ดูหนังออนไลน์
Politics

‘อัยการสูงสุด’ สั่งสอบหลักฐานใหม่คดี ‘บอส อยู่วิทยา’ ปมความเร็วรถ-พบโคเคน

“อัยการสูงสุด” สั่งสอบพยานหลักฐานใหม่คดี “บอส อยู่วิทยา” ปมความเร็วรถ-พบโคเคน ตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 10 วัน

เมื่อเวลา 11.15 น. วันนี้ (10 ส.ค. 63) ที่ห้องประชุม สำนักงานอัยการสูงสุงสุด ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา หัวหน้าคณะทำงาน, นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญรองหัวหน้าคณะทำงาน และนายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษสำนักงานคดีอาญา 3  รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะคณะทำงานและเลขานุการ ได้ร่วมกันแถลงข่าวคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส) ทายาทเครือธุรกิจใหญ่ ผู้ต้องหาคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กล่ำประเสริฐ  ผบ.หมู่ป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 กันยายน 2555 ว่า

ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งที่พิเศษ/ 2563 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดี สำนวน ส.1 เลขรับที่ 107/2556  ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 คดีระหว่าง พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี ผู้กล่าวหา นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 และ ด.ต. วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 2 ต่อมาคณะทำงานได้ตรวจพิจารณาการ สั่งสำนวนดังกล่าวเสร็จสิ้น และได้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบแล้วเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563

พบว่า ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องไปแล้วนั้น ได้ปรากฏพยานหลักฐานใหม่ซึ่งเป็นพยานสำคัญสามารถทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหา นายวรยุทธที่ 1 ได้ จึงเข้าหลักเกณฑ์ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) มาตรา 147 ที่สามารถแจ้งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อไป และคณะทำงานยังตรวจสำนวนพบว่ามีหลักฐานการตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) ในร่างกายผู้ต้องหาที่ 1 อีก  แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนผู้ต้องหา ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน)

บอส อยู่วิทยา

คณะทำงานจึงได้ทำบันทึกรายงานเสนออัยการสูงสุดให้ดำเนินคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ต่อไป ต่อมาอัยการสูงสุด ได้พิจารณารายงานของคณะทำงานดังกล่าวแล้ว เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของคณะทำงานและอัยการสูงสุดได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 จึงมีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1400/2563 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 แต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นคณะทำงานพิจารณามีคำสั่งคดีอาญาสำนวน ส.1 เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ดังนี้

1.นายอิทธิพร  แก้วทิพย์ หัวหน้าคณะทำงาน 2.นายชาญชัย  ชลานนท์นิวัฒน์ รองหัวหน้าคณะทำงาน 3.นายอุทัย  สังขจร คณะทำงาน  4.นายประยุทธ  เพชรคุณคณะทำงานและเลขานุการ และ 5.นายนรา เขมอุดลวิทย์ คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีนายสมใจ  โตศุกลวรรณ์ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน

ทั้งนี้ ให้คณะทำงานมีอำนาจหน้าที่ตามป.วิอาญา ม147 ให้ดำเนินการเรียกสำนวนคดีดังกล่าวเพื่อพิจารณา สั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหรือส่งพยานคนใดมาให้ซักถาม และหากปรากฏว่ามีพยานหลักฐานใหม่ ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อพิจารณาสั่งคดีต่อไป

โดยวันนี้ คณะทำงานตามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1400/2563 ดังกล่าว ได้ประชุมพิจารณาสำนวนคดี ส.1 เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 แล้ว คณะทำงานได้มีคำสั่งทางคดี ดังนี้

คดีนี้ พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ฐานกระทำ โดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560มาตรา 4 และผบ.ตร.ได้มีคำสั่งไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 อันเป็นผลให้คดีต้องห้ามมิให้ทำการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 ในเรื่องเดียวกันนั้นอีก เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่ อันสำคัญแก่คดี ซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้ ทั้งนี้ ตามนัยประมวลกฎหมาย  วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147

ภายหลังจากพนักงานอัยการได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 ดังกล่าวแล้ว ได้ปรากฏข้อเท็จจริงทางสื่อมวลชนอย่างแพร่หลายว่ามีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเกี่ยวกับอัตราความเร็วในการขับรถของผู้ต้องหาที่ 1 แตกต่างจากอัตราความเร็วที่ใช้เป็นข้อเท็จจริงในการพิจารณาความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 ดังนี้

