ดูหนังออนไลน์
General

‘ตำรวจ’ ไม่พบสารพิษในเลือด ‘จารุชาติ มาดทอง’ ยืนยันเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ

“ตำรวจ” ไม่พบสารพิษในเลือด “จารุชาติ มาดทอง” ย้ำผลชันสูตรเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เผยกำลังเร่งตามหา “โทรศัพท์มือถือ” ที่สูญหาย

วันนี้ (13 ส.ค. 63) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานสำคัญในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส) ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดงว่า ผลการตรวจเลือดของนายจารุชาติพบว่า ไม่มีสารพิษหรือสารแปลกแปลมใดๆ ในเลือด

สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุ ตรงกับการชันสูตรของแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ระบุว่านายจารุชาติ มีแอลกอฮอล์ในเลือด 218 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงทำให้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

จารุชาด มาดทอง

ด้านโทรศัพท์ของนายจารุชาติ ที่นายพศิน อัคเดชธนโชติ นำไปลบรูปและทำลายทิ้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและตามหาโทรศัพท์ที่ถูกทิ้ง โดยจะให้นายพศิน พาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไปชี้จุดที่ทิ้ง เพื่อแกะรอยตามหาโทรศัพท์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและข้อมูลการสื่อสาร โดยยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายพศิน ที่อ้างว่านำไปลบรูปภาพอย่างเดียว

ชันสูตรร่าง “จารุชาติ มาดทอง” 2 ครั้ง

ในเดือนกรกฎาคม 2563 คดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส) ทายาทเครื่องดื่มกระทิง ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ จนเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ได้กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง เนื่องจากนายวรยุทธ อยู่วิทยา หลุดพ้นจากทุกข้อกล่าวหาและกำลังจะได้รับการถอนหมายจับ โดยนายจารุชาติ มาดทอง ถือเป็น 1 ใน 2 พยานปากสำคัญที่พลิกคดี ทำให้ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส พ้นข้อกล่าวหา

ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 นายจารุชาติ มาดทอง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุอย่างกะทันหันในจังหวัดเชียงใหม่

หลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า นายจารุชาติ มาดทอง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตามหลักคู่กรณี บนถนนห้วยแก้ว ขาเข้าเมือง จนกระทั่งถึงบริเวณสามแยกฟ้าธานี นายจารุชาติได้พยายามขับแซง แต่ไม่พ้น เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของคู่กรณี

รถจักรยานยนต์ของนายจารุชาติแฉลบไปเกาะกลางถนนและนายจารุชาติหัวฟาดได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่คู่กรณีก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แต่นายจารุชาติเสียเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ร่างของนายจารุชาติได้รับการชันสูตร 2 ครั้ง เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งอายัดศพก่อนการฌาปนกิจ หลังมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้นำร่างของนายจารุชาติกลับมาชันสูตรพลิกศพ สืบหาการเสียชีวิตอย่างละเอียด รอบคอบเป็นครั้งที่ 2 เพื่อไม่ให้เป็นข้อกังขาและคาใจของประชาชน

 

เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตำรวจภูธรภาค 5 และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมแถลงผลการชันสูตรพลิกศพนาย จารุชาติ มาดทอง ครั้งที่ 2 ว่า พบบาดแผลหลักบริเวณศีรษะด้านซ้ายและบ่าซ้าย ซึ่งจากการผ่าตรวจภายในพบเลือดออกที่ฐานสมองค่อนข้างมาก เนื่องจากบริเวณสมองนั้นมีก้านสมองอยู่ด้วย ซึ่งเป็นอวัยวะที่ควบคุมการทำงานของหัวใจและการหายใจ การมีเลือดออกบริเวณนั้นทำให้เสียชีวิตได้ค่อนข้างเร็ว

นอกจากนี้ พบกระดูกซี่โครงด้านหลังซ้ายหัก 1 ซี่ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตและมีกระดูกซี่โครง 2 ซี่ด้านหน้าหัก ซึ่งเกิดขึ้นหลังเสียชีวิต เข้าได้กับการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต มีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 500 มิลลิลิตร และไขมันพอกตับ ม้ามแตก 2 ข้าง

โดยการชันสูตรครั้งนี้ ตรวจบริเวณลำคอด้วย ซึ่งครั้งแรกไม่ได้ตรวจ เนื่องจากเป็นกรณีอุบัติเหตุและจากการตรวจครั้งนี้ไม่พบร่องรอยการบีบคอหรือมีเลือดออกในคอ โดยยังเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั้งร่าง ไม่พบร่องรอยหรือโลหะใด ๆ ที่ต้องสงสัยจะเป็นกระสุน

นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ โดยสรุปแล้ว สาเหตุการเสียชีวิตของนาย จารุชาติ มาดทอง มาจากการที่มีเลือดออกบริเวณฐานสมอง จากการที่บริเวณศีรษะและบ่าไถลไปกับวัตถุที่ไม่มีคมและมีการสะบัดเกิดขึ้น ทำให้เกิดการปริของเส้นเลือดที่บริเวณฐานสมองทำให้เลือดออกและเสียชีวิต สอดคล้องกับลักษณะเหตุที่เกิด สรุปผลการชันสูตรเหมือนเดิม

ขณะเดียวกัน ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือด นายจารุชาติ นั้น วัดได้ 218 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ พบว่าตลอดเส้นทางที่ นายจารุชาติ และนายสมชาย คู่กรณีขี่รถมาด้วยกันนั้น นายจารุชาติ เป็นฝ่ายขี่ตามเกือบตลอดทาง และไม่ปรากฏว่า มีรถยนต์ขับนำหรือขับตามมาตลอดทางเช่นกัน
ขณะที่การสอบปากคำพยาน ที่ร้านคาราโอเกะย่านแม่เหี๊ยะ ที่ทั้งคู่ไปนั่งดื่มกินก่อนเกิดเหตุ ยืนยันทั้งคู่ไม่ได้ไปด้วยกัน แต่พูดคุยกันในช่วงปิดร้านและชักชวนกันไปเที่ยวต่อ

สำหรับผลการชันสูตรศพ นายจารุชาติ จะนำประกอบในสำนวน และจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์และรอบคอบที่สุดก่อนที่จะมีการสรุปสำนวน

อ่านข่าวเพิ่มเติมคลิก

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team