Economics

พาณิชย์เผย ‘ผัก’ แพงสุดรอบ 13 เดือน ‘เนื้อหมู’ ราคาทรงตัวระดับสูง

“เงินเฟ้อ” เดือน ส.ค. ติดลบ 0.50% แต่ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ด้านราคาอาหารเริ่มขยับ “ผัก” แพงสุดรอบ 13 เดือน “เนื้อหมู” ทรงตัวระดับสูง

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนสิงหาคม 2563 เท่ากับ 102.29 เพิ่มขึ้น 0.29% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา แต่ลดลง 0.50% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2562

ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นับจากเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ติดลบ 3.44%, มิถุนายน 2563 ติดลบ 1.57% และกรกฎาคม 2563 ติดลบ 0.98% และหดตัวในอัตราที่น้อยลงเรื่อยๆ ถือว่าต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 8 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) ลดลง 1.03%

ผักแพง

ทั้งนี้ เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานออก เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2563 ไม่เปลี่ยนแปลง เทียบกับเดือนสิงหาคม 2562 เพิ่มขึ้น 0.30% และเฉลี่ย 8 เดือน เพิ่มขึ้น 0.33%

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อติดลบน้อยลง มาจากการลดลงของสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลด 1.73% เช่น การขนส่งและการสื่อสารลด 4.50% จากการลดลงของราคาน้ำมัน ส่งผลให้กลุ่มพลังงานลด 9.70% ค่าโดยสาร เช่น รถไฟลอยฟ้า ค่าเรือ ลด 0.02%

ด้านการสื่อสาร เช่น เครื่องรับโทรศัพท์มือถือ ลด 0.04% เคหสถาน เช่น ก๊าซหุงต้ม น้ำประปา น้ำยาปรับผ้านุ่ม ลด 0.12% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ลด 0.04% ค่าทัศนาจร ห้องพักโรงแรม ลด 0.22%

แต่หมวดการรักษาและบริการส่วนบุคคล เช่น ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า ค่าแต่งผมชาย เพิ่ม 0.31% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ไม่เปลี่ยนแปลง

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 1.62% โดยเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการบริโภค เช่น ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง เพิ่ม 1.49% เนื้อสัตว์ เป็ด สัตว์น้ำ เพิ่ม 3.12% โดยเฉพาะเนื้อสุกร ที่ราคายังทรงตัวสูง ตามความต้องการทั้งในและต่างประเทศ ผักสด เพิ่ม 13.94% เช่น ผักชี มะเขือเทศ ต้นหอม ถือว่าราคาสูงสุดในรอบ 13 เดือน เนื่องจากฝนตกชุก ทำให้ผักเสียหาย เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 3.09% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 1.96% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 0.48% นอกบ้าน เพิ่ม 0.88% แต่ผลไม้ ลด 4.99%

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนกันยานย 2563 และเดือนต่อๆ ไป คาดว่าจะหดตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ลดลง เพราะทิศทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จากภาคเกษตร ที่ผลผลิตทางการเกษตรหลายรายการมีราคาสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอย และยังได้รับแรงกระตุ้นจากมาตรการของรัฐ ที่ผลักดันให้คนมีงานทำ

การแจกเงิน 3,000 บาท เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้า การส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมัน ก็ไม่เป็นปัจจัยกดดัน เพราะยังทรงตัว ไม่เพิ่มและไม่ลดมาก ทำให้ทั้งปี ยังคาดการณ์เงินเฟ้อที่ติดลบ 1.5% ถึงลบ 0.7% ค่ากลางอยู่ที่ลบ 1.1%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team