Business

ไม่ต้องเดินทางมาติดต่อ! ‘ประกันสังคม’ จะโอน 1.5 หมื่นบาทเข้าบัญชีผู้มีสิทธิ์เอง

“ประกันสังคม” ส่งรายชื่อ 5.9 หมื่นคน มีสิทธิ์รับเงินชดเชยรายได้ 1.5 หมื่นบาทให้ “คลัง” เรียบร้อยแล้ว ถ้างบพร้อม จะโอนเข้าบัญชีผู้มีสิทธิ์เองใน 2 สัปดาห์ ไม่ต้องเดินทางมาติดต่อ

นางพิศมัย นิธิไพบูลย์ รองเลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึงกรณีการจ่ายเงินชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เคยยื่น กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัยและส่งเงินสมทบเข้า กองทุนประกันสังคม ไม่ครบ 6 เดือนภายใน 15 เดือนแล้ว ทำให้ไม่ได้รับการชดเชยรายได้ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน

ประกันสังคม มาตรา 33

โดยขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการขอสนับสนุนเงินจากกระทรวงการคลัง โดยได้แจ้งจำนวนผู้ประกันตนที่ไม่ได้รับเงินกรณีว่างงานจำนวน 59,000 ราย ต่อกระทรวงการคลังแล้ว และหากอนุมัติเงินมาเมื่อใด สำนักงานประกันสังคมพร้อมโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตนตามฐานข้อมูลรายชื่อ พร้อมหมายเลขบัญชีธนาคารของผู้ประกันตนภายใน 2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องเดินทางมาติดต่อยังสำนักงานประกันสังคมแต่อย่างใด

สำหรับเงินชดเชยรายได้ที่ใช้ในการดำเนินการครั้งนี้ เป็นเงินที่สำนักงานประกันสังคมได้เสนอโครงการไปเพื่อขอรับเงินกับรัฐบาล ไม่ใช่เงินที่สำนักงานประกันสังคมสั่งจ่ายจากเงิน กองทุนประกันสังคม แต่อย่างใด และการจ่ายเงินกรณีว่างงานให้กับผู้ประกันตนก็เป็นการจ่ายชดเชยรายได้ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ไม่เคยได้รับสิทธิในโครงการเราไม่ทิ้งกันจากกระทรวงการคลัง

 

“ประกันสังคม” กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัยจากไวรัสโควิด-19 มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-31 สิงหาคม 2563

เหตุสุดวิสัย หมายความรวมถึง ภัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19  หรือโรคติดต่ออันตรายอื่นตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชน และถึงขนาดที่ผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ดังนี้

  • ผู้ประกันตนถูกกักตัว

ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย และลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน เนื่องจากต้องกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค

ให้ลูกจ้างดังกล่าว ซึ่งไม่ได้รับค่าจ้าง มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานในอัตรา 62% ของค่าจ้างรายวัน ตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน แต่ไม่เกิน 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 หรือตามระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

  • ปิดกิจการชั่วคราว

ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยถึงขนาดที่นายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว และลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตน ไม่สามารถทำงานได้และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ไม่ว่านายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของทางราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ หรือกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ให้ลูกจ้างดังกล่าว ซึ่งไม่ได้รับค่าจ้าง มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ในอัตรา 62% ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการ แต่ไม่เกิน 90 วัน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1  มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 หรือตามระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของ ครม.

การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยตามข้อ 1 และ 2 ให้จ่ายเป็นรายเดือนสำหรับเศษของเดือนให้คำนวณจ่ายเป็นรายวัน และให้นำบทบัญญัติมาตรา 57 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 มาใช้บังคับกับการคำนวณค่าจ้างรายวันเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน โดยอนุโลม

โดยระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ยื่นคำขอฯ ได้ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน

กรณีว่างงานเพราะ “ลาออก-เลิกจ้าง” ตามปกติ

ในกรณีที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ว่างงาน เพราะถูกเลิกจ้าง ลาออก หรือสิ้นสุดระยะเวลาการจ้างตามปกตินั้น ล่าสุดรัฐบาลก็ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ทดแทนจาก กองทุนประกันสังคม ให้เป็นระยะเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565

  • ผู้ประกันตนถูกเลิกจ้าง

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินว่างงานในอัตรา 70% ของค่าจ้างรายวัน โดยได้รับไม่เกิน 200 วัน ภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน จากเดิมจะได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างเงินกรณีถูกเลิกจ้างในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย ปีละไม่เกิน 180 วัน

  • ผู้ประกันตนลาออกหรือสิ้นสุดระยะเวลาการจ้าง

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินว่างงานในอัตรา 45% ของค่าจ้างรายวัน โดยได้รับไม่เกิน 90 วัน  ภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน จากเดิมจะได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงานกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญา 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย ปีละไม่เกิน 90 วัน

ทั้งนี้ กรณีที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพราะเหตุตามข้อ 1 หรือเหตุตามข้อ 1 และ 2  เกินหนึ่งครั้งภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 200 วัน

แต่ในกรณีขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเหตุตามข้อ 2 เกินหนึ่งครั้งภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 90 วัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team