Environmental Sustainability

‘ซีพีเอฟ’ หนุน ‘พลังงานทดแทน’ ช่วยลดต้นทุน สร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม

บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์ รูฟท็อป ไบโอก๊าซ และพลังงานจากชีวมวล ในกระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพใช้พลังงาน ตามเป้าหมายบริษัท ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25% ในปี 2568 

นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจตามแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดห่วงโซ่การผลิต

ตัวอย่างเช่น การนำชิ้นเนื้อขนาดเล็กจากกระบวนการผลิต ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่า การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำในการทำฟาร์มกุ้งโดยไม่ปล่อยน้ำออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และการใช้พลังงานหมุนเวียน 3 ประเภท คือ พลังงานจากชีวมวล พลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ซึ่งเป็นพลังงานทดแทน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้พลังงานจากไฟฟ้าและน้ำมัน

ซีพีเอฟ กำหนดเป้าหมายการลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตลง 15% ในปี 2568 เทียบกับปีฐาน 2558  ปัจจุบันโครงการพลังงานต่างๆ ของบริษัท ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการโซลาร์ รูฟท็อป บนหลังคาโรงงาน และอาคารสำนัก จำนวน 24 แห่ง จะทยอยแล้วเสร็จในปี 2563 และโครงการนำร่องโซลาร์เซลล์ แบบติดตั้งบนพื้นดินในฟาร์มสุกร 16 แห่ง  พร้อมขยายสู่ทุกฟาร์มสุกรทั่วประเทศ ตลอดจนตั้งเป้าหมายยกเลิกการใช้ถ่านหินภายในปี 2565

ในปี 2562 ธุรกิจของ ซีพีเอฟ ในประเทศไทย ใช้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วน 26% ของการใช้พลังงานทั้งหมด แยกเป็น

  • พลังงานจากชีวมวล (เศษไม้ ขี้เลื่อย ซังข้าวโพด) 1.857 ล้านกิกะจูล
  • พลังงานจากไบโอก๊าซ 1.017 ล้านกิกะจูล
  • พลังงานแสงอาทิตย์ 439 กิกะจูล

การใช้พลังงานหมุนเวียนเหล่านี้ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 425,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ต่อปี ประหยัดเงินได้กว่า 250 ล้านบาท

“ซีพีเอฟ ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบ ต่อการจัดการพลังงาน โดยบริษัทปรับเทคโนโลยี สนับสนุนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ที่เหมาะสม ตลอดกระบวนการผลิตมากขึ้นโดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ ทั้งแบบติดตั้งบนหลังคา และติดตั้งบนพื้นดิน ตามเป้าหมายของบริษัท ในการลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตให้ได้สูงสุด”

นายวุฒิชัย บอกด้วยว่า ซีพีเอฟ กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีฐานปี 2558 ตลอดจนจะยกเลิกการใช้ถ่านหิน ภายในปีภายในปี 2565

นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนบริหารจัดการพลังงานที่ดี  ตรวจสอบ ดูแลอุปกรณ์ และเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอ เลือกใช้เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการผลิต

ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่อย่างสมดุล ซึ่งการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่สนับสนุนซีพีเอฟ ในการเดินหน้า สู่การเป็นผู้ผลิตอาหารมั่นคง และใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลกที่ยั่งยืน”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team