ดูหนังออนไลน์
Business

รู้จัก! ‘หุ้นSICT’ จากซิลิคอนวัลเลย์ สู่ mai

หุ้น SICT จากซิลิคอนวัลเลย์ หุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ mai สร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก ทำราคาซิลลิ่ง  4 วันติด

ซิลิคอนวัลเลย์ (Silicon Valley) เป็นพื้นที่ส่วนใต้ของบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งรวมสำนักงานของบริษัทหัวกะทิ ด้านเทคโนโลยี และ Start-up ชั้นนำ อาทิ Apple, Google และ Facebook

 มานพ ธรรมสิริอนันต์ เป็นหนึ่งในคนไทย ที่เคยผ่านการทำงานในซิลิคอนวัลเลย์ ด้วยการเป็น Chief Designer ด้าน Deep Tech ก่อนที่จะผันตัวมาเปิดบริษัทของตัวเองในเมืองไทยที่ชื่อว่า บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งดูจากชื่อบริษัทก็เชื่อว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจ จากซิลิคอนวัลเลย์ไม่มากก็น้อย 

ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี หรือ SICT เป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่เพิ่งจดทะเบียนเข้าเทรดไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยสร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก จากการทำราคาซิลลิ่ง (Ceiling) 4 วันติด นับตั้งแต่เข้าเทรดวันแรก เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ราคาซิลลิ่ง 4.14 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 2.76 บาท หรือ 200% จากราคา ipo ที่ 1.80 บาท ต่อมาราคาหุ้นก็ยังทำราคาชนเพดานได้รวมกันถึง 4 วันทำการ เรียกว่ากลายเป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจมาก

SICT ทำธุรกิจอะไร 

SICT ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนาไมโครชิพ เช่น ไมโครชิพสำหรับกุญแจรถยนต์ ไมโครชิพสำหรับฝังในสัตว์เลี้ยง และไมโครชิพสำหรับประตูอัตโนมัติ โมเดลของบริษัทนั้นเปรียบเสมือนต้นน้ำ เนื่องจากเป็นผู้วิจัย ออกแบบ พัฒนาชิพ แล้วไปจ้างโรงงานผลิต ก่อนจะนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าต่อไป 

ทำให้จะเห็นว่าบริษัทมีมาร์จิน (GPM) มากกว่า 40% ทีเดียว เพราะชิพที่ผลิตถือเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญหาของ SICT อย่างไรก็ดี บริษัทจำเป็นต้องพึ่งพาพนักงานในสาย Deep Tech ที่มีความเชี่ยวชาญมากๆ ในการออกแบบไมโครชิพ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคู่แข่งโดยตรงในประเทศไทย

ทั้งนี้ ชิพสำหรับรถยนต์ที่บริษัทขายนั้น ลูกค้าหลักนั้นจะไม่ใช่รถยนต์ใหม่ แต่จะเป็นรถยนต์เก่า หรือรถยนต์มือสอง ในกลุ่มยุโรปที่ใช้ไปแล้ว 3 -5 ปี ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่สูงถึง 17-22 ล้านคันต่อปี 

ขณะที่ชิพสำหรับฝังในสัตว์เลี้ยง ก็เป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย เพราะมีการบังคับให้ใช้อิเล็กทรอนิกส์ติดตามวัวและแกะที่ถูกแปรรูป นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี NFC ที่น่าจะเป็นอนาคตดันการเติบโตของธุรกิจได้อีกมาก

สำรวจงบการเงิน SICT 

สำหรับปี 2562 บริษัทมีรายได้ 308.80 ล้านบาท กำไรสุทธิ 24.46 ล้านบาท โดยรายได้เกือบทั้งหมดของ SICT มาจากการส่งออกไปต่างประเทศมากกว่า 90% และหากแบ่งสัดส่วนรายได้ เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้

1.ไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์ สัดส่วนรายได้ 40.45%

2. ไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่และอ่านข้อมูล สัดส่วนรายได้ 32.93%

3. ไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่และอ่านข้อมูล สัดส่วนรายได้ 25.63%

4.รายได้อื่นๆ สัดส่วนรายได้ 0.99% เช่น ไมโครชิพสำหรับใช้สำหรับระบบฉลากอัจฉริยะเพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า (Smart Label) หรือใช้สำหรับตรวจวัดค่าเซ็นเซอร์ต่างๆ

ความเห็นและมุมอง

ปัจจุบันบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลนี ได้รับความนิยมสูงมาก เห็นได้จากหุ้นกลุ่ม FANG (Facebook, Amazon, Apple, Nefflix, Google) และดัชนี NASDAQ ที่ปรับตัวขึ้นแบบพุ่งกระฉูด ทำให้ SICT ได้รับอานิสงส์ไปด้วย เนื่องจากเป็นธุรกิจเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ตัวในตลาดหลักทรัพย์ไทย  ต้องบอกว่าความโดดเด่นแบบนี้ แทบจะไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลยในบ้านเรา และยากที่จะลอกเลียนแบบอีกด้วย ขณะที่ทั่วโลกก็มีเพียง 8 รายเท่านั้น ที่ประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกับ SICT 

อย่างไรก็ตาม การที่มูลค่าของบริษัทพุ่งแบบก้าวกระโดดโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ปัจจุบัน P/E สูงถึง 53.11 เท่า ก็คงเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องระมัดระวังให้ดี ซึ่งสิ่งสำคัญคงเป็นแผนการเติบโต 2 เท่าใน 4 ปี ที่ผู้บริหารยืนยันไว้ หากทำได้จริง มูลค่าที่แพงอยู่ในตอนนี้ ก็คงไม่ได้แพงขนาดนั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight