Sport

‘กัลฟ์-บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ จัด ‘Gulf Football Camp’ ปี 2 เฟ้นหาดาวรุ่งไปฝึกฝีเท้า กับ ‘ดอร์ทมุนด์’

กัลฟ์ ผนึก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สานต่อโครงการ  “Gulf Football Camp: ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน” ปีที่ 2  เดินหน้าปรับปรุงสนามฟุตบอลชุมชนแห่งใหม่ เตรียมพร้อมเฟ้นหานักเตะดาวรุ่ง พาบินลัดฟ้าไปฝึกฝีเท้าที่สโมสรดังเยอรมนี  “โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์”  สร้างแรงบันดาลใจ และปูทางนักเตะเยาวชนไทย สู่อุตสาหกรรมกีฬาอย่างยั่งยืน

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัทพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของไทย จับมือ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด หรือ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลแถวหน้าของประเทศไทย สานต่อโครงการ “Gulf Football Camp: ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

พร้อมกันนี้ ยังจะเดินหน้าพัฒนาสนามฟุตบอลเก่าในชุมชน พร้อมจัด Trial Tournament เฟ้นหานักเตะเยาวชนอายุระหว่าง 14-15 ปี ที่มีความสามารถโดดเด่นจำนวน 2 คน และคัดเลือกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี จำนวน 2 คน รวม 4 คน เพื่อร่วมเดินทางไปเก็บประสบการณ์ ด้านฟุตบอล ที่สโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา

โครงการดังกล่าว นับเป็นการยกระดับ และพัฒนาศักยภาพนักเตะเยาวชน สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศต่อไปในอนาคต

อกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำพันธกิจของกัลฟ์ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ธนญ ตันติสุนทร

นายธนญ ตันติสุนทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กร กัลฟ์  กล่าวว่า กลุ่มบริษัทกัลฟ์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพเยาวชนที่มีใจรักด้านกีฬา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทสนับสนุนทีมฟุตบอลไทย และจัดกิจกรรมฟุตบอลคลินิกในชุมชนที่กัลฟ์เข้าไปดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ กัลฟ์ยังคงเดินหน้าจัดโครงการ Gulf Football Camp: ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน ซึ่งเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกคลี่คลาย จะร่วมกันส่งนักเตะเยาวชนที่มีความมุ่งมั่น และมีความสามารถรอบด้าน ไปฝึกฝนทักษะฟุตบอลถึงประเทศเยอรมนี และได้สัมผัสประสบการณ์กีฬา ในระดับมืออาชีพ กับทีมระดับโลก ในตำนานอย่างใกล้ชิด

ทางด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการสื่อสาร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ที่ผ่านมาสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีประสบการณ์เรื่องของการพัฒนาเยาวชน อย่างเป็นรูปธรรม สามารถผลักดันนักเตะ ขึ้นสู่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดใหญ่ และทีมชาติไทย ได้เป็นจำนวนมาก

บริษัทยินดีที่กลุ่มบริษัทกัลฟ์ เห็นถึงการพัฒนาเยาวชน และมองเห็นถึงศักยภาพของทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในการเป็นผู้พัฒนานักเตะเยาวชน ให้เข้าใกล้ฝันมากขึ้น เชื่อว่าจะมีเพชรเม็ดงามเกิดขึ้นในโครงการนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างมาก

Gulf Football Camp
ไชยชนก ชิดชอบ

โครงการ “Gulf Football Camp: ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ส่วน

  • ปรับปรุงสนามฟุตบอลเก่า ในชุมชนให้ได้มาตรฐาน

โดย กัลฟ์ และสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะคัดเลือกสนามฟุตบอลในชุมชนหนึ่งแห่ง ที่มีผู้เสนอเข้ามา พร้อมเหตุผลที่น่าสนใจ และผ่านเกณฑ์การคัดเลือก มาปรับปรุงให้เป็นสนามฟุตบอลที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน

