ดูหนังออนไลน์
Economics

หนี้บ้านค้ำคอ ผ่อนไม่ไหว ทำยังไงไม่ให้ถูกยึด ที่นี่มีคำตอบ!

หนี้บ้าน ค้ำคอ ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำอย่างไร ไม่ให้ถูกยึดทรัพย์สิน “ธ.อ.ส.” มีคำตอบ แก้ปัญหาตั้งแต่วันนี้ ก่อนเสี่ยง “บ้านในฝัน” จะถูกยึด

การระบาดของ COVID-19 ส่งผลเป็นอย่างมากต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทย ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องประสบกับปัญหาขาดรายได้ ทำให้ผู้ที่มีภาระก้อนใหญ่อย่างการผ่อนบ้านอาจจะผ่อนต่อไม่ไหว ซึ่งเราต่างก็รู้ดีว่าหากยืดเยื้อไม่ยอมจ่ายต่อไปนานๆ ก็อาจเสี่ยงต่อการถูกยึดทรัพย์ แต่จะทำยังไงก็หาเงินไปจ่ายไม่ทันจริงๆ

สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มผ่อนบ้านไม่ไหว ต้องทำการประนีประนอมกับธนาคารอย่างไร เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกยึดทรัพย์สิน อ่านที่นี่!

หนี้บ้าน

ติดต่อธนาคารทันทีหากรู้ตัวว่าผ่อนไม่ไหว

ธนาคารแต่ละแห่งนั้นเข้าใจถึงผลกระทบที่ลูกค้าได้รับจาก COVID-19 เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะประนีประนอมการผ่อนชำระ ซึ่งสิ่งแรกที่เราควรทำเมื่อรู้ตัวว่าผ่อนบ้านไม่ไหวนั่นก็คือเข้าไปติดต่อธนาคารโดยเร็วที่สุด

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับธนาคารด้วยเหตุผลต่างๆ และไม่มีกำลังผ่อนบ้านต่อ เลือกที่จะไม่จ่ายแล้วเงียบหายไปดื้อๆ ท้ายที่สุดก็มีการฟ้องร้องและถูกยึดทรัพย์

ถ้าหากปล่อยเอาไว้ผลเสียนั้นไม่ได้มีแค่ทรัพย์สินที่ถูกยึด หากทรัพย์สินมีมูลค่าน้อยกว่ายอดหนี้ ยังต้องหาเงินมาชำระหนี้ส่วนขาด และยังรวมไปถึงประวัติทางการเงินที่จะเสียหายหนัก ส่งผลถึงการทำธุรกรรมต่างๆ ในอนาคตอีกด้วย

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ควรติดต่อไปยังธนาคารให้เร็วที่สุด

สำหรับลูกค้า ธอส. หากต้องการติดต่อธนาคารเพื่อแก้ปัญหาการผ่อนชำระ หรือยื่นขอประนอม หนี้บ้าน ธอส. พร้อมให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็น

  • การขอผ่อนชำระยอดหนี้ค้าง
  • ยื่นขอขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ
  • ชะลอการฟ้องร้อง
  • ประนีประนอมยอมความ
  • ชะลอการยึดทรัพย์
  • ชะลอการขายทอดตลาด

สามารถยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารอาคารสงเคราะห์ GHBank Smart NPL ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านลิงก์นี้ ghbank.co.th/electronic-services/web-application/ghb-smart-npl เรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อบรรเทาปัญหาให้กับลูกค้าทุกคน

ทีนี้เรามาดูกันว่า ในกรณีที่ผ่อนบ้านไม่ไหว ทางธนาคารจะมีทางออกของปัญหาในรูปแบบใดบ้าง

สำรวจมาตรการช่วยเหลือกรณี COVID-19 จากธนาคารของคุณ

แต่ละธนาคารนั้นมีมาตรการออกมาช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ซึ่งแตกต่างกันไป โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทำการรวบรวมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สามารถดูได้ผ่านลิงก์นี้ >>> มาตรการพักชำระหนี้จากแต่ละธนาคาร

จากข้อมูลที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวบรวมมาให้นั้น จะเห็นได้ว่ามาตรการช่วยเหลือนั้นจะมีอยู่ 5 รูปแบบด้วยกัน แต่ก่อนที่จะตกลงเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเหล่านี้ แนะนำว่าให้ตรวจทานเงื่อนไขก่อนให้ดีๆ เพราะบางมาตรการก็ช่วยให้คุณสบายแค่เบื้องต้น แต่อาจสร้างความลำบากในภายหลังก็เป็นได้

มาเปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละรูปแบบก่อนตัดสินใจเข้าร่วม โดยสามารถดูได้ดังนี้

รูปแบบที่ 1 พักชำระเงินต้น

ข้อดี: ชำระเฉพาะดอกเบี้ย ไม่ต้องจ่ายเงินต้น

ข้อเสีย: จำนวนเงินต้นก็ยังคงเดิมไม่ได้มีการลดลง สรุปแล้วเมื่อครบกำหนดการพักชำระ จำนวนเงินต้นก็ยังเหลือเท่าเดิม

