ดูหนังออนไลน์
Politics

‘พี่ศรี’ ค้านสุดต้ว! อย่าปล่อย ‘สันติ พร้อมพัฒน์’ เสียบเก้าอี้แทน ‘ปรีดี ดาวฉาย’

“ศรีสุวรรณ” ค้านหัวชนฝา! เตือนนายกฯ อย่าหน้ามืดตามัว ปล่อย “สันติ พร้อมพัฒน์” ผงาด รมว.คลัง แทน “ปรีดี ดาวฉาย” ขุดประวัตินั่งมา 2 กระทรวงยังไร้ผลงานโดดเด่น

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่า นาย ปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า มีปัญหาด้านสุขภาพ

แต่สังคมไทยกลับมิได้เชื่อเช่นนั้น หากแต่พุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งภายในกระทรวง เพราะยังไม่ทันไร นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทนนั้น

ศรีสุวรรณ ปรีดี ดาวฉาย สันติ

ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ตำแหน่งเทกระโถน ที่มีไว้เพื่อสนองตัณหาหรือความอยากของนักการเมืองได้ แต่เป็นตำแหน่งที่สามารถชี้เป็นชี้ตายต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตำต่ำอย่างรุนแรงในสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้ โดยเฉพาะ GDP ภายในประเทศที่ติดลบอย่างรุนแรงในหลายไตรมาสที่ผ่านมาและจะยังคงตกต่ำต่อไปในอนาคต

หากไม่มีหัวเรือทางเศรษฐกิจที่มีความรู้ ความสามารถ และวิสัยทัศน์ที่เท่าทันต่อสภาวะการณ์เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก มาเป็นกลไกหลักในกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาของชาติในขณะนี้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะอ้างว่าตนเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่แล้วก็ตาม แต่ผลงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมา ก็เป็นที่ทราบกันว่าสำเร็จหรือล้มเหลว ยังจะกล้าออกตัวเยี่ยงนั้นอีกหรือ

สันติ พร้อมพัฒน์
สันติ พร้อมพัฒน์

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แม้ในอดีตจะมีประสบการณ์เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาแล้ว แต่ถ้าย้อนกลับไปในสมัยที่นั่งรัฐมนตรีว่าการทั้ง 2 กระทรวงดังกล่าว มีผลงานอะไรที่โดดเด่น จนคนต้องจดจำกันทั้งบ้านทั้งเมืองได้บ้างหรือไม่

ยิ่งกระแสของสังคมมุ่งเป้าไปที่เรื่องความขัดแย้งภายในกระทรวงมากกว่าข้ออ้างปัญหาด้านสุขภาพ จนนาย ปรีดี ต้องรีบลาออกไปทั้งๆ ที่นั่งตำแหน่งเจ้ากระทรวงได้เพียง 27 วัน ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาล และภาพลักษณ์ของนายสันติ พลอยมัวหมองตามไปด้วย

เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น นายสันติ ควรจะทราบดีอยู่แล้วว่าตนเองจบการศึกษาแค่ปริญญาตรี ปริญญาโท ด้านรัฐศาสตร์เท่านั้น มิได้ตรงกับสายงานทางด้านเศรษฐกิจแต่อย่างใด

แม้จะเคยนั่งเป็นผู้บริหารบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภท พัฒนาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร และชิ้นส่วนรถยนต์ แต่ก็มิได้ทำให้โดดเด่น ที่จะทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นในการเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคได้

ปรีดี ดาวฉาย
ปรีดี ดาวฉาย (ขวาสุด)

ในทางการเมือง แม้นายสันติจะเป็นถึงผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และมีคนใหญ่คนโตในพรรคเกื้อหนุนให้ แต่ในพรรคพลังประชารัฐก็ยังมีมุ้ง มีกลุ่มการเมืองที่หลากหลาย ที่ยังผิดหวังต่อตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองอยู่อีกมาก

การมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคพลังประชารัฐในจังหวัดเพชรบูรณ์เพียง 5 คน ก็ใช่ว่าจะเป็นเครื่องการรันตีถึงความมั่นคงในตำแหน่งรัฐมนตรีได้

การที่ห้าวหาญถึงกลับกล้าที่จะประกาศตัวพร้อมนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสถานการณ์เช่นนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ หน้ามืดตามัวคล้อยตาม ก็จงหาสถานที่ที่จะกลบฝั่งรัฐบาลไว้ล่วงหน้าได้เลย

 

ปัด “ปรีดี” ไม่ได้ลาออกเพราะพิษการเมือง?

รายงานเปิดเผยถึงการลาออกของนาย ปรีดี ดาวฉายว่า การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังดังกล่าว เกิดจากความขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง รวมถึงความกดดันในประเด็นต่างๆ ที่ต้องทำงานกับฝ่ายการเมือง

อย่างไรก็ตาม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น

โดยยอมรับว่า ภาพการทำงานอาจจะดูเหมือนขัดแย้งกัน แต่ตนเป็นเพียง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แบ่งภาระการทำงานกันอย่างชัดเจน เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการ ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีปัญหาเรื่องความเห็นไม่ตรงกัน เรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารในกระทรวงนั้น ก็เห็นได้ชัดว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่นาย ปรีดี เสนอ

เมื่อคืนนี้ (1 ก.ย.) นายปรีดี ได้โทรมาขอโทษถึงการ ลาออก จนทำให้มีข่าวออกมาในทำนองขัดแย้งกัน และนายปรีดียังได้ขอบคุณการทำงานร่วมกันที่ผ่านมา และเห็นว่า ผมสามารถนำประสบการณ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยตลอด 1 ปีมาเป็นประโยชน์ในการทำงานได้อย่างมาก นายสันติ กล่าว

ปรีดี ดาวฉาย

ผู้สื่อข่าวถามนายสันติว่า พร้อมเป็นรัฐมนตรีแทนนาย ปรีดี ใช่หรือไม่ นายสันติ ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี แต่หากนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ก็น้อมรับ เพราะตนก็มีความเชี่ยวชาญ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อ 10 ปีก่อน และเคยเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

อีกทั้ง ที่ผ่านมาได้ทำงานในช่วงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึง 2 คน ทำให้ได้ซึมซับเรียนรู้ถึงปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่สามารถได้งานได้เลยทันที และไม่มีปัญหาความกดดัน เพราะทำงานในกระทรวงนี้มา 1 ปี จึงมีภูมิต้านทางที่จะรับแรงกดดันในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team