ดูหนังออนไลน์
Politics

‘หมอเหรียญทอง’ เดือด! ลั่นตอบโต้ปรปักษ์สถาบัน กดดันไล่ออกจากราชการ

“หมอเหรียญทอง” โพสต์เดือด! ลุยใช้ “มาตรการทางสังคม” ตอบโต้ปรปักษ์สถาบัน กดดัน “จังหวัดขอนแก่น-ทหารเรือ” ไล่ออกจากราชการ เล็งเอาเรื่อง “เภสัชกร” ถึงขั้นปิดร้านขายยา

วันนี้ (25 ก.ค.) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เหรียญทอง แน่นหนา ว่า จะใช้มาตรการทางสังคมตอบโต้ผู้ที่เป็นปรปักษ์ต่อสถาบัน ด้วยการไม่คบค้า ไม่จ้างงาน และกดดันให้หน่วยงานราชการต่างๆ ไล่ออก

เช่น ล่าสุดได้กดดันให้จังหวัดขอนแก่นพิจารณาไล่ข้าราชการหญิงสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งออก และได้กดดันให้ปลดทหารเรือคนหนึ่งออกไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งทหารเรือคนดังกล่าวถูกปลดโดยไม่ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ

ด้าน รพ.มงกุฎวัฒนะ และบริษัทในเครือ ก็ได้มีการสืบสวนในทางลับมาเป็น 10 ปีว่า จะไม่จ้างงาน ไม่คบค้า และรักษาผู้ที่มีอุดมการณ์เหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันกิจการก็มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างดี

หมอเหรียญทอง

สำหรับเนื้อหาในโพสต์ทั้งหมดมีดังนี้

“หมู่ XXXXXX สังคมรังเกียจที่ชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ หรือที่หลงตนว่ามีความรู้ ทันสมัย เป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งๆ ที่ยังเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เอาตัวไม่รอด บางรายถึงกับแสดงตัวตนแท้จริงเปิดเผยว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อพระมหากษัตริย์ ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

กิจกรรมของหมู่ XXXXXX สังคมรังเกียจเหล่านี้ต้องการสร้างสถานการณ์เยาวชน ยั่วยุให้เกิดความไม่สงบขึ้นภายในประเทศ ด้วยการสร้างภาพ ‘รัฐเผด็จการณ์ทำร้ายประชาชน’ เพื่อขยายผลแนวร่วมสู่ประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างภาพเลวร้ายต่อพระประมุขเพื่อขยายผลสู่ความฝันอันเพ้อเจ้อของพวกมัน…

ผมใคร่ขอให้คนไทยที่จงรักภักดีต่อพระประมุข ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จงอดทนอดกลั้น ผมขอเรียนว่าตราบใดที่ผู้มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่รัฐบาล , นักการเมือง , ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพยังคงรักษาคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อองค์จอมทัพไทยซึ่งเป็นพระประมุขด้วยชีวิตแล้ว จะไม่มีวันที่ความต้องการของหมู่ XXXXXX สังคมรังเกียจเหล่านี้จะเป็นจริง คงเป็นไปได้เพียงแค่ ‘เสียงหอนของ XXXXXXที่น่ารังเกียจ’ เท่านั้น

เราอาจจะรู้สึกรำคาญและโกรธ แต่เราผู้ภักดีต่อองค์ราชันจะต้องอดทนอดกลั้น ตราบใดที่ยังไม่เกิดสถานการณ์มิคสัญญี ภาครัฐยังบริหารราชการแผ่นดินให้อยู่ในความสงบได้ เราก็ใช้ ‘มาตรการทางสังคม’ ต่อต้าน XXXXXX สังคมรังเกียจด้วยการไม่คบค้า ไม่จ้างงาน ไม่อุดหนุนกิจการที่มีการจ้างงาน XXXXXX ที่น่ารังเกียจเหล่านี้

หากพบว่ามี XXXXXX สังคมรังเกียจใดอยู่ในหน่วยงานใดแสดงตนเหิมเกริม เราก็กดดันให้หน่วยงานนั้นไล่มันออกเสีย ดังเช่น กรณี น.ส. XXXXXX XXXX ข้าราชการสังกัด อบต. XXXXXXX จ.ขอนแก่น , กรณี นาย XXXXX XXXXXXX ทหารเรือสังกัดกรมอู่ทหารเรือ (ถูกถอดยศทหาร ปลดจากราชการโดยไม่มีเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ไปเรียบร้อยแล้ว) เป็นต้น…

การตอบโต้ XXXXXX สังคมรังเกียจตามที่เกิดขึ้นโดยไม่เกิดความรุนแรงจงทำต่อไปครับ …อดกลั้นแค่ไม่ใช้ความรุนแรงในทางกายภาพ แต่ใช้ความรุนแรงด้วย ‘มาตรการทางสังคมต่อต้าน’ นั่นแหละดีแล้วครับ…ไม่ต้องเสียเวลาฟ้องร้อง เอาแค่ไม่ให้ XXXXXX สังคมรังเกียจเหล่านี้มีที่ยืนในสังคมก็พอ

พลตรี เหรียญทอง

25 ก.ค.63 เวลา 9.55 น.

หมายเหตุ บริษัท มงกุฎวัฒนะ จำกัด (มหาชน) และกิจการในเครือ ไม่จ้างงาน ไม่คบค้าผู้มีอุดมการณ์ XXXX โดยเฉพาะหมู่ XXXXXX สังคมรังเกียจที่ชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ทั้งนี้ทีมงานของผมได้รวบรวมและตรวจสอบในทางลับ โดยดำเนินการเช่นนี้มาช้านานเกือบ 10 ปีแล้ว…กิจการมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างดี ไม่ได้รับผลกระทบจาก XXXXXX เหล่านี้ ดังที่ผมเคยกล่าวเสมอว่า ‘รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่รักษาควายในร่างคน’ ไงล่ะครับ…สาดน้ำมนต์อีกสักที”

“หมอเหรียญทอง” จ่อฟันข้าราชการ-เภสัชฯ

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้ใช้มาตรการกดดันผู้เห็นต่าง ได้แก่ เภสัชกรรายหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่า หากมีได้ไปพื้นที่ดังกล่าวเมื่อไหร่ จะไปพบเภสัชกรรายนี้ ขณะเดียวกันตนจะส่งคนไปซื้อยาที่ร้านขายยาที่เภสัชกรคนนี้ทำงานอยู่ และหากพบว่าไม่มีเภสัชกรประจำร้าน ก็จะแจ้งความดำเนินคดีเพื่อปิดร้านขายยานี้ทันที

รวมถึงได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อ ข้าราชการหญิงคนหนึ่ง สังกัด อบต. จังหวัด ขอนแก่น เพราะได้โพสต์ข้อความอันแสดงออกถึงการเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นคุณสมบัติต้องห้ามในการเป็นข้าราชการตาม พ.ร.บ. หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการจังหวัดขอนแก่น ต้องแสดงความชัดเจนในการดำเนินการปลดข้าราชการคนดังกล่าวออกจากการเป็นข้าราชการ โดยไม่มีเบี้ยหวัด บำเหน็จ และบำนาญทันที มิฉะนั้นจะถือว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเพิกเฉย ละเลย ซึ่งจะกลายเป็นความผิดทั้งทางวินัยและอาญา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team