รูปแบบที่ 2 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย

ข้อดี: เลื่อนกำหนดชำระหนี้สินทั้งหมดออกไปก่อน ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

ข้อเสีย: อัตราดอกเบี้ยก็ยังถูกคิดอยู่ดังเดิม เพราะฉะนั้น เมื่อครบกำหนดพักชำระตามที่ระบุไว้ ภาระหนี้ทั้งต้นทั้งดอกก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ระยะเวลาการผ่อนบ้านยาวนานขึ้นอีก

รูปแบบที่ 3 ปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ข้อดี: ผ่อนชำระรายเดือนตามปกติ แต่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ลดภาระที่จะต้องจ่ายรายเดือนลงได้ระดับหนึ่ง โดยเปอร์เซ็นต์ในการลดลงจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร

ข้อเสีย: อาจช่วยลดภาระที่ต้องจ่ายในรายเดือนได้ไม่มากนัก

รูปแบบที่ 4 พักหนี้

ข้อดี: เลื่อนกำหนดชำระหนี้สินทั้งหมดออกไปก่อน ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย และในระยะเวลานั้นจำนวนหนี้ก็ไม่เพิ่มขึ้น หมดกังวลเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่ง

ข้อเสีย: จำนวนเงินต้นเหลือคงเดิม ระยะเวลาผ่อนอาจจะยาวนานขึ้น

รูปแบบที่ 5 ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

ข้อดี: เป็นการปรับโครงสร้างของหนี้ใหม่ทั้งหมด คล้ายการรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม กระจายอัตราการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ช่วยลดจำนวนเงินในที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน

ข้อเสีย: ระยะเวลาการผ่อนยาวนานขึ้น

มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้า ธอส.

สำหรับลูกค้าที่กู้ผ่อนบ้านกับ ธอส. ทางธนาคารได้รับทราบถึงปัญหาสถานการณ์ COVID-19 ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่ง ธอส. เองก็ได้มีมาตรการพิเศษเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่เผชิญกับปัญหาในช่วงนี้

โดย ธอส. ได้ขยายความช่วยเหลือ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” และ “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ” เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทั้งหมด โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. สำหรับลูกค้าที่ไม่เคยลงทะเบียนเข้ามาตรการ 

ขยายระยะเวลาลงทะเบียนเข้าร่วม “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ” จนถึง 28 กันยายน 2563 โดยสามารถเลือกใช้

มาตรการที่ 8: พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่ไม่เคยลงทะเบียนขอความช่วยเหลือในมาตรการใดๆ โดยดอกเบี้ยที่พักชำระไว้ลูกค้าสามารถทยอยผ่อนชำระให้หมดได้ภายในระยะเวลาของสัญญาเงินกู้

2. สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนร่วมมาตรการแล้ว 

ขยายระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการเป็นวันที่ 31 ตุลาคม 2563 โดยอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการต่างๆ ดังนี้

หนี้บ้าน

สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)”

มาตรการที่ 1 : ลดจำนวนเงินผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยหลังจากครบ 6 เดือนตามระยะเวลาของมาตรการเดิมแล้ว จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.75% ต่อปี

มาตรการที่ 2 : ลดจำนวนเงินผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน สำหรับลูกค้าที่รายได้ต่อเดือนได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยง ภายหลังจากครบ 4 เดือนตามระยะเวลาของมาตรการเดิมแล้ว ธอส. จะลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.75% ต่อปี

สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ”

มาตรการที่ 1 : พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท

มาตรการที่ 3 : พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน โดยลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 3.90% ต่อปี

มาตรการที่ 4 : พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน โดยลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 3.90% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่อยู่ในระหว่างใช้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ หรืออยู่ในสถานะกฎหมาย

มาตรการที่ 6 : พักชำระเงินต้น 4 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานด้านสาธารณสุขและสถานพยาบาล หลังจากครบ 4 เดือนตามระยะเวลาของมาตรการเดิมแล้ว ธอส. จะลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.75% ต่อปี

มาตรการที่ 8 : พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 1, 2, 3, 4 และ 6

มาตรการที่ 8.5 : ขยายความช่วยเหลือลูกค้ามาตรการ 5 ที่รายได้ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ พักชำระหนี้ถึง 31 ตุลาคม 2563 โดยแบ่งเป็น 2 กรณีด้วยกัน

กรณีที่ 1 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ ให้แจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 8.5 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย โดยจะพักชำระได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563

กรณีที่ 2 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะเป็น NPL จะต้องเข้ามาตรการประนอมหนี้พิเศษ หากสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ตามมาตรการที่ 8.5 ได้ด้วย

ที่มา : ธนาคารอาคารสงเคราะห์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team