ดูหนังออนไลน์
Economics

คลังประเมิน ‘จีดีพี’ ปีนี้ติดลบ 8.5% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

“กระทรวงคลัง” คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ 8.5% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลัง “โควิด” ทำเกิดวิกฤติ ลั่นผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ประเมินปี 64 กลับมาขยายตัว 4 – 5%

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ ติดลบ 8.5% ( ช่วงคาดการณ์ ติดลบ 9.0 ถึง 8.0%) จากปี 2562 ที่ขยายตัว 2.4% โดยสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด ที่ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักหดตัว มูลค่าการส่งออกสินค้าติดลบ 11.0%

ขณะที่ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยติดลบ 82.9% หรือประมาณ 10 ล้านคน ส่วนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนคาดว่า หดตัว 2.6% สอดคล้องกับทิศทางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง คาดว่า การบริโภคภาครัฐ ขยายตัว 4.3% การลงทุนภาครัฐจะขยายตัว 9.7%

“เศรษฐกิจไทยถึงจุดต่ำสุดมาแล้วในช่วงไตรมาส 2 ของปี 63 หลังจากนี้ เศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ มาถึงเฟส 5 แล้ว จึงทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น เงินงบประมาณภาครัฐเริ่มออกสู่ระบบ การส่งเสริมท่องเที่ยวผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน” นายลวรณ กล่าว

ที่สำคัญ เมื่อหลายประเทศทดลองวัคซีน และคาดว่า จะขายในเชิงพาณิชย์กลางปีหน้า จึงสร้างความมั่นใจกับทุกฝ่าย และอาจเปิดให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ในปีหน้า จึงคาดการณ์จีดีพีปี 64 ขยายตัว 4-5%

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง คาดว่า การช่วยสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชน รักษาระดับการจ้างงาน และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดการหมุนเวียนกิจกรรมเศรษฐกิจภายในประเทศ อีกทั้งเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยภายในประเทศ ยังเข้มแข็งแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2563 อยู่ที่ -1.3% ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 13.3 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.7% ของ GDP

นายลวรณ แสงสนิท

เมื่อ “รัฐมนตรีคลังคนใหม่” เข้ามาทำงาน สศค. จึงเตรียมเสนอการออก มาตรการเพิ่มเติมในเวลาที่เหมาะสม เพื่อประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ และพร้อมดูแลผู้ถือบัตรสวัสดิการผ่านงบปี 2564 และพร้อมเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม เพื่อดูแลสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย

“พรุ่งนี้คลังเตรียมหารือกับ ททท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทางดึงที่พักรายย่อยให้เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันให้มากเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางไปเที่ยวและกระจายเงินไปยังกลุ่มที่พักรายย่อย” นายลวรณ กล่าว

สำหรับปัจจัยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด คาดว่า ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็ว ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนสู่วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ช่วยสนับสนุนธุรกิจบริการดิจิทัลและธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ให้ขยายตัวได้ดี

กระทรวงการคลัง มั่นใจว่า มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 1-3 เป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญในการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team