ดูหนังออนไลน์
Politics

คดี ‘บอส อยู่วิทยา’ ย้ำคุกมีไว้ขังคนจน ‘ศรีสุวรรณ’ เตรียมจี้ ปปช. สอบตำรวจอัยการ

ไม่ฟ้อง “บอส อยู่วิทยา” ย้ำสำนวนคุกมีไว้ขังคนจน “ศรีสุวรรณ” เตรียมจี้ ปปช. สอบตำรวจ-อัยการ ฐานผิดวินัยและอาญา

จากกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ์ อยู่วิทยา (บอส) ทายาทเจ้าของธุรกิจกระทิงแดง ซึ่งขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถือถึงแก่ความตาย โดยตำรวจแห่งชาติไม่แย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ จึงเป็นอันสิ้นสุดคดีและเตรียมถอนหมายจับนั้น

บอส อยู่วิทยา

วันนี้ (24 ก.ค. 63) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอรัปชั่น ข้อความผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก วีระ สมความคิด แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว่า

“ประเทศไทยมาถึงจุดนี้อีกแล้ว ความยุติธรรมไทยมันระXXจริงๆ คนรวยทำคนตายก็ไม่ติดคุก แต่คนจนถูกจับคดีเล็กน้อย ไม่มีเงินประกันตัว ต้องติดคุกทันที

ลูกมหาเศรษฐีเมาสุราขับรถชนตำรวจ แล้วลากศพไปบนถนนหลายร้อยเมตร จนศพแหลกเหลวตายคาถนน

หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ อัยการสูงสุดมันมีคำสั่งเด็ดขาด สั่งไม่ฟ้องเฉยเลย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ไม่คัดค้านอะไรเลย แล้วยังรีบถอนหมายจับให้อีกด้วย

ขอถามอัยการสูงสุดว่า เอาอำนาจอะไรมายกเลิกคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาของตำรวจ หากใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบอัยการสูงสุดอาจต้องติดคุกตอนแก่

เราจะปล่อยให้ประเทศชาติเลวร้ายเช่นนี้ต่อไปอีกหรือ ถึงเวลาที่จะปฏิรูปประเทศกันอย่างจริงจังเสียทีหรือยัง เผด็จการทหาร ชั่ว เลว ระXX พวกคุณ (XX) ยึดอำนาจมากว่า 6 ปี แต่ไม่ได้มีการปฏิรูปประเทศตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนเลย มันจึงสมควรแล้วที่เด็กๆ จะออกมาขับไล่พวกคุณ (XX)”

“ศรีสุวรรณ” ร้องสอบ “อัยการ-ตำรวจ” ถอนหมายจับ บอส อยู่วิทยา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีข้อสงสัยอยู่ว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธได้อย่างไร ในเมื่อคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่จะมีมีอายุความถึง 15 ปี โดยจะขาดอายุความในปี 2570

ยังมีระยะเวลาอีกหลายปีที่ตำรวจจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำคนผิดมาลงโทษได้ การเพิกถอนหมายจับ จึงอาจเป็นการใช้อำนาจอย่างเลือกปฏิบัติและทุจริตต่อหน้าที่ได้ ไม่เช่นนั้นผู้ที่กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน หากหนีคดีได้เพียง 7-8 ปีก็จักทำให้อัยการถอนหมายจับได้ทุกคดีทุกกรณีเช่นนั้นหรือไม่ หรือเป็นดั่งข้อครหาของสังคมที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” เท่านั้น

หากเป็นเช่นนั้นจริงกระบวนการยุติธรรมไทยและระบบนิติรัฐ คงต้องปฏิรูปกันอย่างจริงจังเสียที

ทั้งนี้ในอดีตเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เคยยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวนเอาผิดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ อัยการเจ้าของสำนวนและพวก ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว ฐานปล่อยให้นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีอาญาขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต และหลบหนีออกนอกประเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการละเลยปฏิบัติหน้าที่ โดยอาจประวิงเวลาให้คดีล่าช้า เพราะเจ้าหน้าที่สำนวนคดีมีการเลื่อนฟ้อง 5-6 ครั้งต่อศาล ทำให้นายวรยุทธหลบหนีไปต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเร่งดำเนินการจับผู้ร้ายข้ามแดนได้ แต่กลับโยนเรื่องกันไปมา จนคดีหมดอายุความไปแล้ว 4 ข้อหาคือ ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ

ส่วนคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกลับเร่งรีบมาดำเนินการถอนหมายจับ ทั้งๆ ที่ยังไม่หมดอายุความ โดยที่ตำรวจก็มิได้คัดค้านแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวของอัยการสูงสุดและตำรวจเจ้าของคดี จึงอาจเข้าข่ายความผิดทางวินัยและความผิดอาญาหรือไม่ สมาคมฯ จึงจำต้องนำความไปร้อง ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไปในสัปดาห์หน้า

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2555 นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิม อยู่วิทยา มหาเศรษฐีทายาทเจ้าของเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจทองหล่อ ที่ขี่รถจักรยานยนต์ตราโล่อยู่​ จนร่างดาบตำรวจถูกลากไปไกลกว่า 200 เมตร เสียชีวิตห่างจากจุดเกิดเหตุ 200 เมตร บริเวณปากซอยสุขุมวิท 49

โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ขณะนั้น นำตำรวจ 200 นายเข้าล้อมบ้านของนายเฉลิม อยู่วิทยา ต่อมาสารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจทองหล่อมีความพยายามนำตัว “นายสุเวศ” พ่อบ้านตระกูลอยู่วิทยามามอบตัว อ้างว่าเป็นคนขับรถชนตำรวจในวันดังกล่าว แต่สุดท้ายเจ้าตัวรับสารภาพว่า มารับผิดแทนลูกของเจ้านาย เพราะสำนึกในบุญคุณของตระกูลอยู่วิทยา

ในที่สุด นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ในวัย 27 ปี ก็ยอมมามอบตัว พร้อมรับสารภาพว่าเป็นคนขับเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร แต่ไม่มีเจตนาหลบหนี เพียงแค่ตกใจจึงขับรถกลับบ้านไปตั้งหลัก

จากนั้น ในปี 2559  ตำรวจสรุปสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องได้เพียง 2 ข้อหาคือ ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน

ขณะที่ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต หมดอายุความตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2556 หลังเกิดเหตุ 1 ปี และตำรวจยังไม่ฟ้องข้อหาขับรถโดยขณะมึนเมาด้วย แม้จะมีคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าว

5 ข้อหา “บอส อยู่วิทยา”​

  • ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีนี้มีอายุความ 15 ปี สิ้นอายุความ​ ในเดือนกันยายน 2570
  • ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกชน หรือชนแล้วหนี อายุความ 5 ปี สิ้นอายุความเมื่อเดือนกันยายน 2560
  • ขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด อายุความ 1 ปี
  • ขับรถโดยขณะมึนเมา ขาดอายุความ
  • ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย ขาดอายุความ

ทั้งนี้  นายวรยุทธ หลบหนี ออกจากประเทศไทยหลังได้รับการประกันตัว และเมื่อปี 2560 ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AP ได้ติดตามไปพบนายวรยุทธ ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนของอังกฤษ แต่เขาไม่ได้ตอบคำถามใดๆ

หลังจากนั้นมีกระแสทวงถามความคืบหน้าของคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้นำตัวนายวรยุทธกลับมาดำเนินคดีที่ไทย ได้รับคำตอบว่าหาตัวนายวรยุทธไม่พบ​

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team