Branding

มาเลเซีย กำลังซื้อสูง เผย 5 เคล็ดลับแบรนด์ไทย บุกตลาดเครื่องสำอาง

มาเลเซีย กำลังซื้อสูง สคต. แนะ 5 ไอเดีย ผู้ประกอบการไทย บุกตลาดเครื่องสำอางมาเลเซีย ลงทุนสร้างแบรนด์ ใช้ออนไลน์ ทำการตลาดมากขึ้น

ตลาดเครื่องสำอาง มาเลเซีย เป็นตลาดที่ถือว่าผู้บริโภคมี กำลังการซื้อสูง ประเทศหนึ่งในอาเซียน ประกอบกับกระแสความใส่ใจต่อสุขภาพและความงามที่เพิ่มขึ้น ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคหญิงและชาย ทำให้ผู้บริโภคชาวมาเลเซีย มีความต้องการสินค้าเครื่องสำอางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มาเลเซีย กำลังซื้อสูง

ปัจจัยอีกส่วนหนึ่ง คือ อิทธิพลจากดิจิทัลเทคโนโลยี ที่ทำให้ผู้บริโภค เข้าถึงกระแสความนิยม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใหม่ ๆ ได้รวดเร็ว ผ่านโซเชียลมีเดีย อาทิ Facebook, Instagram, YouTube รวมทั้ง เว็บไซต์ของแบรนด์เอง

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้แนะ 5 เคล็ดลับเจาะตลาดเครื่องสำอางมาเลเซีย ดังนี้

  • BB หรือ CC cream มาแรง

พฤติกรรมการแต่งหน้าของผู้หญิง มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงจากเดิม ที่เคยใช้ รองพื้น คอนซีลเลอร์ หรือ แป้งฝุ่นแบบมีสี มาเป็นผลิตภัณฑ์ BB/CC Cream เพิ่มขึ้น BB/CC Cream จึงถือเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับความนิยม ในตลาดมาเลเซียอย่างมาก ในปัจจุบัน โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 18.7% ขยายตัวสูงกว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทอื่น ๆ

  • ออนไลน์ ช่องทางสำคัญ

จากรายงาน “Decoding Malaysian Digital DNA” ของ EY บริษัทในเครือ Ernst & Young Global Limited พบว่า Gen-Y เป็นประชากรส่วนใหญ่ ที่มีความเข้าใจ และรอบรู้เกี่ยวกับโลกดิจิทัล

ในขณะที่ชาวมาเลเซีย 83% ยอมรับว่า มักจะสืบค้นข้อมูลสินค้าทางออนไลน์ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ และ 59% ของประชากร จะสืบค้นข้อมูลทางออนไลน์ ระหว่างที่เลือกซื้อสินค้าในร้านค้าหรือ ณ จุดที่จะซื้อสินค้า

สำหรับช่องทางตลาดเครื่องสำอางออนไลน์ ที่เป็นที่นิยมของชาวมาเลเซียสูงสุดในปัจจุบัน คือ Sephora ซึ่งมีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 500,000 คน ส่วนช่องทางอื่น ๆ ได้แก่ FashionValet, Lazada and Shins และ CupoNation ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ที่เน้นการลดราคา

  • แบรนด์ยังครองตลาด

เครื่องสำอางที่ครองตลาดผู้บริโภคส่วนใหญ่ (mass) มีสัดส่วนการตลาด สูงกว่าเครื่องสำอางกลุ่มพรีเมียมเล็กน้อย คือ 54 : 46 โดยแบรนด์เครื่องสำอาง ที่ครองสัดส่วนตลาดสูงสุดในมาเลเซีย ได้แก่ เมย์เบลลีน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 14.9% ตามมาด้วยซิลกี้ เกิลด์ 7.9%, เรฟลอน 5.5% และ เอวอน คัลเลอร์ 4.1%

ส่วนแบรนด์กลุ่ม mass แบรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงคือ NYX และ เครื่องสำอางพรีเมียมที่มีราคาสูง มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • แบรนด์ไทยในตลาด

ปัจจุบัน มีเครื่องสำอางแบรนด์ไทย จำหน่ายในมาเลเซีย จำนวนหนึ่ง อาทิ Mistine, Mille, Cathy Doll, Pop Me, Srichand, Beauty Buffet และ XCUTEME เป็นต้น

จุดแข็งของสินค้าเครื่องสำอางจากไทย คือ ภาพลักษณ์ที่ดี คุณภาพเป็นที่ยอมรับ รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย รวมทั้งระดับราคาที่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน

แต่ขณะเดียวกัน ก็มีความท้าทาย ด้านการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภค ในขณะที่เครื่องสำอางจากประเทศคู่แข่งขัน โดยเฉพาะเกาหลีใต้ มีการทำการตลาดในเชิงรุก อาทิ การสร้างกระแสความนิยมสินค้าของเกาหลี ผ่านศิลปิน นักร้อง นักแสดง โดยจัดกิจกรรม Meet & Greet กับดาราเกาหลี ที่เป็นพรีเซนเตอร์สินค้า โดยต้องซื้อสินค้าตามมูลค่าที่กำหนดจึงจะได้สิทธิเข้าร่วมกิจกรรม เป็นต้น

Handshake shape writing by lines and dots over Abstract blurred photo of financial exhibition event in conference hall background, business trade and stock market exchange with agreement concept

สคต. ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้ให้คำแนะนำว่า ผู้ประกอบการไทย ควรให้ความสำคัญกับการลงทุน ด้านการสร้างแบรนด์ และการทำการตลาดในมาเลเซียให้มากขึ้น อาทิ การพิมพ์ฉลากสินค้า เป็นภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เป็นภาษาต่างประเทศ หรือสื่อที่สามารถใช้ประชาสัมพันธ์ ในระดับสากลได้

นอกจากนี้ ควรร่วมมือกับผู้นำเข้า ในการประชาสัมพันธ์สินค้า ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง อีกทั้ง เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของมาเลเซียเป็นชาวมุสลิม หรือมากกว่า 60% ของประชากรทั้งหมด ตลาดเครื่องสำอาง จึงมีความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ได้รับการรับรองฮาลาลมากขึ้น

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรศึกษาข้อกำหนด สิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการขอรับรองฮาลาล ก่อนส่งออกสินค้ามายังมาเลเซีย

  • เปิดตลาดอย่างไรดี

นอกจากการหาพันธมิตรธุรกิจในมาเลเซีย ผ่านการนัดหมายเจรจาธุรกิจ แบบตัวต่อตัวกับผู้นำเข้าแล้ว การเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและคู่ค้า

ทั้งนี้ ในมาเลเซียมีงานใหญ่ ๆ หลายงาน อาทิ งาน Beauty Professional หรือ Beauty Business, งาน International Beauty Expo (IBE), งานแสดงสินค้า Cosmobeaute Malaysia จัดโดย UBM Malaysia และ งาน Beauty Expo เป็นงานแสดงสินค้าประเภทบำรุงผิว เครื่องสำอางและสินค้าความงามต่างๆ จากประเทศแถบทวีปเอเชียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ จีน และไทย

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สามารถขอรับการสนับสนุนจากโครงการ SMEs Pro-active จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ศึกษาข้อมูลและหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://smesproactive.ditp.go.th/ หรือ Facebook Page: SMEs Pro-active by DITP

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT