Business

เม็ดเงินโฆษณา 6 เดือน ยังวูบ 14% แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว

เม็ดเงินโฆษณา 6 เดือน หดตัว 14% เฉพาะเดือนกรกฏาคม ลดลง 19% ผลจากโควิด-19 ยังซัดไม่หยุด แต่ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า

เอจีบี นีลเส็น ประเทศไทย เปิดเผยมูลค่า เม็ดเงินโฆษณา 6 เดือน (มกราคมถึงกรกฏาคม 2563) พบว่า หดตัวลง 14% มีเม็ดเงินอยู่ที่ 34,408 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 40,162 ล้านบาท

เม็ดเงินโฆษณา 6 เดือน

ขณะที่หากแยกตามเม็ดเงินโฆษณาในแต่ละสื่อ ช่วง 6 เดือนแรกปี 2563 เทียบ 6 เดือนแรกปี 2562 พบว่า สื่อโทรทัศน์ ยังคงมีสัดส่วนครองเม็ดเงินโฆษณาสูงสุด ด้วยมูลค่า 34,408 ล้านบาท ลดลงจาก 40,162 ล้านบาทในปี 2562 ประมาณ 14% ตามด้วยโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต เม็ดเงิน 12,942 ล้านบาท และเป็นสื่อเดียวที่มีการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อเพิ่มขึ้นจาก 10,775 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกปี 2562

ขณะที่สื่อนอกบ้าน มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อนี้ ลดลง 18% จาก 7,598 ล้านบาท ช่วง 6 เดือนแรกปี 2562 เหลือ 6,229 ล้านบาทในปีนี้ ตามด้วยสื่อโรงภาพยนตร์ มีเม็ดเงินโฆษณาไหลเข้า 1,943 ล้านบาท ซึ่งลดลงมากถึง 59% จาก 4,744 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2562 ซึ่งเป็นผลจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ต้องปิดให้บริการไปประมาณ 3 เดือน

ส่วนหนังสือพิมพ์ ยังคงมีเม็ดเงินโฆษณาลดลงต่อเนื่อง โดยติดลบถึง 39% จากเม็ดเงิน 3,393 ล้านบาท เหลือ 2,076 ล้านบาท ขณะที่สื่อวิทยุ หดตัว 20% จาก 2,587 ล้านบาท เหลือ 2,070 ล้านบาท

สื่ออินสโตร์ หรือสื่อในห้าง เติบโตลดลง 43% จาก 613 ล้านบาท เหลือ 352 ล้านบาท โดยเป็นผลจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ห้างค้าปลีกต้องปิดบริการเช่นเดียวกับโรงภาพยนตร์

หากดูตัวเลขเฉพาะเดือนกรกฏาคม 2563 เทียบ กรกฏาคม 2562 พบว่า หดตัว 19% แต่ถือว่าดีขึ้นหากเทียบกับเดือนมิถุนายนและเมษายน เนื่องจากเริ่มมีการคลายล็อกดาวน์ โดยพบว่า เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโดยรวมอยู่ที่ 8,823 ล้านบาท จาก 10,884 ล้านบาท

ทั้งนี้ในรอบเดือนกรกฏาคม 2563 สื่อที่ยังติดลบสูงสุด ยังคงเป็นสื่อโรงภาพยนตร์ ที่ติดลบถึง 74% ตามด้วย สื่อในห้าง ติดลบ 60% สื่อหนังสือพิมพ์ติดลบ 33% สื่อวิทยุติดลบ 26% สื่อนอกบ้านติดลบ 25% และสื่อโทรทัศน์ติดลบ 13% ขณะที่สื่ออินเทอร์เน็ต ยังคงเติบโตเพียงสื่อเดียวที่ 5%

ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมหลัก พบว่าใช้เม็ดเงินโฆษณาลดลงจากปีที่แล้ว โดย 4 กลุ่มหลักได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food&Beverage) มูลค่า 8,723 ล้านบาท ลดลง 18% รองลงมาคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง (Personal Care & Cosmetic) มูลค่า 7,956 ล้านบาท ลดลง 8%

ลำดับที่ 3 คือกลุ่ม Media & Marketing มูลค่า 7,178 ล้านบาท ลดลง 5% และลำดับที่ 4 คือกลุ่มยานยนต์ (Automotive) มูลค่า 3,555 ล้านบาท ลดลง 35%

ขณะที่กลุ่มยา (Pharmaceuticals) มูลค่า3,192 ล้านบาท และ กลุ่มสินค้าครัวเรือนในบ้าน (Household products) มูลค่า 2,291 ล้านบาท ใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อยู่ที่ 16% และ 6% ตามลำดับ

ในส่วนของบริษัทที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดของเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมปี 2563 นั้น 3 ลำดับแรกได้แก่

  • บริษัท ยูนิลีเวอร์ (ไทย) โฮลดิ้งส์ มูลค่า 2,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 20%โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาคือใหม่ วาสลีนสบู่ล้างมือ,ครีมอาบน้ำ ช่วยป้องพร้อมดูแลผิว ทางสื่อทีวีมูลค่า 25 ล้านบาท
  • บริษัท ทีวีไดเร็ค มูลค่า 1,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 36% โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คือ เครื่องบดสับปั่น ซื้อ 1 แถม 1 ทางสื่อทีวีมูลค่า 17 ล้านบาท
  • บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) มูลค่า 1,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 8% โดยแคมเปญที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาคือ Nescafe Blend&Brew แจกทอง 100 วัน 1,000 เส้น ทางสื่อทีวีมูลค่า 43 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT