Business

‘สมาคมศูนย์การค้าไทย’ ชง 3 แผนนายกฯ ดันลงทุน 1.71 แสนล้านไม่สะดุด

สมาคมศูนย์การค้าไทย ยกขบวนพบนายกรัฐมนตรี เสนอ 3 แผน ระยะสั้น-กลาง-ยาว หนุนผู้ประกอบการเดินแผนลงทุน 1.71 แสนล้านใน 3 ปี ไม่มีสะดุด

นายนพพร วิฑูรชาติ นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย และ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สมาคมศูนย์การค้าไทย หรือ TSCA ได้เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศของภาคธุรกิจศูนย์การค้า

สมาคมศูนย์การค้าไทย

ทั้งนี้ เพื่อแสดงพลังความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการช่วยกันเดินหน้าประเทศไทย ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประกอบการ และแรงงาน ให้กลับมามีรายได้ ภายหลังสถานการณ์โควิดในประเทศ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ ศูนย์การค้า นับเป็นภาคธุรกิจหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญ ต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเป็นสถานที่ ที่รวมผู้ประกอบการจำนวนมากกว่า 120,000 ราย ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 2.4 ล้านคน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 750,000 ล้านบาทต่อปี

“ศูนย์การค้าจึงเปรียบเสมือน บ้านหลังใหญ่ ของผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ และนับเป็น ต้นน้ำ ที่เป็นจุดเริ่มต้นและรวมการค้าขายเอาไว้ จึงมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของประเทศในทุกระดับ”นายนพพร กล่าว

นอกจากนี้ นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์โควิดจนถึงปัจจุบัน ภาคธุรกิจศูนย์การค้า ได้มีความพยายามช่วยเหลือ ธุรกิจเอสเอ็มอีของประเทศ อย่างต่อเนื่อง รวมระยะเวลากว่า 6 เดือน รวมรายได้ที่สูญเสียและเม็ดเงินช่วยเหลือเกือบ 2 แสนล้านบาท อาทิ การลดค่าเช่า 30-100% เพื่อให้ร้านค้ายังคงมีกระแสเงินสดหมุนเวียนและประคองธุรกิจต่อไปได้

นพพร วิฑูรชาติ

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย จัดแคมเปญลดราคา 50-90% รวมไปถึงเปิดพื้นที่การขายฟรีให้ เอสเอ็มอีและผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นวิธีประคองธุรกิจในระยะสั้น แต่ไม่เพียงพอให้ธุรกิจอยู่รอดได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านนางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ อดีตนายกสมาคมศูนย์การค้าไทย 2 สมัย (ปี 2557-2561) และ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อร่วมกันเร่งฟื้นฟู และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทางสมาคมศูนย์การค้า จึงขอนำเสนอแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อภาครัฐพิจารณารวมเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาประเทศ

ชง 3 แผน ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • แผนระยะสั้น

1. ส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี ให้สามารถกลับมาค้าขายได้ คงการจ้างงาน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ด้วยมาตรการออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

2. ส่งเสริมโครงการช้อปและเที่ยวช่วยชาติ โดยอนุมัติมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ แจก 3,000 บาทต่อคน พร้อมขยายมายังผู้ค้ารายย่อยในศูนย์อาหาร (Food Center) ให้สามารถเข้าร่วมได้

3. พิจารณาอนุมัติมาตรการเยียวยาค่าใช้จ่าย ผ่านศูนย์การค้า เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีต่อไป ตามข้อเสนอมาตรการเยียวยาโควิดทั้งด้านภาษี และค่าใช้จ่าย ๆ ตามจดหมายที่สมาคมฯ เคยนำเสนอเมื่อวันที่ 15 เมษายน และ 29 มิถุนายน 2563 พร้อมขยายระยะเวลา มาตรการช่วยเหลือด้านการลงทุน และต่ออายุการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 90% ออกไปถึงปี 2566

  • แผนระยะกลาง

1. ส่งเสริมการลงทุนต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับธุรกิจศูนย์การค้าให้อยู่ในแผนแม่บทพัฒนาประเทศ อนุญาตให้ลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษของประเทศ

2. ส่งเสริม Seamless Connectivity เชื่อมต่ออาคาร, ระบบคมนาคม, สะพานลอย, รถไฟฟ้า, ถนนหลวง ฯลฯ

3. พิจารณาปรับกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ และส่งเสริมมาตรการด้านภาษี เพื่อการลงทุน

  • แผนระยะยาว

1. ผลักดันให้ศูนย์การค้าไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในระดับโลก เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการยกระดับคุณภาพและดีไซน์สินค้าของไทยให้ดึงดูดนักท่องเที่ยว ไปพร้อมกับการทยอยปรับลดภาษีสินค้านำเข้า เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศ เพื่อนบ้านในอาเซียนได้

2. จัดแคมเปญระดับประเทศ เพื่อโปรโมท Attraction & Unique Product ภายในศูนย์การค้า และการจัดงานส่งเสริมวัฒนธรรมระดับประเทศ (Cultural Event) โดยภาครัฐเป็นเจ้าภาพ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันส่งเสริม Art / Music / Food ของไทยในศูนย์การค้า เช่น งาน Bangkok Art Biennale เพื่อทำให้ศูนย์การค้าไทยเป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

วัลยา จิราธิวัฒน์

ส่วนกลุ่มเป้าหมายหลัก ที่ทางสมาคมฯ ผลักดันให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนคือ ผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ เพื่อรักษาไว้ซึ่งห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อช่วยประคองธุรกิจไม่ให้ปิดกิจการ คงการจ้างงาน ลดอัตราการว่างงาน และกระตุ้นเงินหมุนเวียนในระบบ รวมถึงการแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ธุรกิจรอดไปด้วยกันทั้งหมด

ทั้งนี้ หากภาครัฐ สามารถผลักดัน และดำเนินการตามวิสัยทัศน์ ที่นำเสนอดังกล่าวข้างต้น จะช่วยส่งเสริม และสร้างความเชื่อมั่น ให้ผู้ประกอบการธุรกิจศูนย์การค้า ดำเนินตามแผนการลงทุน ตามที่ได้วางไว้ที่กว่า 171,000 ล้านบาทภายใน 3 ปีต่อจากนี้ หรือปีละประมาณ 57,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการกระจายรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ

ปัจจุบัน สมาคมศูนย์การค้าไทยประกอบด้วยผู้ประกอบการธุรกิจศูนย์การค้าทั้งหมด 13 ราย ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน), บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด, บริษัท แอล เอช มอลล์ โฮเทล จำกัด, บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เค.อี.แลนด์ จำกัด, บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด, บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด และบริษัท บุญถาวรเซรามิค จำกัด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT