ดูหนังออนไลน์
General

‘ศรีสุวรรณ’ จี้ ปปช. สอบ ‘อดีต ผบ.ตร.’ กรณีเปลี่ยนความเร็วรถ ‘บอส’

‘ศรีสุวรรณ’ จี้ปปช. เรียกสอบ ‘อดีต ผบ.ตร. ระบุก้าวก่ายคดี “บอส อยูวิทยา” อาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ ชี้แม้จะเกษียณไปหลายปีแล้ว แต่ก็ต้องเรียกมาสอบสวน ทำความจริงให้ปรากฎ 

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเอกสารกล่าวถึง บุคคล ผู้พา ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาเจอ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีนายวรยุทธ หรือ บอส  อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจ จนนำไปสู่การเปลี่ยนความเห็น เรื่องความเร็วรถยนต์ จาก 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือ 79.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนทำให้ความเห็นเรื่องความเร็วในคดีนี้เปลี่ยนไป ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ ที่ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีบอส อยู่วิทยานั้น

บุคคลดังกล่าว แม้จะเป็นอดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ในการบังคับบัญชาตำรวจ ซึ่งมิใช่เจ้าของสำนวนคดี แต่กลับเข้ามาก้าวก่าย ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนั้น อาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พรป.ป.ป.ช.2542 ในอดีต หรือปี 2561 ในปัจจุบันได้

เนื่องจากเป็นการกระทำหรือปฏิบัติอย่างใด ในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้โดยชอบสําหรับตนเอง หรือผู้อื่น หรือกระทําการอันเป็นความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือตามกฎหมายอื่น

กรณีดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะต้องเรียกบุคคลดังกล่าวมาไต่สวน สอบสวน ทำความจริงให้ปรากฏ แม้บุคคลดังกล่าวจะเกษียณอายุราชการไปเกือบ 5 ปีแล้วก็ตาม

นอกจากนั้น พยานผู้เชี่ยวชาญ และตำรวจเจ้าของสำนวน ผู้เปลี่ยนความเห็น เรื่องความเร็วรถของผู้ต้องหา ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามไปด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ถูกกดดัน บังคับ ขู่เข็ญจนถึงที่สุด หรือจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น จากผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลใด ซึ่งจะมีผลทำให้พยานหลักฐานนั้น เป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า พยานหลักฐาน ที่เป็นผลไม้จากต้นไม้พิษ (Fruit of the Poisonous Tree) ซึ่งเกิดจากการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 226

การพิสูจน์ความจริงในความผิดของ บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา จากหน่วยงาน หรือกรรมการ ที่เกี่ยวข้องเริ่มงวดเข้าไปทุกขณะ แต่ก็พบเห็นตัวละครใหม่ ๆ ที่เป็นไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ที่เป็นต้นเหตุสำคัญ ที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ผิดเพี้ยนไปอย่างมาก

หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไข เปลี่ยนแปลงปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติโดยเร็ว โดยมิต้องลูบหน้าปะจมูก เพราะอาจจะกลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาทิ่มแทงรัฐบาลเสียก็ได้

ที่สำคัญองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ต้องเร่งทำงานเชิงรุกอย่างรวดเร็ว ให้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน โดยเรียกอดีต ผบ.ตร.คนดังกล่าวมาไต่สวนโดยเร็ว เพราะกรณีนี้ จะเป็นบทพิสูจน์องค์กร ป.ป.ช.ว่า สังคมไทยยังควรให้ความเชื่อถือ ที่ต้องสนับสนุน หรือควรต้องปฏิรูป ป.ป.ช. กันอย่างมโหฬารกันเสียที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team