Politics

‘แก้วสรร’ ชี้ ‘ชุมนุม 19 ก.ย.’ เสี่ยงสูงพาคนไปตาย ซ้ำรอย ‘พฤษภาทมิฬ’

“แก้วสรร” นำกลุ่มศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นรายชื่อหนุนให้กำลังใจ “อธิการบดีธรรมศาสตร์” ปิดพื้นที่ ไม่ให้จัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองวันที่ 19 กันยายนนี้ หวั่นสุ่มเสี่ยงสูงสุดพาคนไปตาย ทำร้ายบ้านเมือง ซัดพวกอยู่เบื้องหลังเผยตัวออกมา

วันนี้ (15 ก.ย.) นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 12 พร้อมด้วยศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บางส่วน และมวลชน ประมาณ 40 คน ในนามกลุ่ม “ปิดมธ. พอกันทีวีรชน” ได้นัดรวมตัว และให้กำลังใจต่อนางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมนำรายชื่อที่รวบรวมได้ทั้งหมด 2,966 คน ยื่นต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนการคัดค้านการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการชุมนุมของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มประชาชนปลดแอก ในวันที่ 19 กันยายนนี้

แก้วสรร
ภาพ : แนวหน้า 

กลุ่มศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำดอกไม้ไปวางยังอนุสรณ์นายปรีดี พนมยงค์ หน้าตึกโดม และนายแก้วสรร กล่าวระหว่างนั้นว่า “เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงของธรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์ต้องพ้นเงื้อมมือของเผด็จการ” ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายลงมา ทำให้ต้องเข้าไปจัดกิจกรรมภายในตึกโดม

นายแก้วสรร ให้สัมภาษณ์ว่า ใช้เวลา 3 วันในการรวบรวมรายชื่อ ซึ่งเป็นในนามศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมด คำขอดังกล่าว ว่าด้วยเรื่องการออกคำสั่งอนุญาต หรือไม่อนุญาต และสนับสนุนอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จะสั่งไม่อนุญาต

ส่วนการบังคับตามคำสั่งก่อนหน้านี้ ถ้าจะสั่งไม่อนุญาตแล้ว หากมีการเข้ามาในมหาวิทยาลัยอีก ตนไม่ไปก้าวล่วง เกิดอะไรขึ้นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคนรับผิดชอบ ตนจะไปยุ่งไม่ได้ เพราะอธิการบดี จะเป็นคนที่เจ็บตัว ตนไม่ได้เจ็บตัว ที่มาวันนี้ มาด้วยความเคารพอำนาจของผู้บริหาร ที่เห็นว่าอะไรควรไม่ควร

นอกจากนี้ ไม่มีการจัดตั้งกลุ่มอะไรทั้งสิ้น ที่เห็นจำนวนเกือบ 3,000 ชื่อนั้น ในวันที่ 20 กันยายนนี้ จะหายตัวไปเลย ไลน์กลุ่มจะปิดตัวในวันดังกล่าว แต่ช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ไปจนถึงก่อนวันที่ 20 กันยายน หากมีอะไร ก็จะแจ้งข่าวสารให้ทราบ อย่าไปบอกว่า จัดตั้งโน่นนี่ ที่ไปบอกว่า จะนอนในมหาวิทยาลัย เป็นข่าวเท็จทั้งสิ้น

“เราไม่ได้ปฏิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักศึกษา แต่เราปฏิเสธเสรีภาพในการชุมนุม ต้องแยกให้ออก เพื่อความชัดเจน ผมบอกเลยว่าไม่เห็นด้วย ที่จะให้นายกฯ ลุงตู่จะอยู่ต่อไป ควรมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แต่จุดยืนร่วมกันของเราคือ การชุมนุมใช้สิทธิ์ใช้ชื่อธรรมศาสตร์ ใช้สถานที่ ใช้เกียรติภูมิของธรรมศาสตร์ เพื่อการชุมนุม เป็นการใช้ธรรมศาสตร์ เพื่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สุ่มเสี่ยงสูงสุด”

นายแก้วสรร กล่าวต่อว่า ถ้าอยากอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนายกรัฐมนตรีไม่มีความชอบธรรม เรื่องปฏิรูปสถาบันอะไรก็ตามแต่ ก็จัดอภิปรายที่หอประชุมใหญ่ แต่ไม่ใช่การชุมนุมมา 2 วัน 1 คืน แล้วเทใส่ทำเนียบรัฐบาล เผด็จการจะได้เรียนรู้อย่าลึกซึ้ง มีบาดแผล ไม่รู้ลืม จะไม่กลับมือเปล่า พวกตนปรึกษากันแล้ว ถ้าชุมนุมแบบนี้ จำเหตุการณ์พฤษภาทมิฬได้หรือไม่ ที่ควบคุมไม่ได้ เขาเรียกว่าพาคนไปตาย

แก้วสรร
ภาพ : แนวหน้า 

“ดังนั้น นี่คือการชุมนุมเพื่อเคลื่อนไหวสุ่มเสี่ยงมาก มันคือการซ่องสุม สตาร์ทเครื่องแล้วบุกเข้าไป ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น และไม่เห็นว่าเหล่าแกนนำ จะรับผิดชอบดูแลได้ นำ ควบคุม คุ้มครองได้หรือไม่ มีการปลุกปั่นกันมาจากไซเบอร์ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมเขากล้าทำ ทำเพื่ออะไร ผมตอบไม่ได้ นอกจากมีคนอีกกลุ่มร่วมมือด้วยก็เปิดเผยตัวออกมา นี่ไม่ใช่การหวาดวิตก แต่เป็นความน่าจะเป็น เราจึงไม่เห็นด้วยที่จะใช้ธรรมศาสตร์ เพื่อการชุมนุมในลักษณะที่สุ่มเสี่ยง ต่ำกว่ามาตรฐานประชาธิปไตย ไม่รับผิดชอบ ไม่โปร่งใส และมีคนกลุ่มหนึ่งเห็นเป็นช่องทางในการเลี่ยงกฎหมาย ที่จะใช้ประวัติศาสตร์ของธรรมศาสตร์ ใช้เด็กธรรมศาสตร์ ใช้พื้นที่ธรรมศาสตร์ทำร้ายบ้านเมือง และคนรับผิดชอบคือธรรมศาสตร์”

นายแก้วสรร บอกด้วยว่า ตนได้แต่เป็นห่วงว่า เขาจะเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง แล้วผู้ใหญ่ก็จะใช้ความละมุ่นละม่อม แต่ในแง่หลักการ มันไม่เกี่ยวว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ธรรมศาสตร์ไม่เคยชุมนุมโดยมีใครก็ไม่ทราบ ไม่เคยมีใคร 2-3 คนทำแบบนี้ ลับๆ ล่อๆ แล้วสุ่มเสี่ยง ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ต้องเปิดเผย อย่าเลี่ยงกฎหมาย ทำตัวให้ได้มาตรฐาน

ในเวลาต่อมา ทางอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ส่งตัวแทนลงมารับหนังสือ แต่ทางนายแก้วสรร ได้ปฏิเสธที่จะยื่นหนังสือผ่านตัวแทน โดยกล่าวว่า ตนได้นัดหมายอธิการบดีไว้แล้ว และบอกว่า ลงมารับหนังสือเถอะ การจะลงมารับหนังสือของอธิบการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครั้งนี้ จะไม่ใช่การแสดงความไม่เป็นกลาง เป็นเรื่องของการนัดหมายเท่านั้น อย่าไปมองว่าทำไมที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงมารับหนังสือครั้งนี้ ทำไมกลุ่มอื่นๆ ไม่ยอมลงมา ที่ไม่ลงมาเพราะไม่ได้นัดหมายไว้ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ติดราชการ

“ผมได้ยืนยันกับท่านอธิบการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า จะชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า อย่าไปพูดว่าไม่เป็นกลาง และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะไม่มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน”

แก้วสรร
ภาพ : แนวหน้า 

จากนั้น นายแก้วสรร ได้พยายามประสานกับตัวแทนเจ้าหน้าที่ของทางมหาวิทยาลัย เพื่อให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า ตนนัดไว้แล้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคนบอกตนด้วยวาจา และตนถือตามเวลาที่นัดไว้คือ 16.00 น. ให้ไปแจ้งกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ลงมารับหนังสือ ประมาณ 5 นาทีได้หรือไม่ ไม่เจ็บตัวอะไร

เวลา 15.45 น. นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีมธ. ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นตัวแทนลงมาชี้แจงกับนายแก้วสรร และทางศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า เนื่องจากวันนี้มีหลายกลุ่มที่มายื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ทางอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บอกว่า เพื่อรักษาความเป็นกลางของมหาวิทยาลัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้มีจุดยืนชัดเจนไปแล้ว ในเรื่องของการขอใช้พื้นที่

แต่เพื่อเป็นการให้เกียรติกับทางนายแก้วสรร และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขอให้เฉพาะนายแก้วสรร ขึ้นไปพบอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และขอไม่ให้สื่อมวลชนตามเข้าไปสังเกตการณ์ ยืนยันว่าไม่ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ในวันนี้ก็ไม่ได้พบใครทั้งหมด แต่ทางนายแก้วสรรได้นัดไว้

จากนั้นนายแก้วสรร พร้อมด้วยศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บางส่วนได้ขึ้นไปพบอธิการบดี โดยไม่ให้สื่อมวลชนตามขึ้นไป และได้หารือกันเป็นเวลาประมาณ 10 นาที

เวลา 16.00 น. นายแก้วสรร ลงมาเปิดเผยภายหลังเข้าหารือกับอธิการบดีว่า ตนมาให้กำลังใจอธิการบดี ในฐานะศิษย์เก่า รุ่นพี่ รุ่นน้อง และเห็นด้วยกับการตัดสินใจของอธิการบดี

ส่วนคำสั่งบังคับเรื่องการใช้พื้นที่ที่ทางมหาวิทยาลัยออกมานั้น ไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นการตัดสินใจ และเป็นความรับผิดชอบของท่าน โดยทางอธิการบดี ก็ได้ขอบคุณ และไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะดูท่าทางอธิการบดี จะเหนื่อยมากๆ น่าเห็นใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team