ดูหนังออนไลน์
General

ระดมสูบน้ำเข้า ‘บึงบอระเพ็ด’ 24 ชั่วโมง รับมือฤดูแล้งปีหน้า

กรมทรัพยากรน้ำ เร่งสูบน้ำจากแม่น้ำน่านเติมบึงบอระเพ็ดตลอด 24 ชั่วโมง หลังเหลือน้ำในบึงแค่เพียง 7% ของปริมาณน้ำที่รองรับได้หมด หวั่นกระทบกับการผลิตน้ำในฤดูร้อนปีหน้า หลังฝนที่ตกลงมา ยังไม่มากพอ ที่จะเติมน้ำในแหล่งเก็บน้ำต่างๆ ให้เต็มได้ 

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า แม้ช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือจะมีฝนตกหนัก แต่กลับพบว่า ปริมาณน้ำฝนยังไม่มากพอ ที่จะไปเติมในเขื่อน หรือแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบึงบอระเพ็ด ที่พบว่า ปีนี้มีปริมาณน้ำน้อยมาก คือเหลือน้ำ แค่ 7% ของปริมาณน้ำทั้งหมดที่สามารถเก็บได้ ซึ่งตามปกติแล้ว บึงบอระเพ็ด มีพื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่ จะสามารถเก็บน้ำได้มากที่สุด 100 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เวลานี้น้ำแห้งเหลือเพียง 7 ล้านลูกบาศก์เมาตร เท่านั้น หากปล่อยไปเช่นนี้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ บึงบอระเพ็ดจะต้องเดือดร้อน ฤดูแล้งปีหน้า จะต้องขาดน้ำดิบ ที่จะนำไปผลิตน้ำประปาอย่างแน่นอน

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ที่กรมน้ำต้องเข้าไปแก้ปัญหาจุดนี้คือ สูบน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าไปเติมในบึงบอระเพ็ด เพื่อไม่ให้น้ำแห้ง และเป็นการกักตุนน้ำเอาไว้ใช้สำหรับทำน้ำประปา ในฤดูร้อนปีหน้า

ขณะนี้ ได้ทำการสูบมาแล้ว 5 วัน สูบตลอด 24 ชั่วโมง ได้น้ำจากแม่น้ำน่านเข้าไปเติม วันละ 5 แสนลูกบาศก์เมตร และจะสูบเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า จะถึงจุดที่สูบไม่ได้ คาดว่า อีกประมาณ 2 เดือน น่าจะได้น้ำเติมในบึงบอระเพ็ด ในปริมาณที่เพียงพอ

จนถึงขณะนั้น น่าจะใช้งบประมาณสำหรับการดำเนินการเรื่องนี้ประมาณ 10 ล้านบาท แต่ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากไม่ดำเนินการเช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปเอาน้ำจากไหนมาเติมในบึงบอระเพ็ด ประชาชนที่อยู่รอบๆพื้นที่บึงบอระเพ็ด ชาว อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ จะไม่มีน้ำประปาใช้ในฤดูแล้งปีหน้าอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า ทำแบบนี้จะทำให้แม่น้ำน่านได้รับผลกระทบหรือไม่ นายภาดล กล่าวว่า ตอนนี้น้ำในแม่น้ำน่านยังอยู่ในระดับที่สามารถสูบออกมาใช้ได้ ซึ่งจากฝนที่ตกลงมาด้วย คาดว่า จะสามารถสูบน้ำออกมาใช้ได้อีก 2 เดือน โดยไม่ได้รับผลกระทบอะไร

“ตอนนี้เราเบาใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังลุ้นว่า หากมีพายุเข้ามาอีก 2 ลูก อ่างเก็บน้ำหลายๆแห่ง รวมทั้งบึงบอระเพ็ด จะได้รับการเติมน้ำแบบเต็มๆ แต่ความหวังดังกล่าวมีน้อยมาก เราจึงต้องใช้วิธีบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมที่สุดเช่นนี้”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team