ผู้ที่สนใจที่จะให้ปรับปรุงสนามฟุตบอลเก่า ในชุมชนให้ได้มาตรฐาน สามารถส่งข้อมูลส่วนตัว และเหตุผลที่ต้องการปรับปรุง พร้อมการแนะนำตัวเอง และภาพสนามที่ต้องการให้ปรับปรุง ในรูปแบบของวีดีโอคลิป ความยาวไม่เกิน 3 นาที (ไฟล์ .MP4) อัพโหลดผ่าน GoogleDrive/Dropbox หรือ WeTransfer พร้อมส่งลิงค์ไฟล์ มาที่ อีเมล [email protected] ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Gulf Football Camp

  • Trial Tournament

จัดการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชน ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 เพื่อเฟ้นหานักเตะเยาวชน 2 คน และคัดเลือกอีก 2 คนจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี รวม 4 คน ที่มีความสามารถโดดเด่น ร่วมเดินทางไปเก็บประสบการณ์ ที่สโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี เป็นระยะเวลา 7 วัน เพื่อฝึกทักษะฟุตบอล ในสนามระดับโลก มุ่งสร้างแรงบันดาลใจ และปูทางสู่การเป็นบุคลากรมืออาชีพในวงการกีฬาไทย

นักเตะเยาวชน ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Trial Tournament สามารถสอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการได้ที่ ฝ่ายการตลาด และการสื่อสาร บริษัทบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 02-658-3768, 081-705-4454 หรืออีเมล [email protected]

  • ฟุตบอลคลินิกในชุมชน

นำโค้ช และนักเตะของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปร่วมฝึกทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชนในชุมชน พร้อมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และเผยกลเม็ดระดับมืออาชีพ

Gulf Football Camp

ดอร์ทมุนด์ ยินดี สานต่อ Gulf Football Camp

นายซูเรช เลทช์มานัน กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กล่าวว่า สโมสรมีความยินดีที่ได้สานต่อการเป็นพันธมิตรกับโครงการนี้ เพื่อร่วมแบ่งปัน เทคนิค และความเชี่ยวชาญ ให้แก่เยาวชนไทย

เยาวชนกลุ่มที่ผ่านการคัดเลือก จะได้ไปเยือน Signal Iduna Park สนามเหย้าของทีม ที่มีความจุใหญ่ที่สุดในเยอรมนี และเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึก ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เชื่อว่า นักเตะเยาวชนไทย จะได้ประสบการณ์อันล้ำค่า จากการมาเยือนสโมสรดอร์ทมุนด์ และนำความรู้ไปต่อยอดได้อย่างแน่นอน

นายธนญ  บอกด้วยว่า กัลฟ์ตระหนักดี ถึงการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยไปสู่ระดับสากล ที่จำเป็นต้องส่งเสริมความพร้อมอย่างรอบด้าน

นอกจากการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา สถานที่ฝึกซ้อม และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญคือ ความมุ่งมั่นของเยาวชน ที่จะพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นต้นแบบในกลุ่มเยาวชนด้วยกันเอง และมุ่งเติบโตไปเป็นแรงขับเคลื่อนแก่ประเทศ ไม่ว่าจะในฐานะนักกีฬา หรือในฐานะผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่น ในแวดวงกีฬา อาทิ โค้ช นักวางกลยุทธ์ หรือ นักการตลาดกีฬา ก็ตาม

ดังนั้น กัลฟ์จึงเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทำในสิ่งที่รักและเติบโตในอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างที่มุ่งหวังไว้

ทั้งนี้ ทางกัลฟ์ และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก และให้ความสำคัญสูงสุด ต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของเยาวชน

แม้ในปัจจุบัน การเดินทางเพื่อไปฝึกฝนที่เยอรมนีเป็นไปได้ยาก แต่ทางทีมงานยังคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรม ทั้ง 2 บริษัทจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และจะยังคงมุ่งมั่น สานฝัน ให้กับเยาวชนไทยต่อไป โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารในโครงการ “Gulf Football Camp: ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน” ได้ที่เฟซบุ๊ก Gulf SPARK

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team