ดูหนังออนไลน์
Business

ไขข้อข้องใจ? ทำไมเงินผู้สูงอายุ 100 บาทไม่เข้า ‘บัตรคนจน-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ 

ตามปกติทุกๆ วันที่ 15 ของเดือน ผู้สูงอายุที่ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จะได้รับเงิน “เงินผู้สูงอายุเพื่อการยังชีพเพิ่มเติม” จำนวน 50-100 บาท แต่ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายรายแสดงความข้องใจว่า ทำไมเงินก้อนนี้ถึงไม่เข้า!?

The Bangkok Insight ได้ไปหาคำตอบมาให้แล้ว …

ผู้สูงอายุ บัตรคนจน

บัตรคนจน : เงิน ผู้สูงอายุ เพื่อการยังชีพเพิ่มเติม คืออะไร?

เงินผู้สูงอายุเพื่อการยังชีพเพิ่มเติม เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งจะได้รับวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 50-100 บาทต่อเดือนตามเกณฑ์รายได้ โดยจะมีการโอนเงินเข้าบัตรฯ ทุกวันที่ 15 ของเดือนและสามารถกดออกมาเป็นเงินสดเพื่อนำไปใช้ได้

  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 100 บาท
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้เงินช่วยเหลือเดือนละ 50 บาท

 

ทำไมเดือนที่ผ่านมาถึงไม่ได้เงิน?

รายงานข่าวจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กองทุนผู้สูงอายุ เป็นผู้จัดสรรงบประมาณสำหรับการจ่ายเงินก้อนนี้ให้ ผู้สูงอายุ ที่ถือ บัตรคนจน

โดยก่อนหน้านี้ กองทุนผู้สูงอายุมีงบประมาณไม่เพียงพอ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุจึงประสานกับสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ขอจัดสรรงบกลางประจำปี 2563 จำนวน 689 ล้านบาทเพื่อนำเงินมาจัดสรรให้ผู้ถือบัตรฯ ต่อถึงเดือนกันยายน 2563 แต่ล่าสุดเรื่องก็เงียบหายและไม่มีความคืบหน้า

กองทุนผู้สูงอายุจึงได้จัดสรรเงินให้ผู้สูงอายุที่ถือบัตรฯ ในวันที่ 15 มิถุนายน 2563 เป็นงวดสุดท้ายและหลังจากนั้นก็ไม่ได้จัดสรรเงินเพิ่มเติมให้อีก

ดังนั้น ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึงไม่ได้รับเงินในงวดวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมาและจะไม่ได้รับเงินในงวดต่อไปด้วย

 

ในอนาคตจะได้เงินก้อนนี้อีกไหม?

เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับกองทุนผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณ แต่ล่าสุดก็ยังไม่มีความชัดเจนจากกองทุนผู้สูงอายุว่า จะมีการจัดสรรเงินเพิ่มเติมหรือไม่ และจะจัดสรรเมื่อใด

บัตรคนจน ผู้สูงอายุ

สิทธิประโยชน์ที่เหลือของ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แม้ ผู้สูงอายุ ที่ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จะไม่ได้รับเงินเพิ่มเติมทุกวันที่ 15 ของเดือนแล้ว แต่ก็ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีก 7 รายการตามปกติ ดังนี้

 

วันที่ 1 สิงหาคม 2563

1.ค่าเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ

  • ค่ารถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รถเมล์ ขสมก.) และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ค่ารถโดยสาร บขส. (รถทัวร์ บขส.) 500 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

2.วงเงินช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัสดุการเกษตร ใน ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนจะได้รับวงเงิน 200-300 บาททุกคนและใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดและไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

3.ส่วนลดค่าซื้อก๊าซแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน โดยผู้ถือบัตรฯ จะได้รับทุกคน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ด้วยการนำบัตรฯ ไปซื้อก๊าซกับร้านค้าที่ร่วมรายการกับกระทรวงพลังงาน ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือน แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดและไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

4.ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม ปตท. 100 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อใช้ในร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ โดยได้รับสิทธิ์เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบอาชีพหาบเร่หรือแผงลอยไว้ก่อนหน้านี้

บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วันที่ 15 สิงหาคม 2563

5.คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% สำหรับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เติมเงินเข้าบัตรฯ และใช้เงินจากบัตรฯ รูดซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนอื่น ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC ในเดือนกรกฎาคม 2563

โดยรัฐจะคืนภาษี VAT 5% ผ่านกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ของบัตรฯ ซึ่งประชาชนสามารถกดออกมาเป็นเงินสด หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าและร้านค้าอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการได้ แต่ยอดเงินคืนสูงสุดจะไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน เช่น

 

18 สิงหาคม 2563

6.ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ผู้ได้รับสิทธิ์คือ ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์เดือนละ 100 บาท และลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

7.ค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดเดือนละ 230 บาท และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team