1.ปรากฏข้อเท็จจริงจากคำให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชนของ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นผู้คำนวณความเร็วรถยนต์ที่ผู้ต้องหาที่ 1 ขับ ได้ความเร็ว 177 กม.ต่อชั่วโมง

2.ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้คำนวณความเร็วรถยนต์ของผู้ต้องหาที่ 1 ขับได้ความเร็ว 126 กม.ต่อชั่วโมงคณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการให้สัมภาษณ์และการคำนวณของ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ และ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เป็นพยานหลักฐานใหม่ตามความหมายของป.วิอาญา มาตรา 147 โดยเห็นว่า พยานหลักฐานใหม่ หมายถึง พยานหลักฐานที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวนและเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญ ซึ่งอาจมีผลให้การพิจารณาความเห็นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้

นายกรัฐมนตรี บอส อยู่วิทยา

บอส อยู่วิทยา : สอบเพิ่ม 3 ประเด็น

ดังนั้น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเร็วของรถยนต์ที่ผู้ต้องหาที่ 1 ขับในขณะเกิดเหตุจึงเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญ และสามารถทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาที่ 1 ได้ ถือเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่ควรสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคดีต่อไป ตามนัยป.วิอาญา มาตรา 147

คณะทำงานจึงมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ดังนี้

  • ให้สอบสวน ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์และ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เป็นพยานตามรูปคดี ที่คณะทำงานได้กำหนดเป็นประเด็นในหนังสือสั่งสอบสวนเพิ่มเติม
  • ให้สอบสวนนายกสภาวิศวกรหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นพยานในประเด็นว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ขาดต่อใบอนุญาตจริงหรือไม่ การขาดต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรจะมีผลต่อการทำเอกสารรับรองการคำนวณความเร็วของรถยนต์ที่ผู้ต้องหาที่ 1 ขับ มากน้อยเพียงใด การคำนวณความเร็วของรถยนต์ที่ผู้ต้องหาที่ 1 ขับ มีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด
  • นอกจากนี้ยังปรากฏว่าผลการตรวจร่างกายของผู้ต้องหาที่ 1 พบสารโคเคน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 คดีจึงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ 1  ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) เข้าสู่ร่างกาย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 แต่พนักงานยังไม่ได้ดำเนินคดีข้อหานี้กับผู้ต้องหาที่ 1คณะทำงานจึงมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา เป็นคดีใหม่ต่อไปตามกฎหมาย

ทั้งนี้ คณะทำงานได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมดังกล่าวโดยด่วน โดยให้จัดส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้

ส่วนนายชาญชัย กล่าวว่า ความเห็นเกี่ยวกับความเร็วที่เพิ่มเติมขึ้นมา ไม่ได้แปลว่าความเห็นเดิมจะเป็นเท็จ สิ่งที่แสวงหาเวลานี้คือการสอบสวนต่อไป เราดำเนินการต่อไปในลักษณะการให้สอบสวนเพิ่มเติมจากผู้ให้ความเห็นทั้งสอง ใช้หลักการคำนวณอย่างไร สามารถให้ความเห็นโดยอิสระบนหลักการคำนวณที่น่าเชื่อถือที่สุด สามารถรับฟังยุติได้ รวมถึงประเด็นใบอนุญาตประกอบอาชีพวิศวกรขาดต่อของ ดร.สายประสิทธิ์ มีผลหรือไม่ ในคดีอาญาข้อเท็จจริงต้องเป็นที่ยุติจนสิ้นกระแสความ และอาจมีประเด็นมากกว่าที่ได้สั่ง ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงอะไร

ส่วนประเด็นยาเสพติด พนักงานสอบสวนต้องไปสอบให้ได้ความจริงว่า นายวรยุทธ ผู้ต้องหาที่ 1 กระทำผิดหรือไม่ การพบสารโคเคนเกิดจากความตั้งใจเสพหรือเหตุอื่น ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับรถประมาท คณะทำงานรอพนักงานสอบสวนดำเนินการ และมีหน้าที่พิจารณาสั่งคดีเรื่องนี้ แสวงหาข้อเท็จจริงให้ยุติ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team