ดูหนังออนไลน์
Politics

‘อนุทิน’ ลั่นรัฐบาลขาดภท.ไม่ได้- ปลุกลูกทีม ‘ทำงาน สร้างศรัทธา’

“อนุทิน”ร่วมประชุมใหญ่ภูมิใจไทย บอกสมาชิก “รัฐบาลขาดภูมิใจไทย ไม่ได้”  ไม่ว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องอยากได้ภูมิใจไทย ย้ำประชาชนคือศูนย์กลางการทำงาน พร้อมโชว์ผลงานจัดการโควิดได้ดีเป็นอันดับ 2 ของโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  กล่าวว่าในการประชุมใหญ่ประจำปี 2563 ว่าการประชุมพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ ที่มีสมาชิกแจ้งความประสงค์เข้าร่วมประชุมมากที่สุด  เป็นเหตุให้เราต้องมาจัดการประชุมที่อาคารนิมิตบุตร แห่งนี้ เพราะห้องประชุมที่พรรคภูมิใจไทย ไม่พอรองรับจำนวนสมาชิกมากกว่า 1,400 คน ที่มาประชุมร่วมกัน และแสดงพลังแห่งภูมิใจไทยในวันนี้( 25ก.ค.)

@ สถาบันทางการเมือง และ พรรคอันดับ 2 ของรัฐบาล
พรรคภูมิใจไทย ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี เรากำลังจะก้าวสู่การเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน พรรคของเรามีสมาชิกอยู่ในทุกภาค ทั่วทุกจังหวัด และทุกพื้นที่ของประเทศไทย

 

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ผ่านมา เราส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบเขตเลือกตั้งครบ 350 เขต และ ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน เราได้คะแนนเลือกตั้ง มากกว่า 3 ล้าน 7 แสน คะแนน

ปัจจุบันเราเป็นพรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มากเป็นลำดับที่ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร และเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกมากเป็นลำดับที่ 2 ของรัฐบาลนี้

การดำรงอยู่ของรัฐบาลนี้ จะขาดพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ และต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องอยากได้พรรคภูมิใจไทย

@ รัฐบาลขาดพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้
เป็นความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับว่า การดำรงอยู่ของรัฐบาลนี้จะขาดพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ และต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องอยากได้พรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่มีเอกภาพ มีความเข้มแข็ง และมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่างเหนียวแน่นที่สุด และมีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน คือ เพื่อปากท้องประชาชน

พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคการเมืองเชิงปฏิบัติการ เรามีเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของเรา คือ เราพูดไม่เก่ง แต่เราทำงานเป็น เราพูดไม่มาก แต่เราทำงานหนัก เราอาจจะพูดไม่เพราะ แต่เราพูดจริง และ เมื่อพูดแล้วเราต้องทำ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคอะไร เราก็ต้องทำ ต้องพยายามทำให้บรรลุเป้าหมายคือ ความกินดีอยู่ดีของประชาชน

@ ประชาชนคือศูนย์กลางการทำงาน
ทลายทุกข้อจำกัด ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อปากท้องประชาชน คือสิ่งที่เราได้พูดไว้กับประชาชน และเป็นเป้าหมายการทำงานของพรรคภูมิใจไทย และเรากำลังมุ่งมั่นทำงานตามแนวทางนี้อยู่ตลอดเวลา

1 ปีที่ผ่านมา สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนทำงานหนัก รัฐมนตรี 7 ท่าน ในฐานะฝ่ายบริหาร และ ส.ส. 61 ท่านในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ นอกจากนี้ยังมีสมาชิกอีกจำนวนหนึ่งที่มาช่วยกันทำงานทั้งในรัฐบาล และในรัฐสภา โดยที่ทุกคนมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและเป้าหมายของการทำงาน ตามแนวทางของพรรค

@ กัญชา ดำเนินการแล้วจะทำต่อไป
การทำงานตามนโนบายที่เราสัญญากับประชาชน กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี  เรื่องกัญชาทางการแพทย์ เราเปิดคลีนิคกัญชาไปแล้วเกือบ 200 แห่ง  กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ กฎกระทรวง กำลังจะออกมาให้ขออนุญาตปลูกกัญชา ที่มี thc ต่ำ ขายได้ กัญชา บ้านละ 6 ต้น พรรคได้เสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ แล้ว และ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนำเสนอเข้าสภาฯ ในฐานะร่างกฎหมายของรัฐบาลต่อไป เชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎร จะให้ความเห็นชอบ เพราะทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล ที่แถลงต่อรัฐสภา ว่าจะสนับสนุนการพัฒนากัญชา กัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

@ คมนาคม เพื่อประโยชน์ของประชาชน
หลายเรื่องที่กระทรวงคมนาคม ดำเนินการ เป็นการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ และ สร้างความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน การเจรจาค่าโง่ทางด่วน ให้รัฐเสียน้อยที่สุดและประชาชนได้รับประโยชน์ขึ้นทางด่วนฟรี ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ การปรับปรุงถนนสายหลัก สายรองในจังหวัดต่างๆ ให้ประชาชนเดินทางด้วยความสะดวก สบาย และปลอดภัย การใช้ยางพารามาทำวัสดุป้องกันและลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุบนถนน ได้ประโยชน์ทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน และเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา

การทำงานทุกอย่างของพรรคภูมิใจไทย จะคิดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรกเสมอ

@ จัดการโควิดได้ดีที่สุด เป็นอันดับ 2 ของโลก
ในช่วง 1 ปีแรกนี้ มีถึง 7 เดือน ที่เราคนไทยต้องเข้าสู่วิกฤติ ด้วยกัน คือ วิกฤติโควิด ที่ทำให้หลายๆงานที่ทำต้องหยุดชะงักและชะลอตัว แม้จะไม่ได้ตั้งตัวกันมาก่อน ทำให้เกิดการขาดแคลนวัสดอุปกรณ์ทางการแพทย์บ้างในช่วงต้น แต่กระทรวงสาธารณสุขใช้เวลาไม่เกิน60 วัน ก็สามารถรับมือกับการระบาดของโรคโควิด ได้

ขณะนี้เราไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศมานานกว่า 60 วัน แล้ว ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลก ให้เป็นประเทศที่มีระบบบริหารการสาธารณสุขและการแพทย์ เพื่อหยุดการระบาดของโควิด ได้ดีเป็นลำดับที่ 2 ของโลก

เป็นผลมาจากการทำงานหนักของกระทรวงสาธารณสุข ที่พรรคภูมิใจไทย กำกับการบริหาร และความร่วมมือของประชาชนคนไทยทุกคน และเราเชื่อมั่นว่า เรามีศักยภาพ มีความสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เช่นนี้ตอดไป แม้ในอนาคต หากจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ เราก็จะรักษาให้หายได้ และควบคุมไม่ให้มีการระบาดเป็นวงกว้างได้

@ ต้องติดตามการเมืองภาคประชาชน
นอกจากการระบาดของโรคโควิด ที่ทำให้การทำงานหลายประการหยุดชะงัก และชะลอลงไป ส่งผลกระทบต่อการทำงานตามนโยบายและแผนงานมากพอสมควร แล้ว สถานการณ์ทางการเมืองที่รัฐบาลกำลังถูกเรียกร้องจากภาคประชาชน ก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องรับฟัง และนำมาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และช่วยกันบริหารสถานการณ์ให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามกลายเป็นวิกฤติการณ์ทางการเมือง และแปรเปลี่ยนจากความขัดแย้งทางความคิด เป็นความแตกแยกของคนในชาติเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เพราะจะเป็นข้อจำกัดในการทำงานเพื่อการพัฒนาประเทศ ได้ และจะส่งผลต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล ได้

ข้อเรียกร้องของเยาวชน และภาคประชาชน แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย และเป็นไปตามแนวทางสันติวิธี เป็นข้อเรียกร้องที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมรับฟัง และนำมาพิจารณา เรื่องใดที่มีเหตุผลเพียงพอ สามารถทำได้ เราพร้อมทำทันที แต่ต้องดำเนินการโดยลำดับให้ถูกต้อง ดังนี้

@ พร้อมแก้รัฐธรรมนูญ ก่อนยุบสภา เลือกตั้งใหม่
1. การแก้รัฐธรรมนูญ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อนำสู่การปฏิรูปการเมือง เป็น เรื่องแรกที่ต้องทำ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญใหม่

2. การยุบสภา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ควรจะทำหลังจากที่เราได้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่าง เพื่อที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง การยุบสภา แล้วเข้าสู่การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะมีผลไม่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

3. การคุกคามประชาชน เป็นเรื่องที่ไม่ต้องเรียกร้อง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะเป็นอาชญากรรมที่ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าสถานการณ์ใดก็ต้องไม่เกิดขึ้น

@ขอให้ช่วยกันทำงาน สร้างศรัทธาให้พรรคภูมิใจไทย อย่างยั่งยืน
พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคการเมือง เป็นสถาบันการเมือง ที่มีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ เราทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และมีเป้าหมายเพื่อปากท้องประชาชน ดังนั้นการรับฟังประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกวัย จึงเป็นเรื่องที่เราต้องทำ ถ้าไม่รับฟังประชาชน จะทำงานให้ประชาชนได้อย่างไร งานแรกของพวกเราคือ รับฟังปัญหาของประชาชรแล้วนำมาแก้ไข เพื่อให้ประชาชนมีความสุข เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้

นายอนุทิน ย้ำว่าขอให้พวกเราทุกคน เชื่อมั่นแนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทย และขอให้พวกเราทุกคนช่วยกัน ร่วมมือกันทำงานให้พี่น้องประชาชน ซึ่งจะเป็นการสร้างความนิยม สร้างความศรัทธาให้แก่พรรคภูมิใจไทย อย่างยั่งยืน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight