Business

ศบศ. อัดฉีดเต็มสูบ เพิ่มสิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” ให้วันลาเพิ่ม ช่วยหาบเร่ เด็กจบใหม่

เพิ่มสิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” ศบศ. อัดฉีดหนัก ให้ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจลาเพิ่มวันธรรมดา 2 วัน สั่งกระตุ้นการใช้จ่าย ช่วยหาบเร่แผงลอย หนุนจ้างงานเด็กจบใหม่

นายดนุชา พิชญนันท์ รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงผลการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ) ครั้งที่ 2/2563 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ การกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยการ เพิ่มสิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน”

เพิ่มสิทธิ "เราเที่ยวด้วยกัน"

มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตามที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เสนอ โดยแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง ได้แก่

1. การเพิ่มสิทธิให้ผู้ลงทะเบียนจำนวน 3 สิทธิ ประกอบด้วย

  • เพิ่มส่วนลดค่าที่พักร้อยละ 40 จำนวน 10 คืนต่อคน
  • เพิ่มคูปองอาหารต่อการท่องเที่ยว สูงสุดมูลค่า 900 บาทต่อวัน
  • ให้เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบินจำนวน 2,000 บาทต่อที่นั่ง

พร้อมกันนี้ ได้เห็นชอบในหลักการ เสนอให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักผ่อนในวันธรรมดา เพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา เมื่อลงทะเบียน และใช้สิทธิในแพ็คเกจเราเที่ยวด้วยกัน

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในวันธรรมดา รวมทั้งดึงดูดกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ อาทิ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ มาตรการส่งเสริมการจ้างงานใหม่ สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ โดยภาครัฐและภาคเอกชน โดยกระทรวงแรงงาน เพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้จบการศึกษาใหม่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ ระดับปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รวมจำนวน 260,000 อัตรา

การจ้างงานเด็กจบใหม่ รัฐบาลจะให้การสนับสนุนเงินค่าจ้าง 50% ของเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะมีระยะเวลาการจ้างงานทั้งสิ้น 12 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564

สำหรับอัตราค่าจ้างตามวุฒิการศึกษา ดังนี้ ปริญญาตรี เดือนละ 15,000 บาท, ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เดือนละ 11,500 บาท และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เดือนละ 9,400 บาท

ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบในหลักการ ของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย โดยกระทรวงการคลัง เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป ผู้ประกอบการกลุ่ม หาบเร่ แผงลอย ประมาณ 80,000 ร้านค้า ผ่านกลไกการดำเนินงานผ่าน กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ของรัฐบาล

ทั้งนี้ เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอย โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% และอีก 50% ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเองในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน เพื่อเอาไปใช้จ่ายซื้อของ ซึ่งจะต้องมาลงทะเบียนรับสิทธิ์ในโครงการลักษณะเดียวกับ “ชิมช้อปใช้”

สำหรับเดือนสิงหาคม 2563 มีสัญญาณของการฟื้นตัว ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเดินทางภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและเดบิตภายในประเทศ เริ่มปรับตัวดีขึ้น รวมทั้ง โครงการ DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ออกมาช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจ ที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินหลายราย ให้ได้รับการบรรเทาภาระหนี้

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ ศบศ. เร่งหามาตรการเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าช่วยเหลือ ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย ในระดับเศรษฐกิจฐานราก เกิดกระจายรายได้ให้แก่ กลุ่มบุคคลดังกล่าวด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT