ดูหนังออนไลน์
Business

ราคาทองคำเดือน ก.ค. พุ่ง 11% YLG ฟันธงมีโอกาสไปต่อ!

ราคาทองคำ เดือนกรกฎาคม พุ่ง 11% “วายแอลจี” มองยังมีโอกาสไปต่อ แม้ราคาทองพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ “โกลแมน แซคส์” ประเมินเป้าหมายทองปีหน้าแตะ 2,300 ดอลลาร์

วายแอลจี เผย เดือนกรกฎาคม 2563 ราคาทองคำ พุ่ง 11% มองยังมีโอกาสไปต่อ แม้ราคาทองพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ส่งผลคนแห่ขายทองแต่ไม่ฉุดราคาทองร่วง เหตุ SPDR กองทุนขนาดใหญ่ยังคงเก็บทองคำเข้าพอร์ต ชี้ปัจจัยหนุนทองยังแน่น ทั้ง COVID-19 และความขัดแย้งจีน-สหรัฐ

ล่าสุด โกลแมน แซคส์มองเป้าหมายทองปีหน้าแตะ 2,300 ดอลลาร์ ส่วนในประเทศพบตลาดทองสุดคึกคักนักลงทุนหน้าใหม่ตบเท้าเข้าลงทุนแน่น ทั้งจากกลุ่มที่ลงทุนในหุ้นและกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 สำหรับคำแนะนำลงทุนทองคำ มองแนวรับ 1,939-1,906 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านมองที่ 1,988-2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ราคาทองคำ

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX เปิดเผยว่า ราคาทองคำ ทั้งในตลาดโลก และในประเทศ ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาผลตอบแทนทองคำ ในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว พบว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากถึง 11% และปรับตัวขึ้นต่อในเดือนสิงหาคม

โดยล่าสุด ปีนี้ ราคาทองคำ ในตลาดโลก ทำสติถิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 1,987.77 ดออลาร์ต่อออนซ์ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งหากนับจากต้นปี พบว่า ราคาทองคำปรับขึ้นมาแล้วประมาณ 30% ซึ่งการปรับตัวขึ้นมาในปีนี้ ถือว่า เป็นการปรับขึ้นมากที่สุด เมื่อเทียบกับการเกิดวิกฤติครั้งก่อนๆ

ทั้งนี้ เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 นั้นกระทบไปทั่วโลก นักลงทุนและธนาคารกลาง รวมถึงกองทุนทองคำต่างเข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้นการที่ ราคาทองคำ ปรับขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงนี้จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

ส่วนทิศทางราคาทองคำจากนี้ จะปรับขึ้นไปอีกหรือไม่นั้น มองว่า ยังมีโอกาสปรับขึ้นไปได้ เนื่องจากยังมีปัจจัยสนับสนุนหลายปัจจัยทั้งเรื่อง COVID-19 และความขัดแจ้งของจีน-สหรัฐ โดยล่าสุด “โกลแมน แซคส์” ได้ปรับเพิ่ม คาดการณ์ราคาทองคำเป็น 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนสถานการณ์ทั่วไป แม้ว่าช่วงนี้จะมีคนนำทองออกมาขายค่อนข้างมาก เพราะสามารถทำกำไรจากส่วนต่างที่สูงแต่ก็ไม่ได้มีผลให้ราคาทองคำตกลงไป เพราะกองทุนขนาดใหญ่ อาทิเช่น กองทุน SPDR ยังคงเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง โดยในปีนี้ (นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 3 ส.ค.) SPDR เข้าซื้อสุทธิมากถึง 355.13 ตัน ถือเป็นการเข้าซื้อรายปีสูงสุดนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน SPDR ในปี 2547

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมามาก จะมีแรงเทขายทำกำไรสลับออกมา จึงแนะนำ ให้นักลงทุนระมัดระวัง สำหรับคนที่ต้องการซื้อทองคำ ควรหาจังหวะย่อ โดยสัปดาห์นี้มองแนวรับบริเวณ 1,939 – 1,906 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านมองที่ 2,000 – 1,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ตาม การที่คนนำทองคำออกมาขายในช่วงนี้ มองว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วงนี้หลายๆ คนมีปัญหาด้านสภาพคล่อง การนำทองคำมาแปลงเป็นเงินสด ก็จะทำให้เกิดการจับจ่ายและหมุนเวียนเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนี้ พบว่า มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาในตลาดทองคำมากขึ้น โดยบางส่วนเป็นนักลงทุนที่มาจากกลุ่มที่ลงทุนในตลาดหุ้น และบางส่วน เป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งช่วงนี้ราคาทองเป็นจังหวะที่ดี เพราะในแต่ละวันราคาเปลี่ยนแปลงหลายรอบ ทำให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรระหว่างวันได้บ่อยขึ้น

อย่างไรก็ดี ในส่วนของ YLG ก็มีการเปิดอบรมสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการหาความรู้ก่อนลงทุนในทองคำ ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดี โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำผ่านตลาด TFEX ทั้งในแบบโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส(Gold Online Futures) ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ และโกลด์ฟิวเจอร์ส(Gold Futures) ที่เป็นการซื้อขายด้วยเงินบาท

ซึ่งการลงทุนผ่าน TFEX ถือเป็นทางเลือกที่นักลงทุนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเพราะใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการลงทุนในทองคำแท่ง วางเงินลงทุนเพียงไม่ถึง 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนทองคำในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Gold Online Futures และ Gold Futures ) เพื่อเป็นอีกทางเลือกการลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team