ดูหนังออนไลน์
General

‘พปชร.’ ยัน ไม่นิ่งดูดาย คดี ‘บอส กระทิงแดง’ กมธ.ตำรวจเรียก ผบ.ตร.-อสส. ชี้แจง

ไม่นิ่งดูดาย คดี บอส กระทิงแดง พลังประชารัฐ ดึง 2 กรรมาธิการ เรียก‘ผบ.ตร.-อสส.’แจงคดีด่วน หลังหลุดคดีขับรถชนตำรวจ หวังล้างกระแสสังคม “คุกมีไว้ขังคนจน”

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ และที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ตำรวจ) เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่นิ่งดูดาย คดี บอส กระทิงแดง หลังจากอัยการไม่สั่งฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกระแสสังคม

ไม่นิ่งดูดาย คดี บอส กระทิงแดง

ทั้งนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐ โดย ประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ตำรวจ) ซึ่งมี นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคประชารัฐ เป็นประธาน ได้มีมติเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี อาทิ ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร. (คุมงานกฎหมาย), ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และตัวแทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าชี้แจงและตอบข้อสงสัยของกระแสสังคม ในวันที่ 30 กรกฎาคม นี้ เวลา 11.30 น.

ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.กฎหมาย) ซึ่งมีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูล ทั้งอัยการสูงสุด ที่สั่งไม่ฟ้องคดี, ผบ.ตร. และนายตำรวจ 5 นาย ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีช่วยเหลือผู้ต้องหา ให้พ้นความผิด มาชี้แจงเช่นเดียวกัน ซึ่งคาดว่าอาจเป็นวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 หรือวันที่ 5 สิงหาคม 2563

สำหรับคดีดังกล่าว ถือเป็นคดีที่ทำให้เกิดกระแสสังคม ต่อการตั้งคำถามถึง กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย จนนำไปสู่คำพูดที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” ดังนั้น ในฐานะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องออกมาเคลื่อนไหว ผ่านการทำงาน ในรูปแบบของสภาผู้แทนราษฎร ใน กมธ.ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน้าที่ทำให้สังคมรับทราบถึงสาเหตุ และการทำงาน ของกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ที่จะต้องดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมภายใต้กฎหมาย

สัณหพจน์ สุขศรีเมือง

“ทั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐบาลเอง ไม่ได้ละเลย หรือเพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว แต่ได้ดำเนินการ ผ่านกระบวนการตรวจสอบ ตามอำนาจ ที่สามารถให้คำตอบที่ดีที่สุด แก่สังคม และ ประชาชนได้” นายสัณหพจน์ กล่าว

ขณะที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ติดตามข่าวคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเห็นว่า ควรต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เกิดความชัดเจน เพื่อความเป็นธรรม ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดย นายกรัฐมนตรีรู้สึกเข้าใจดี ถึงความรู้สึกของประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีดังกล่าว ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ถึงขั้นตอนของอัยการ ว่าเป็นมาอย่างไร พร้อมทั้งรายงานโดยด่วน และยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ไม่เคยช่วยเหลือใคร ไม่เคยแทรกแซงการทำงาน ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และ ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ย้ำว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องหลัก ตามกระบวนการยุติธรรมในกรณีนี้ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี และ พนักงานอัยการ โดยเฉพาะอัยการนั้น นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้ง และมีอำนาจพิจารณาคดีได้อย่างอิสระ ตามขอบเขตของกฎหมาย

ดังนั้น นายกรัฐมนตรี จึงไม่สั่งการใครในคดีนี้ และ ทุกอย่างต้องเป็นไปตาม พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และขั้นตอน ของกระบวนการยุติธรรม หากใครทำผิด จะต้องถูกลงโทษทั้งสิ้น พร้อมทั้งเตือน ขอให้อย่านำเรื่องนี้ไปบิดเบือน หรือเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น ๆ จนเกิดความเข้าใจผิด และสับสน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team