World News

รายได้ธุรกิจแกร่ง – ไมโครซอฟท์เจรจาซื้อ TikTok หนุน ‘ดาวโจนส์’ พุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (3 ส.ค.) ปรับตัวสูงขึ้น ขานรับข่าว “ไมโครซอฟท์” เดินหน้าเจรจาซื้อกิจการ “TikTok” ในสหรัฐ และบริษัทจำนวนหนึ่งรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 26,639.72 จุด ทะยานขึ้น 211.40 จุด หรือ 0.80% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,294.06 จุด ขยับขึ้น 22.94 จุด หรือ 0.70% และดัชนีแนสแด็กที่ 10,884.02 จุด ปรับขึ้น 138.74 จุด หรือ 1.29%

ราคาหุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้นมา 3.7% หลังยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ ออกแถลงการณ์ยืนยัน เดินหน้าเจรจาเพื่อซื้อกิจการธุรกิจในสหรัฐของ TikTok หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปลี่ยนท่าที จากที่เคยประกาศแผนที่จะแบนแอปพลิเคชันคลิปวีดิโอขนาดสั้นรายนี้

ขณะที่ราคาหุ้นบริษัทอีไล ลิลลี แอนด์ โค ก็ทะยานขึ้นมา 2.3% หลังบริษัทเวชภัณฑ์ชั้นนำของสหรัฐรายนี้ ประกาศว่า กำลังเริ่มต้นทดสอบยา LY-CoV555 ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟสสุดท้าย โดยจะมีการทดลองในอาสาสมัครจำนวน 2,400 ราย

อย่างไรก็ดี ขาขึ้นของตลาด ยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน จากการที่ตลาดจับตามองการเจรจาระหว่าง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่อยู่ภายใต้การนำของพรรคเดโมแครต กับทำเนียบขาว ที่ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ เกี่ยวกับมาตรการอัดฉีดเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากที่มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ว่างงาน สัปดาห์ละ 600 ดอลลาร์ สิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน เกี่ยวกับวงเงินที่จะให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน โดยพรรคเดโมแครต ต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึง ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ (7 ส.ค.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐ จะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม ขณะที่อัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 10.7%

เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 4.8 ล้านตำแหน่งในเดือนมิถุนายน มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3 ล้านตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 11.1% จากระดับ 13.3% ในเดือนพฤษภาคม  ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI