Business

เช็คเงื่อนไขรับ ‘เบี้ยผู้สูงอายุ’ เตรียมตัวลงทะเบียนรอบใหม่เดือน ต.ค. 63

เร็วๆ นี้ รัฐบาลจะเปิดให้ผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีคุณสมบัติตรงตาม เงื่อนไข ลงทะเบียนรับ “เบี้ยผู้สูงอายุ” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “เงินผู้สูงอายุ” ประจำปีงบประมาณ 2564

สำหรับเงื่อนไขเบื้องต้นจะเป็นอย่างไร เช็คได้ที่นี่จ้า!

เบี้ยผู้สูงอายุ เงินผู้สูงอายุ

ใครต้องลงทะเบียนรับ “เงินผู้สูงอายุ” ครั้งนี้?

  • ผู้สูงอายุที่ปีนี้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
  • กลุ่มตกหล่นที่ไม่เคยได้รับเบี้ยมาก่อน
  • ผู้สูงอายุที่เคยได้รับเบี้ยประจำอยู่แล้ว แต่มีการย้ายที่อยู่หรือทะเบียนบ้าน
  • ผู้ที่ขณะนี้มีอายุ 59 ปี ต้องไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในปีงบประมาณ 2564 ด้วยเช่นกัน

 

“คุณสมบัติและ เงื่อนไข” ผู้มีสิทธิรับ เบี้ยผู้สูงอายุ

  • สัญชาติไทย
  • มีภูมิลำเนา-มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้านที่ระบุไว้ และไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสากิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่

2.1 ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
2.2 ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2.3 ผู้ที่ได้รับเงินเดือนค่าตอบแทนรายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ประจำ

  • มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และไม่เคยลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2504 ทั้งนี้ หากบัตรประชาชนระบุเฉพาะปีเกิด ให้ถือว่าเกิดวันที่ 1 มกราคมของปีนั้น
  • อายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่เคยลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้ว แต่มีการย้ายทะเบียนบ้าน ต้องลงทะเบียนตามทะเบียนบ้านใหม่

เปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่?

เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนรับ เงินผู้สูงอายุ รอบใหม่ได้ตั้งแต่เดือนหน้า ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

 

ลงทะเบียนได้ที่ไหน?

ผู้สูงอายุที่เข้าเงื่อนไข สามารถติดต่อได้ที่ เทศบาล, องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.), สำนักงานเขต ในพื้นที่ที่ผู้รับสิทธิ์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ซึ่งสามารถไปติดต่อด้วยตนเอง หรือมีใบมอบอำนาจให้ญาติไปดำเนินการลงทะเบียนแทนได้

 

เตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้านปัจจุบัน
  • สมุดบัญชีธนาคาร

 

ได้รับ “เงินผู้สูงอายุ” คนละเท่าไหร่?

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ สัญชาติไทย ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อทป.) ที่ได้จัดให้อย่างเป็นประจำ จะได้รับการช่วยเหลือเงินเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต โดยแบ่งตามช่วงอายุแบบขั้นบันได ดังนี้

  • อายุ 60-69 ปี จะได้รับเดือนละ 600 บาท
  • อายุ 70-79 ปี จะได้รับเดือนละ 700 บาท
  • อายุ 80-59 ปี จะได้รับเดือนละ 800 บาท
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเดือนละ 1,000 บาท

ได้รับเงินวันไหน?

เมื่อผู้รับสิทธิ์ลงทะเบียนไว้ และอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะเริ่มได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ โดยเงินจะโอนให้ทุกวันที่ 10 ของทุกเดือนในวันทำการ ซึ่งหากวันที่ 10 ของเดือนไหนตรงกับวันหยุด ทางภาครัฐจะดำเนินการโอนให้ก่อนวันที่ 10 ในวันทำการเช่นกัน

 

ล่าสุดมีปัญหา เลื่อนจ่าย “เงินผู้สูงอายุ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลเกิดปัญหาจ่าย เงินผู้สูงอายุ งวดเดือนกันยายน 2563 ล่าช้ากว่ากำหนด จากปกติต้องจ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน เนื่องจากงบประมาณเดือนกันยายน 2563 มีไม่เพียงพอ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย จึงต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมและจะเร่งจ่ายให้ได้ภายในวันที่ 22 กันยายน 2563 นี้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นการจ่ายเงินเงินผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการเดือนกันยายน 2563 ล่าช้าว่า

เบี้ยผู้สูงอายุ

กรณี เงินผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ ไม่ได้มีการงดจ่าย แต่เป็นเพียงการเลื่อนจ่าย เนื่องจากมีการปรับปรุงยอดงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของการจ่ายเงินดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2563

โดยขณะนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพื่อมาจ่ายเงินดังกล่าวแล้ว และกรมบัญชีกลางจะได้ดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิ์ต่อไปโดยจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2563 นี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team