Economics

เศรษฐกิจเริ่มฟื้น! เงินเฟ้อเดือน ส.ค. ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3

“พาณิชย์” เผยเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และหดตัวในอัตราน้อยที่สุดในรอบ 6 เดือน ชี้สัญญาณเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ประเมินทั้งปียังคงติดลบ

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือ อัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลง 0.50% ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และหดตัวน้อยที่สุดในรอบ 6 เดือน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะผักสดราคาสูงที่สุดในรอบ 13 เดือน เนื่องจากฝนตกชุก และความต้องการเนื้อสุกรยังสูงต่อเนื่องทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ

ขณะที่ราคากลุ่มพลังงานเริ่มทรงตัวแต่ยังต่ำกว่าปีก่อน ส่วนสินค้าอุปโภค – บริโภคอื่น ๆ ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปริมาณสินค้า ความต้องการ และการส่งเสริมการขาย โดยสินค้าโดยรวมไม่ได้มีการปรับขึ้นไปมากมีเพียงผักสดขึ้นเล็กน้อยตามฤดูกาลไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด

สำหรับเหตุผลหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเริ่มติดลบน้อยลงมากจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการคลายล็อกภาคธุรกิจต่าง ๆ จากปัญหาความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19 แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่พบการติดเชื้อโควิดภายในประเทศ ทำให้ความกังวลลดน้อยลงส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มปรับดีขึ้น เห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อเริ่มติดลบน้อยลง

ประกอบกับราคาพลังงานที่เริ่มทรงตัว อาหารสดกลับมาขยายตัวอีกครั้งในรอบ 4 เดือน ตามความต้องการอาหาร ทั้งการเปิดภาคเรียนใหม่ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ การจัดโปรโมชั่นด้านราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการ เริ่มลดน้อยลงและอีกหลายปัจจัย ทำให้เงินเฟ้อทั่วไป 8 เดือนปี 2563 (ม.ค.- ส.ค.) ลดลง 1.03% เท่านั้น

ทั้งนี้ สนค. มองว่า จากปัจจัยลบด้านโควิดที่ยังเป็นตัวฉุดความกังวลต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยรวมอยู่บ้าง แต่จากมาตรการภาครัฐที่กำลังออกมาทั้งการให้เงินสู่ประชาชนบางกลุ่มจะทำให้กระตุ้นภาคเศรษฐกิจในการจับจ่ายใช้สอยในด้านต่าง ๆ อีกด้วย

ดังนั้น คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยต่อเดือน หลังจากนี้จะคงอยู่ในแดนลบ แต่จะหดตัวลงไปไม่มากนัก จึงคาดว่าเงินเฟ้อปีนี้จะติดลบ 1.5 – 0.7% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1.1% ซึ่งมีปัจจัย คือ จีดีพีของประเทศติดลบ 7.6 – 8.6% อัตราแลกเปลี่ยน 30.5 – 32.5 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 35 – 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team