General

ผู้ใช้สิทธิ ‘บัตรทอง’ เปลี่ยนโรงพยาบาล ง่ายๆ ด้วยตัวเอง แค่มีไลน์

ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง เปลี่ยนโรงพยาบาล แบบออนไลน์ง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง ขณะที่ภาคประชาชน หนุน สธ. ไฟเขียวใช้สิทธิบัตรทอง ได้ในโรงพยาบาล ทุกแห่ง

เพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” โพสต์กรณี ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง เปลี่ยนโรงพยาบาล ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ผ่านไลน์ ได้แล้ววันนี้ หรือสามารถไปติดต่อที่หน่วยบริการ ได้เช่นเดิม โดยระบุว่า

ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง เปลี่ยนโรงพยาบาล

“#ไทยคู่ฟ้า โอ้โห So EASY!!!

อีกหนึ่งนวัตกรรม ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ให้ประชาชน ผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สิทธิบัตรทอง ที่ต้องการเปลี่ยนสถานพยาบาล หรือ หน่วยบริการ (ย้ายสิทธิ) เพื่อการรักษา

เพราะวันนี้ ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง สามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ด้วยตนเอง ผ่านทางช่องทาง LINE Official Account ได้แล้ว เพียงแค่แอดไลน์ สปสช. พิมพ์ค้นหา Line ID @nhso หรือ สแกน QR Code เพิ่มเพื่อนได้ทันที ใช้งานง่าย ๆ เพียงเลือกฟังก์ชั่น “เปลี่ยนหน่วยบริการ” โดยทำตามขั้นตอนของระบบ และรอการอนุมัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ลงทะเบียนย้ายสิทธิ ผ่านทางไลน์ สปสช. ต้องมีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) หรือ มีสิทธิว่าง และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี

อย่างไรก็ตาม หากยังไม่สะดวกใช้งานทางโทรศัพท์มือถือ สามารถไปติดต่อ ที่หน่วยบริการได้เช่นเดิม หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สายด่วน สปสช. 1330″

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวจาก ภาคประชาชน โดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ออกมาสนับสนุน กรณี ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้ประชาชนใช้สิทธิบัตรทองได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง

“การมีนโยบายนี้ถือเป็นจังหวะที่ดี ในการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะได้ร่วมแก้ไขในข้อจำกัด ที่เป็นปัญหาการเข้าถึงบริการของประชาชนที่มีมานาน ทั้งในเรื่องของ จำนวนหน่วยบริการไม่เพียงพอ ความแออัดของผู้ป่วย ในการเข้ารับบริการ ที่ไม่เอื้อต่อการเข้าถึงบริการของประชาชน”นายนิมิตร์ กล่าว

นิมิตร์ เทียนอุดม

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายว่า จะเปิดให้ประชาชนถือสิทธิบัตรทอง ไปรับบริการที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ เพราะหลักการ “ใกล้บ้านใกล้ใจ” และบทบาทของหน่วยบริการปฐมภูมิ ในระบบสุขภาพ ยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่ ซึ่งยังเป็นส่วนที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและได้รับบริการที่ดี

ทั้งนี้นโยบายดังกล่าว อาจเริ่มในส่วนของบริการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคก่อน เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้ารับบริการ ที่หน่วยบริการใดก็ได้ ทั้งมีความเป็นไปได้ เพราะงบประมาณนี้ เป็นการเบิกจ่ายตามการให้บริการของหน่วยบริการ ทั้งไม่กระทบต่อโรงพยาบาลใหญ่ เนื่องจากภารกิจของโรงพยาบาลใหญ่ คือการรักษาโรค ที่มีความยุ่งยาก และ ซับซ้อน ไม่ใช่บริการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ที่เป็นบทบาทของหน่วยบริการปฐมภูมิ

ขณะเดียวกัน ยังขอให้แก้ไขปัญหา การย้ายสิทธิหน่วยบริการประจำ เพื่อเพิ่มความสะดวก และการเข้าถึงการรักษา ให้กับประชาชน แม้ว่าปัจจุบัน สปสช. จะเปิดให้ประชาชน ย้ายหน่วยบริการประจำได้ ปีละ 4 ครั้ง แต่ในพื้นที่ ซึ่งมีหน่วยบริการจำกัด และจำนวนประชากรมาก

ตัวอย่าวเช่น อย่างพื้นที่ กทม. ประชาชนในพื้นที่เอง รวมถึงคนต่างจังหวัดที่เข้ามา กทม. กลับไม่สามารถขึ้นทะเบียนหน่วยบริการประจำใกล้บ้านได้ เพราะมีปัญหาผู้มีสิทธิเต็ม

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการแก้ปัญหาหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่เอื้อต่อการย้ายสิทธิ เช่น ต้องมีผู้นำชุมชน หรือเจ้าของทะเบียนบ้านรับรองการย้ายสิทธิ เข้าหน่วยบริการ รวมถึงการกำหนดให้สามารถใช้สิทธิได้ ต้องรอหลังการย้ายสิทธิครบ 15 วัน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ เป็นปัญหาที่ สปสช.ต้องจัดการเลย เป็นเรื่องที่กระทบต่อการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย ที่เจ็บป่วยโดยตรง อีกทั้งเทคโนโลยีปัจจุบันมีการพัฒนาไปมาก ถึงขั้นที่ประชาชนสามารถโอนเงินเองได้ ดังนั้น ตรงนี้เป็นจุดที่ต้องทบทวน เป็นส่วนสนับสนุนนโยบายให้ประชาชนใช้สิทธิบัตรทอง ที่หน่วยบริการใดก็ได้เป็นจริง แต่ไม่ถึงขั้นยกเลิก การมีหน่วยบริการประจำเลย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team