ดูหนังออนไลน์
Business

เปิดวิธีขึ้น ‘รถไฟฟ้า BTS’ ฟรี! ด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-บัตรคนจน

ทุกวันที่ 1 ของเดือน ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ทุกคน จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในบัตรฯ รวมถึงสิทธิประโยชน์ในการเดินทางด้วย รถไฟฟ้า BTS ได้แก่

  • ค่ารถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รถเมล์ ขสมก.) และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งได้รับเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนในกรุงเทพฯ และ 6 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, อยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม
  • ค่ารถโดยสาร บขส. (รถทัวร์ บขส.) 500 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้ถือบัตรฯ จะได้รับสิทธิ์ทุกคนและใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด โดยนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรประชาชนไปขอรับสิทธิ์ได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร บขส.
  • ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้ถือบัตรฯ จะได้รับสิทธิ์ทุกคนและใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด โดยสามารถนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรประชาชนไปขอรับสิทธิ์ได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รถไฟฟ้า BTS

วิธีขึ้น “รถไฟฟ้า BTS” ด้วย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับขั้นตอนการใช้สิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขึ้น รถไฟฟ้า BTS ก็ไม่ยุ่งยาก ดังนี้

  • นำบัตรฯ ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารได้ทุกสถานี
  • แจ้งสถานีปลายทาง
  • เมื่อได้รับตั๋วโดยสาร ก็พร้อมเดินทางแล้ว

สำหรับค่าโดยสารจะหักจากเงินสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่รัฐมอบให้ 500 บาทต่อเดือน แต่จะสงวนสิทธิ์จำหน่ายบัตรโดยสาร ให้กับผู้เป็นเจ้าของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น

 

เงื่อนไขใช้บัตรคนจนขึ้นรถไฟฟ้า

  • ซื้อตั๋วโดยสารได้ครั้งละไม่เกิน 2 ใบ สำหรับการเดินทางขาไป และขากลับ วงเงินสวัสดิการ 500 บาทต่อเดือน
  • ต้องมีเงินเพื่อการเดินทางในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขั้นต่ำ 16 บาท เพื่อให้ออกตั๋วโดยสารราคาต่ำสุดได้
  • หากจำนวนเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่เพียงพอสำหรับค่าโดยสาร เจ้าหน้าที่จะออกตั๋วโดยสารราคาต่ำสุด 16 บาท ให้ และผู้โดยสารต้องไปจ่ายส่วนต่างด้วยเงินสด ที่สถานีปลายทาง
  • ทั้งนี้ ระบบรถไฟฟ้า BTS จะรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเวอร์ชั่น 0, 2.5 และ 4.0 ที่แจกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น

รถไฟฟ้า BTS บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สิทธิประโยชนอื่นอีก 7 ด้าน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน นอกจากจะได้ประโยชน์เรื่องการเดินทาง รวมถึงการขึ้น รถไฟฟ้า BTS แล้ว แต่ละเดือนยังจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นอีก 7 ด้านดังนี้

1.วงเงินช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัสดุการเกษตร ใน ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินทุกคนและใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดและไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

  • ผู้ถือบัตรฯ ที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ผู้ถือบัตรฯ ที่มีรายได้ระหว่าง 30,000-100,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน

2.ส่วนลดค่าซื้อก๊าซแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน โดยผู้ถือบัตรฯ จะได้รับทุกคน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ด้วยการนำบัตรฯ ไปซื้อก๊าซกับร้านค้าที่ร่วมรายการกับกระทรวงพลังงาน ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือน แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดและไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

3.ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม ปตท. 100 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบอาชีพหาบเร่หรือแผงลอยไว้ก่อนหน้านี้

4.เงินผู้สูงอายุเพื่อการยังชีพเพิ่มเติม สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 50-100 บาทต่อเดือน ตามเกณฑ์รายได้ และสามารถกดออกมาเป็นเงินสดเพื่อนำไปใช้ได้

  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 100 บาท
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้เงินช่วยเหลือเดือนละ 50 บาท

บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

5.คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เติมเงินเข้าบัตรฯ และใช้เงินจากบัตรฯ รูดซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนอื่น ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC ในเดือนมิถุนายน 2563

โดยรัฐจะคืนภาษี VAT 5% ผ่านกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ของบัตรฯ ซึ่งประชาชนสามารถกดออกมาเป็นเงินสด หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าและร้านค้าอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการได้ แต่ยอดเงินคืนสูงสุดจะไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน

6.ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ผู้ได้รับสิทธิ์คือ ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์เดือนละ 100 บาท และลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อบิลค่าน้ำมา ผู้ได้สิทธิ์ต้องสำรองจ่ายเงินสดไปก่อน จากนั้นระบบจะทำการบันทึกข้อมูล และ ทำการโอนเงินสดให้กลับเข้าบัตรฯ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 และสามารถนำบัตรฯ มากดเงินสดใช้ได้เลย

7.ค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดเดือนละ 230 บาท และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อบิลค่าไฟฟ้ามา ต้องสำรองจ่ายเงินสดไปก่อน จากนั้นระบบจะทำการบันทึกข้อมูล และ ทำการโอนเงินสดให้กลับเข้าบัตรในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 และสามารถนำบัตรมาใช้กดเงินสดได้เลย

 อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team