพราะปูนเพิ่งเทมาเพียง 3 ปี

ม็อบ ชุมนุม 20 กันยา เพนกวิน
พริษฐ์ ชิวารักษ์

ขณะที่ทางกลุ่มแกนนำกลับมองว่าตัวหมุดคณะราษฎร 2563 น่าจะเป็นศิลปะวัตถุที่ทางกรมศิลปากรควรจะต้องเข้ามาดูแลรักษามากกว่าการดำเนินคดีกับพวกตน เพราะถือเป็นศิลปะวัตถุที่จะมีผลทางประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย ต่อไปในอนาคตเพราะเป็นหมุดที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ทำพิธีปักหมุด คณะราษฎร หมุดที่ 2 เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา โดยหมุดดังกล่าวนี้หล่อจากโลหะทองเหลือง มีขนาด 11 นิ้ว มีข้อความว่า “ประเทศนี้เป็นของราษฎรทั้งผอง ไม่ใช่เป็นของสถาบันกษัตริย์อย่างที่เขาหลอกลวง” ซึ่งหมุดดังกล่าวได้ถูกถอดออกไปแล้วในวันนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team